Logo วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘เผือกร้อนยุบสภาฯ’ระคายเคืองสถาบัน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

พรรคเพื่อไทยไม่ใช่โจรก็คลับคล้ายโจร และไม่ใช่โจรกระจอกทั่วไป แต่เป็น“มหาโจรทางการเมือง” จากการทูลเกล้าฯถวายพระราชกฤษีกาประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อชิงตัดหน้าสกัดไม่ให้สส.เสียงส่วนใหญ่ในสภาฯลงมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี แทน“แพทองธารชินวัตร”ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง

ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่เป็นเพราะ“เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง” แต่เป็นเพราะพรรคประชาชนตัดสินใจจะเทคะแนนเสียง 142 เสียง โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นไปตามความต้องการของพรรคเพื่อไทย ที่ไปกราบกรานขอให้พรรคประชาชนโหวตให้นายชัยเกษมนิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถูกพรรคประชาชนปฏิเสธจึงใช้วิธี ตามที่ภาษาชาวบ้านพูด คือ“ถ้ากูไม่ได้-มึงก็อย่าหวังว่าจะได้”


การกระทำของพรรคเพื่อไทยซึ่งวิญญูชนคนไทยเห็นว่า เป็นพรรคการเมืองที่ตระบัดสัตย์มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่า 2 ปีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีต้องมีอันเป็นไปทั้ง 2 คน คือนายเศรษฐาทวีสิน กับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพราะละเมิดรัฐธรรมนูญนั้น ก็เพราะเริ่มจากการที่พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์พรรคประชาชนเมื่อครั้งเป็นพรรคก้าวไกล ด้วยการฉีก“MOU”ในการจัดตั้งรัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน”ในปี 2566

สำหรับการทูลเกล้าฯถวายพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯในครั้งนี้ก็เช่นกัน พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตระบัดสัตย์ก็เหมือนตระบัดสัตย์ จากการพูดกลับไปกลับมา จะเห็นได้ว่าเมื่อเย็นวันที่ 2 กันยายนที่ ผ่านมา “ภูมิธรรมเวชยชัย”ยังยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า “ยังไม่ได้คิดเรื่องการยุบสภาฯอยู่ในหัว” ขณะที่นายสรวงศ์เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในช่วงหัวค่ำวันเดียวกันว่า “ยังไม่มีการยื่นทูลเกล้าฯใดๆทั้งสิ้น” หรือแม้แต่กระทั่งในเพจพรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันต่อสาธารณะว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการเตรียมการยุบสภาฯ

แต่ปรากฏว่าในวันที่ 3 กันยายนเมื่อวานนี้ หลังจากพรรคประชาชนแถลงข่าวในช่วงเช้าที่รัฐสภาว่า พรรคประชาชนมีมติจะโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี ทางด้านนายภูมิธรรมก็ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลาต่อมาว่า ได้ยื่นทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งจะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า“ยังไม่ได้คิดเรื่องการยุบสภาฯอยู่ในหัว”

“ภูมิธรรม เวชยชัย”รักษาการนายกรัฐมนตรี อ้างเหตุผลในการทูลเกล้าฯยุบสภาฯว่า “ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบประชาธิปไตยมันบิดเบี้ยว ไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะทำ การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ที่ตัดสินใจและตกลงกันว่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยได้ยินประกาศว่า ทางพรรคประชาชนโหวตให้ แต่ไม่ร่วมเป็นรัฐบาล ซึ่งอันนี้เท่ากับอย่างไรมันก็แบ่งเป็น 3 กลุ่มอยู่ดี แบ่งเป็น 3กลุ่มเหมือนเดิม พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคประชาชนมี 2 หมวกในตัวเอง เป็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีสิ่งนี้มาก่อน บรรยากาศทางการเมืองที่เป็นอยู่มีการดึงซื้อ สส. และมีการดึงสส.ต่างๆ ซึ่งมันสับสนอลหม่านในสถานการณ์ที่เราดูอยู่ขณะนี้ กับเศรษฐกิจต่างๆที่มีปัญหา เราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญวันนี้ ถ้าไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นกลับเข้ามาสู่ประเทศได้ มันยิ่งทำให้ปัญหาเศรษฐกิจยิ่งถูกกระทบและรุมเร้า”

“ภูมิธรรม เวชยชัย”ยังกล่าวอีกว่า“ปัญหาทั้งหมดแบบนี้ อย่างที่ได้พูดคุยกัน ฝ่ายกฎหมายก็คิดว่ามันควรจะคืนอำนาจให้ประชาชนไปตัดสินใจ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ เพราะฉะนั้น ไม่มีใครที่จะมีสิทธิ์ไปตัดสินใจได้ เพราะอยู่ที่พระบรมราชวินิจฉัยในสถานการณ์ต่างๆ ผมเองในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯได้พิจารณาและได้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆนี้อย่างชัดเจนแล้ว ก็คิดว่าควรจะต้องมีการกราบบังคมทูลถวายสถานการณ์ต่างๆ ให้พระองค์ทราบ และคิดว่ามันจะได้แก้ไขปัญหานี้ ผมจึงตัดสินใจยื่นทูลเกล้าฯไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ต้องรอ เป็นกระบวนการตามประชาธิปไตย ตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องรอ ถ้าเป็นอย่างนี้พรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยก็ต้องไปพิจารณา”

สรุปก็คือ “ถ้ากูไม่ได้-มึงก็อย่าหวังว่าจะได้” และวิญญูชนคนไทยต่างก็เห็นว่า การกระทำของพรรคเพื่อไทย เท่ากับเป็นการ“โยนเผือกร้อน”ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

เพราะประการแรก การทูลเกล้าฯเพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภาฯในครั้งนี้ ยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย ว่านายกรัฐมนตรีรักษาการสามารกระทำได้หรือไม่ จึงเท่ากับเป็นการผลักภาระไปให้พระมหากษัตริย์ทรงมีความหนักใจ หรือ“ลำบากพระราชหฤทัย”ต่อพระบรมราชวินิจฉัยในการลงพระปรมาภิไธย

ประการที่สำคัญ การทูลเกล้าฯยุบสภาฯ โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ ยังอาจจะเข้าข่ายว่า“กราบบังคมทูลความเท็จ” เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้วิกฤตถึงขั้นที่ฝ่ายนิติบัญญัติขัดแย้งกับฝ่ายบริหารอย่างรุนแรง และจะต้องมีการประกาศยุบสภาฯเพื่อกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่ แต่เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยไม่สามารถหว่านล้อม หรือบีบบังคับให้พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนโหวตให้นายชัยเกษมนิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ และก็หมายถึงพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจะเป็นรัฐบาลต่อไปได้

อย่างไรก็ดี ในที่สุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 กันยายนวานนี้ สำนักองคมนตรี ในฐานะหน่วยงานกลั่นกรองหนังสือ และถวายความเห็นประกอบการกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและทรงลงพระปรมาภิไธย ก็ได้ส่งคืนร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯกลับมาให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

โดยหนังสือนำส่งกลับคืนของสำนักองคมนตรี ระบุว่า“การกราบบังคมทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นไปตามระเบียบการนำเสนอเพื่อขอพระมหากรุณา เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีปัญหาข้อขัดแย้งว่ากระทำได้หรือไม่ ประกอบกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ได้ทำความเห็นประกอบว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถกราบบังคมทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ได้ จึงไม่สามารถกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยได้"

บรรทัดนี้ก็คงต้องพูดอย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า พรรคเพื่อไทยไม่ใช่โจรก็คลับคล้ายโจร และไม่ใช่โจรกระจอกทั่วไป แต่เป็น“มหาโจรทางการเมือง” ซึ่งภาพโดยรวม ก็อาจจะกล่าวได้ว่า ปัญหาการเมืองทั้งหมดที่เดินมาสู่จุดนี้ ล้วนเป็นเพราะ“ทักษิณ ชินวัตร”คนเดียวโดยแท้

คือ เมื่อมีโอกาสได้กลับเข้ามาในประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม 2566 หลังจากเมื่อปี2551 ระหว่างเป็นจำเลยคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ ได้หลอกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หนีไปเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างแดนนานกว่า 15 ปี ปรากฏว่าเมื่อกลับมา “ทักษิณชินวัตร”ก็ยังไม่ทิ้ง“สันดานเดิม” แทนที่จะยอมติดคุกแล้วออกมาอยู่กับบ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานตามที่ประกาศไว้ ก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจและชี้นำบงการรัฐบาล รวมทั้งครอบงำ 2นายกรัฐมนตรีที่เป็น“หุ่นเชิด”ของตนเอง กระทั่งต้องพ้นจากตำแหน่งโดยมีมลทินติดตัวไปตลอดชีวิตทั้งสองคน

สุดท้ายแล้วบาปกรรมนั้นมีจริง ใครทำดีก็ได้ดี ซึ่งสำหรับตระกูลชินวัตร ไม่เพียงแต่“แพทองธาร ชินวัตร”ต้องมีตราบาปติดตัว ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยเข้าข่ายฐาน“ทรยศขายชาติ”เท่านั้น “ทักษิณชินวัตร”ผู้เป็นบิดาซึ่งจับลูกสาวมา“สังเวยอำนาจ” ก็ยังจะต้องกลับเข้าไปติดคุกในวันที่ 9กันยายนนี้อีกด้วย เพราะ“โกงการติดคุก”กรณี“ป่วยทิพย์-ชั้น 14”

และนั่นก็หมายถึงกาลอันล่มสลายของพรรคเพื่อไทย และ“ระบอบทักษิณ” ที่เริ่มมาจากพรรคไทยรักไทยในปี 2541 จากการก่อตั้งของ“ทักษิณชินวัตร” และได้อวตารมาเป็นพรรคพลังประชาชนหลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค ก่อนจะกลายมาเป็นพรรคเพื่อไทยในปี 2550 ซึ่งทั้งสามพรรคนี้ต้องถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่เป็นสมบัติของ“ตระกูลชินวัตร” จะเรียกว่าด้วยระยะเวลา 27 ปี ก่อตั้งโดยพ่อแต่มาถูกทำลายล้างด้วยมือของลูกสาว อันเป็นผลมาจาก“คลิปอัปยศ”ก็ไม่ผิดนัก

อีกทั้ง“ภูมิธรรม เวชยชัย” ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยร่วมกับ“ทักษิณ ชินวัตร”มาตั้งแต่ต้น และได้กลายเป็น“ข้าเก่าเต่าเลี้ยง”ของตระกูลชินวัตร ก็อาจจะต้องติดคุกตอนแก่ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา112 จากการทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯในครั้งนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายนวานนี้ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ“ภูมิธรรมเวชยชัย”ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังใช้อำนาจเกินขอบเขต ยื่นทูลเกล้าฯขอพระราชกฤษฎีกายุบสภาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคดีนี้มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนคดีความผิดตามมาตรา 112 นั้น นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วยนายไทกรพลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ“ภูมิธรรมเวชยชัย” ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ฐานยื่นทูลเกล้าฯร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร เนื่องจากนายภูมิธรรมไม่มีอำนาจหน้าที่ และยังส่อเจตนาดึงสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกด้วย

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 3 กันยายนเมื่อวานนี้เช่นกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนสอบสวน ว่านายภูมิธรรม เวชยชัย เข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมทั้งฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาเอาผิดการกระทำดังกล่าว ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่ต่อไป

อนึ่ง ในช่วงค่ำวันที่ 3 กันยายนเมื่อวานนี้เวลา 21.00 น.เว็บไซต์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่วาระการประชุมสภาฯโดยประกาศว่า ในวันที่ 5กันยายนพรุ่งนี้ มีการบรรจุวาระเรื่องด่วนที่8 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ก็ได้แต่ภาวนาว่า หลังจากสภาฯโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว นับจากนี้ไป ประเทศไทยคงจะได้พ้นเวรพ้นกรรมจาก“ตระกูลชินวัตร” และ“ระบอบทักษิณ”กันเสียที !

                                                                                                     รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

14 ส.ค. 2569

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

13 ส.ค. 2569

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

12 ส.ค. 2569

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

11 ส.ค. 2569

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

10 ส.ค. 2569

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

7 ส.ค. 2569

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

6 ส.ค. 2569

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

5 ส.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved