Logo วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ตามพระบรมราชโองการ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ทีมงานของ “นายทักษิณ ชินวัตร” โพสต์เฟซบุ๊กแทนนายทักษิณ หลังทราบคำพิพากษาของศาล ให้ทักษิณกลับเข้าคุกเพื่อรับโทษจำคุก 1 ปี มีข้อความที่สำคัญว่า

“ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้”


ในความเป็นจริง เขาควรสำนึกตั้งแต่แรก และไม่ควรดิ้นรน “รับประโยชน์” จากการอ้างอาการ “ป่วยวิกฤต” แล้วไม่ยอมอยู่คุก แต่ไปอยู่ห้องวีไอพี ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

ทีมงานทักษิณ ยังเลือกใช้คำว่า “แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม”

ยิ่งบอกถึงความไม่สำนึก ความกลับกลอก โดยอ้างคำว่า“รัฐประหาร” ทั้งๆ ที่ทุกคดี ทักษิณได้ต่อสู้ หักห้าง ในกระบวนการยุติธรรมมาหมดแล้ว และในตอนที่เขาถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ เขาก็รับสารภาพ และกราบทูลว่า “สำนึกผิด”

หากเขาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจริงๆ เขาจะยอมรับโทษจำคุก 1 ปี หลังได้รับพระราชทานอภัยลดโทษด้วยความเคารพ แต่เขาไม่ เขาทำในสิ่งต่อไปนี้ (ตามคำพิพากษาศาล) ครับ

1) ในวันที่ 22 ส.ค.2566 หลังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัวจำเลยไว้ตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วได้นำตัวจำเลยไปคุมขังไว้ที่ห้องกักโรค แดน 7 ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมีแพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตรวจร่างกายจำเลยขณะรับตัว และสรุปประวัติการรักษาโรคของจำเลยจากเวชระเบียนของโรงพยาบาลต่างประเทศ รวม 10 โรค อาการโดยรวมทั้งหมดคงที่ มีเพียง 3 โรค ที่แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เห็นว่าจำเลยควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมได้แก่ โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและโรคหัวใจ เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง และโรคไวรัสตับอักเสบบี เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีคลินิกโรคตับจึงมีความเห็นว่าจำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าในวันและเวลาราชการ แต่อยู่ในภาวะที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินสอดคล้องกับความเห็นของศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแพทยสภา

2) แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากพยาบาลเวรว่า ในคืนวันที่ 22 ส.ค.2566 เวลา 22.00 น. จำเลยแจ้งว่ามีอาการอ่อนเพลีย ขาขวาอ่อนแรงเล็กน้อย นอนไม่หลับ บ่นแน่นหน้าอกและมีความดันโลหิตสูง วัดความดันโลหิตจำเลยได้ 178/98 มิลลิเมตรปรอท หัวใจเต้น 86 ครั้ง/นาที หายใจ 24 ครั้ง/นาที ออกซิเจนปลายนิ้ว 92 % อุณหภูมิร่างกาย 36.8 องศาเซลเซียส พยาบาลเวรทำบันทึกข้อความขอส่งตัวจำเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พัศดีเวรอนุญาตให้ส่งตัวจำเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจำ

3) หลังจากนั้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่งตัวจำเลยไปโรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ได้ส่งไปที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งมีแพทย์เวรประจำอยู่ในคืนดังกล่าว และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อยู่ห่างจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเพียง 200 เมตร ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 และกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญของการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่จะต้องปฏิบัติเป็นลำดับขั้นตอนดังนี้ กล่าว คือ เมื่อผู้ต้องขังป่วยต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ในสถานพยาบาลของเรือนจำโดยเร็วตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง ประกอบกฎกระทรวงดังกล่าวข้อ 2 วรรคหนึ่ง หากแพทย์เห็นว่าผู้ต้องขังรักษาตัวในสถานพยาบาลของเรือนจำแล้วจะไม่ทุเลาดีขึ้น และแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผ่านการอบรมด้านการพยาบาลเสนอให้เจ้าพนักงานเรือนจำพาผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำจึงให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำได้ การส่งตัวจำเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจำจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 55 และกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563

4) นอกจากนี้ การส่งตัวจำเลยออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำแบบฉุกเฉิน เนื่องจากจำเลยมีอาการแน่นหน้าอก แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากเจ้าพนักงานเรือนจำชุดควบคุมว่า เมื่อส่งตัวจำเลยไปถึงโรงพยาบาลตำรวจ ได้พาจำเลยไปที่ห้องพักพิเศษ ชั้นที่ 14 ของอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา (มภร.) ซึ่งไม่ใช่ห้องฉุกเฉินหรือห้องอุบัติเหตุ ขัดกับระเบียบโรงพยาบาลตำรวจ ว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลตำรวจ พ.ศ.2557 ที่กำหนดแนวทางการตรวจรักษาในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินไว้ในข้อ 5.3 ว่า

“...ในกรณีนอกเวลาราชการ แพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินและอุบัติเหตุจะเป็นผู้ให้การตรวจรักษา และกำหนดแนวทางการรับตัวผู้ป่วยคดีไว้ในห้องผู้ป่วยไว้ในข้อ 6.2 ว่า ให้รับตัวผู้ป่วยคดีไว้ที่ห้องผู้ป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจจัดไว้สำหรับผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษ เว้นแต่นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) จะพิจารณาอนุญาตเป็นอย่างอื่น...”

5) ประกอบกับได้ความจากศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประสิทธิ์ และศาสตราจารย์นายแพทย์ไชยรัตน์ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรักษาจำเลยในคืนที่รับตัวสรุปได้ว่า เมื่อพยานทั้งสองตรวจสอบจากเวชระเบียนบันทึกความคืบหน้าการรักษา พบว่าในวันที่ 23 ส.ค.2566 ที่มีการส่งตัวจำเลยมาที่โรงพยาบาลตำรวจโดยอ้างว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ไม่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และไม่มีการตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมาดูอาการในทันที เพิ่งจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจเข้ามาตรวจจำเลยในวันที่ 24 ส.ค.2566 หรือหลังจาก 14 ชั่วโมงไปแล้ว

6) และได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในขณะนั้น และนายแพทย์พงศ์ภัค ซึ่งเป็นแพทย์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคหัวใจ สรุปได้ว่า ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีเครื่องมือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มียาขยายหลอดลมและยาลดความดันโลหิตที่ใช้รักษาจำเลยตามเวชระเบียนของโรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 23 สิงหาคม 2566 แสดงให้เห็นได้ว่า อาการของจำเลยในคืนเกิดเหตุอยู่ในศักยภาพที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถรักษาได้ ไม่จำต้องส่งตัวจำเลยไปรักษานอกเรือนจำ เชื่อได้ว่า จำเลยไม่ได้มีอาการแน่นหน้าอก แต่อ้างว่ามีอาการแน่นหน้าอก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการส่งตัวจำเลยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

7) นอกจากนี้ ยังได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัยและนายแพทย์พงศ์ภัคอีกว่า อาการของจำเลยตามที่ระบุในเวชระเบียนของโรงพยาบาลตำรวจ นับแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566เป็นต้นไปนั้น ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถดูแลจำเลยได้ ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ พันตำรวจเอกนายแพทย์ชนะก็เบิกความยืนยันว่า อาการของจำเลยตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 จำเลยสามารถกลับไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ จึงเห็นได้ว่า อาการแน่นหน้าอกของจำเลยหากเกิดขึ้นจริงดังที่จำเลยอ้าง อาการของจำเลยก็ทุเลาดีขึ้น และจำเลยก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครหรือทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป

8) สำหรับการรักษาจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 จนถึงวันที่จำเลยออกจากโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น แพทย์โรงพยาบาลตำรวจออกใบแสดงความเห็นแพทย์ให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2566 วันที่ 18 ตุลาคม 2566และวันที่ 21 ธันวาคม 2566 เป็นหลักฐานประกอบบันทึกข้อความถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขออนุญาตให้จำเลยพักรักษาตัวนอกเรือนจำต่อไปเกินกว่า 30 วัน 60 วัน และ 120 วันโดยอ้างเหตุต้องรักษาแผลผ่าตัด ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน ต้องรักษาสมองขาดเลือดและผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม ตามลำดับ ทั้งๆ ที่การผ่าตัดตามที่ระบุในใบแสดงความเห็นแพทย์เป็นการผ่าตัดนิ้วล็อกกับผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขวาซึ่งฉีกขาด เพราะจำเลยประสบอุบัติเหตุขณะพักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ และมิใช่สาเหตุการป่วยอันเป็นเหตุที่อ้างใช้ส่งตัวจำเลยมาที่โรงพยาบาลตำรวจ และการผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม แพทย์เคยเสนอจำเลยให้ผ่าตัดภายหลังจากจำเลยอยู่โรงพยาบาลตำรวจ แต่จำเลยปฏิเสธการผ่าตัด ทั้งได้ความว่าในที่สุดก็ไม่มีการผ่าตัดกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทของจำเลยแต่อย่างใด

9) จนกระทั่งจำเลยออกจากโรงพยาบาลตำรวจ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า การบังคับโทษจำคุกจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตามพฤติการณ์ดังกล่าวมาข้างต้นบ่งชี้ให้เห็นว่า จำเลยทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ได้ว่าตนไม่ได้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน แต่จำเลยมีเพียงโรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาตัวแบบผู้ป่วยนอกได้ โดยไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาวะร่างกายของจำเลยเอง

10) นอกจากนั้น ยังได้ความว่า จำเลยเข้ามามีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ โดยปฏิเสธการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจและโรคกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท แต่ให้แพทย์รักษาโดยการรับประทานยาตามอาการและเลือกรับการผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขวา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและเป็นผลทำให้การรักษาตัวจำเลยในโรงพยาบาลตำรวจขยายระยะเวลาออกไป จำเลยจึงได้รับประโยชน์จากการพักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ต้องกลับไปถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจนได้รับการปล่อยตัว และไม่อาจอ้างว่าเป็นการดำเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่ มิได้เกิดจากการกระทำของจำเลย เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมาหักวันคุมขังโทษตามคำพิพากษา

สรุป ศาลจึงมีคำสั่งในท้ายที่สุด ว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 มีพระบรมราชโองการพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้จำเลยเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา ดังนี้ ย่อมมีผลทำให้จำเลยได้รับการลดโทษและต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาต่อไปอีก 1 ปี

เมื่อการบังคับโทษจำเลยเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น กระบวนการบังคับโทษรวมทั้งการพักการลงโทษจำเลยจึงไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่อาจนำเอาระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้ จำเลย

จึงต้องรับโทษจำคุกอีก 1 ปี ตามพระบรมราชโองการ !

จิตกร บุษบา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:23 น. บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง
19:13 น. ไฟไหม้วอดทั้งหลัง! บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง เจ้าตัววิ่งฝ่าเพลิงเอาทรัพย์สิน ถูกไฟลวกเจ็บ
19:12 น. หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่าน โพสต์เดือด ยื่น 168 ข้อเสนอสุดท้ายสูญเปล่า อัดสหรัฐฯไร้ความจริงใจ
18:49 น. ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน
18:34 น. โซเชียลหลั่งน้ำตา ประธานสภาอิหร่าน โพสต์ภาพสะเทือนใจ ผู้ร่วมเดินทางในไฟล์ทบินไปปากีฯ
ดูทั้งหมด
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 7-13 เม.ย.69
อดีตนายกสื่อออนไลน์ สอนมวย ไก่ ภาษิต ไม่เคารพเนื้อหาข่าว
'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน
ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน11)
บุคคลแนวหน้า : 12 เมษายน 2569
ทุกคนต้องช่วยกันในยามสงครามตะวันออกกลาง
คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’
จัดการเงินให้เหมือนเล่นเกม ... ก้าวทีละก้าว เพื่อการเงินที่มั่นคง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

ไฟไหม้วอดทั้งหลัง! บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง เจ้าตัววิ่งฝ่าเพลิงเอาทรัพย์สิน ถูกไฟลวกเจ็บ

หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่าน โพสต์เดือด ยื่น 168 ข้อเสนอสุดท้ายสูญเปล่า อัดสหรัฐฯไร้ความจริงใจ

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 เม.ย.69

โซเชียลหลั่งน้ำตา ประธานสภาอิหร่าน โพสต์ภาพสะเทือนใจ ผู้ร่วมเดินทางในไฟล์ทบินไปปากีฯ

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

  • Breaking News
  • บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง
  • ไฟไหม้วอดทั้งหลัง! บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง เจ้าตัววิ่งฝ่าเพลิงเอาทรัพย์สิน ถูกไฟลวกเจ็บ ไฟไหม้วอดทั้งหลัง! บ้านอดีตนางเอกหมอลำชื่อดัง เจ้าตัววิ่งฝ่าเพลิงเอาทรัพย์สิน ถูกไฟลวกเจ็บ
  • หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่าน โพสต์เดือด ยื่น 168 ข้อเสนอสุดท้ายสูญเปล่า อัดสหรัฐฯไร้ความจริงใจ หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่าน โพสต์เดือด ยื่น 168 ข้อเสนอสุดท้ายสูญเปล่า อัดสหรัฐฯไร้ความจริงใจ
  • ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน
  • โซเชียลหลั่งน้ำตา ประธานสภาอิหร่าน โพสต์ภาพสะเทือนใจ ผู้ร่วมเดินทางในไฟล์ทบินไปปากีฯ โซเชียลหลั่งน้ำตา ประธานสภาอิหร่าน โพสต์ภาพสะเทือนใจ ผู้ร่วมเดินทางในไฟล์ทบินไปปากีฯ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

12 เม.ย. 2569

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

8 เม.ย. 2569

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

22 มี.ค. 2569

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

18 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved