วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช..บรมนาถบพิตร..ในหลวงรัชกาลที่ 9..ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้เป็นหลักคิด..เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาชาติบ้านเมือง..เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตว่า
“ในบ้านเมืองนี้มีทั้งคนดีและคนไม่ดี..ไม่มีใครที่จะทําให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด..การทําให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย..จึงมิใช่การทําให้ทุกคนเป็นคนดี..หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี..ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง..และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ..ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
เรื่องราวของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร..เป็นอุทาหรณ์..ที่สามารถยกขึ้นมาเทียบเคียงเป็นตัวอย่างได้ว่า..นอกจาก“ทักษิณ”จะเป็นคนไม่ดี..เพราะประพฤติทุจริตต่อหน้าที่และศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว..“ทักษิณ”ก็ยังชักนำและสนับสนุนให้ข้าราชการในกรมราชทัณฑ์..และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ..เป็นคนไม่ดีตามไปด้วย
ทั้งนี้..สามารถยืนยันและอ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..ที่บังคับโทษเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา..สั่งให้“ทักษิณ ชินวัตร”กลับเข้าไปติดคุกนับหนึ่งใหม่ในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี..ซึ่งศาลฯระบุไว้ดังนี้
“การบังคับโทษจำคุกจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย..จำเลยทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ได้ว่า..ตนไม่ได้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน..แต่จำเลยมีเพียงโรคประจำตัว..ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาตัวแบบผู้ป่วยนอกได้..โดยไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ..เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาวะร่างกายของจำเลยเอง..นอกจากนั้นยังได้ความว่า..จำเลยเข้ามามีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์..โดยปฏิเสธการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจและโรคกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท..แต่ให้แพทย์รักษาโดยการรับประทานยาตามอาการ..และเลือกรับการผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขวา..ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน..และเป็นผลทำให้การรักษาตัวจำเลยในโรงพยาบาลตำรวจขยายระยะเวลาออกไป”
โกหกแรกจากข้าราชการที่น่าจะเป็นคนดี..แต่ต้องกลายเป็นคนไม่ดี..เพราะเวลานี้กำลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนหลังจากชี้มูลความผิดแล้ว..คือ..ข้าราชการในกรมราชทัณฑ์..ตั้งแต่นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์..อธิบดีกรมราชทัณฑ์..เมื่อครั้งเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม..รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายสิทธิ สุธีวงศ์..รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ..เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายชาญ วชิรเดช..รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ..และนายนัสที ทองประหลาด..เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร..ปัจจุบันเกษียณราชการแล้ว..เป็นต้น
บุคคลเหล่านี้..มีส่วนในการส่งตัว“ทักษิณ ชินวัตร”ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำแบบ“ฉุกเฉิน”..ในคืนวันที่ 22 สิงหาคมต่อเช้าวันที่ 23 สิงหาคม 2566..โดยอ้างเหตุผลจากการแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นว่า..“ทักษิณ”มีอาการนอนไม่หลับ, แน่นหน้าอก, วัดความดันโลหิตสูง..และระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ
แต่คำวินิจฉัยของของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ชี้ว่า..จำเลยคือ“ทักษิณ ชินวัตร”ไม่ได้มีอาการแน่นหน้าอก..แต่อ้างว่ามีอาการแน่นหน้าอก..เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ..ใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
โกหกต่อมา..ข้าราชการที่น่าจะเป็นคนดี..แต่ต้องกลายเป็นคนไม่ดี..เพราะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ“ทักษิณ ชินวัตร”..จะด้วยการชักจูงชี้นำสั่งการหรืออะไรก็แล้วแต่..ต้องเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะสรุปสำนวน..นั่นก็คือ..พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ..ผู้ช่วย ผบ.ตร. เมื่อครั้งเป็นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ..ได้ให้สัมภาษณ์สื่อในวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ว่า..“ทักษิณ”ถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยรถราชทัณฑ์..เนื่องจากมีความดันโลหิตสูงถึง 170 มิลลิเมตรปรอท..โดยมีการนำตัวไปชั้น 14 ทันที
...พร้อมกันนี้..พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ..ยังเปิดเผยกับสื่อว่า..ได้ตั้งคณะแพทย์รักษา..ประกอบด้วยแพทย์เชี่ยวชาญด้านหัวใจ, ปอด และ“โควิด 19”..โดยแพทย์ได้ให้น้ำเกลือและยังต้องสอดสายออกซิเจนช่วยหายใจ..ขณะที่ความดันยังอยู่ในระดับสูง..มีอาการเหนื่อยหอบ..แต่ยังพอสื่อสารได้..ซึ่งแพทย์ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด.. และสั่งงดเยี่ยมทุกกรณี
ในประเด็นนี้..คำวินิจฉัยของศาลฯเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568..ชี้ว่า..อาการของจำเลยตามที่ระบุในเวชระเบียนของโรงพยาบาลตำรวจนั้น..โรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถดูแลจำเลยได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น..คือวันที่ 24 สิงหาคม 2566..ซึ่งศาลฯได้อ้างคำเบิกความของ พ.ต.อ.ชนะ จงโชคดี..นายแพทย์ (สบ 5) โรงพยาบาลตำรวจ..แพทย์เจ้าของไข้..ที่ยืนยันว่า..อาการของจำเลยตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566..จำเลยสามารถกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้
ด้วยเหตุนี้..คำวินิจฉัยของของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จึงชี้ว่า..“อาการแน่นหน้าอกของจำเลยหากเกิดขึ้นจริงดังที่จำเลยอ้าง..อาการของจำเลยก็ทุเลาดีขึ้น..และจำเลยก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ..หรือโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้..ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป”
อย่างไรก็ตาม..สำหรับข้าราชการประจำ 12 คนจากกรมราชทัณฑ์..รวมทั้งแพทย์โรงพยาบาลตำรวจนั้น..ถึงอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด..เพราะ ป.ป.ช.กำลังไต่สวนคดี..ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157..ฐาน“ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย..หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”
แต่ที่ต้องติดตามต่อไปก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร”..และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง..ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม..ที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์..ซึ่งเมื่อวันที่ 11 กันยายนวานนี้..ตัวแทนภาคประชาชน..โดยกลุ่ม คปท., กองทัพธรรม..และ ศปปส. ได้ไปร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีเพื่อชี้มูลความผิด“ทักษิณ”..ฐานเป็น“ตัวการหรือผู้สนับสนุนให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”..และ พ.ต.อ.ทวีในข้อหา“ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”..รวมทั้งยังขอให้ ป.ป.ช. ขยายผลหาผู้กระทำผิดเพิ่มเติม..และเร่งสรุปสำนวนคดี..เพื่อยื่นฟ้องข้าราชการ 12 คนที่ถูกชี้มูลความผิดไปแล้ว
เฉพาะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นั้น..เป็นผู้ที่เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันมาตลอด..ในช่วงที่“ทักษิณ ชินวัตร”ป่วยทิพย์บนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจว่า..“ทักษิณ”ป่วยจริง..และการพักรักษาตัวเป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ข้อบังคับของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์..ส่วนรายละเอียดของอาการป่วยเป็นอย่างไรนั้น..พ.ต.อ.ทวีมักจะอ้างกับผู้สื่อข่าวว่า..“เป็นข้อมูลส่วนบุคคล..และเป็นข้อมูลของผู้ป่วย..ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยได้”
นอกจากนั้น กลุ่ม คปท., กองทัพธรรม และ ศปปส. ก็ยังเคยไปร้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง..ให้ตรวจสอบกรณีที่“ทักษิณ ชินวัตร”ได้รับการอนุญาตให้พักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ..แต่ พ.ต.อ.ทวี ก็เพิกเฉยไม่ได้มีการตรวจสอบ..และทุกครั้งมักจะยืนยันคำเดิมๆ..ว่า“ทักษิณ”ป่วยจริง..และเป็นไปตามกฎกระทรวงยุติธรรม..เรื่อง“การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ” ปี 2563..ที่ลงนามประกาศโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน..รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น
...และเมื่อย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์การอนุญาตให้“ทักษิณ ชินวัตร”พักรักษาตัวต่อนอกเรือนจำ..พบว่า..วันที่ 20 กันยายน 2566..“ทักษิณ ชินวัตร”รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจเกิน 30 วัน..นายนัสที ทองประหลาด..ผู้บัญชาการเรือนจำได้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์..พร้อมกับความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาให้อยู่ต่อ, วันที่ 21 ตุลาคม 2566 หลังจากครบ 60 วัน..กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า..“ทักษิณ” ยังไม่หายป่วยต้องรักษาตัวต่อ..ซึ่งในขั้นตอนนี้..นอกจากต้องขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้ว..ยังต้องรายงานให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมทราบด้วย..และในวันที่ 22 ธันวาคม 2566..ครบกำหนด 120 วัน..ขั้นตอนนี้ต้องรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทราบ..และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง..ยังได้ไปตอบกระทู้สดในสภาฯ ว่า“ทักษิณป่วยจริง”
ขณะที่รายละเอียดจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..ระบุว่า..กรณีพักรักษาตัวนอกเรือนจำต่อไปเกินกว่า 30 วันนั้น..พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์..นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจคนปัจจุบัน..ออกใบแสดงความเห็นแพทย์ฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2566 โดยระบุอาการที่“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องรักษาคือนิ้วล็อก..แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ
กรณีพักรักษาตัวนอกเรือนจำต่อไปเกินกว่า 60 วัน..พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์..ออกใบแสดงความเห็นแพทย์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566..โดยระบุอาการที่ต้องรักษาคือผ่าตัดเอ็นไหล่ขวาฉีก..แต่ไม่ใช่เหตุอ้างรักษาตัวนอกเรือนจำ
และกรณีพักรักษาตัวนอกเรือนจำต่อไปเกินกว่า 120 วัน..พ.ต.อ. นพ.ชนะ จงโชคดี.. นายแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ..ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้..และ พล.ต.ต. นพ.สามารถ ม่วงศิริ..แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ..ผู้ออกใบความเห็นแพทย์..ได้ออกใบแสดงความเห็นแพทย์ฉบับลงวันที่ 21 ธันวาคม 2566..โดยอ้างเหตุต้องเตรียมการรักษาอาการสมองขาดเลือด..และผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม
อย่างไรก็ตาม..การอนุญาตให้“ทักษิณ ชินวัตร”อยู่โรงพยาบาลตำรวจต่อทั้ง 3 ครั้งนี้..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระบุว่า..นายนัสที ทองประหลาด..ได้นำใบแสดงความเห็นแพทย์ทั้ง 4 ฉบับ (กรณี 120 วัน มีแพทย์ออก 2 ใบ)..ไปทำบันทึกถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์..เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา..ให้จำเลยพักรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 30 วัน 60 วัน และ 120 วัน..โดยอ้างเหตุต้องรักษาแผลผ่าตัด..ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน..ต้องรักษาสมองขาดเลือด..และผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม..ตามลำดับ
ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง..ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยนั้น..พบว่าการผ่าตัดตามที่ระบุในใบแสดงความเห็นแพทย์เป็นการผ่าตัดนิ้วล็อก..ผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขวา..ซึ่งฉีกขาดเพราะจำเลยประสบอุบัติเหตุขณะพักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ..และมิใช่สาเหตุการป่วย..อันเป็นเหตุที่อ้างใช้ส่งตัวจำเลยมาที่โรงพยาบาลตำรวจ
ส่วนการผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระบุว่า..แพทย์เคยเสนอจำเลยให้ผ่าตัดภายหลังจากจำเลยอยู่โรงพยาบาลตำรวจ..แต่จำเลยปฏิเสธการผ่าตัด..ทั้งได้ความว่า..ในที่สุดก็ไม่มีการผ่าตัดกระดูกคอกดทับไขสันหลัง..และเส้นประสาทของจำเลยแต่อย่างใด..จนกระทั่งจำเลยออกจากโรงพยาบาลตำรวจ
ข้อเท็จจริงทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนั้น..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงชี้ว่า..การบังคับโทษจำคุกจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สรุปแล้ว..งานนี้ทั้ง “ทักษิณ ชินวัตร”ผู้เป็น“นายเก่า”..และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้เป็นลูกน้องมาตั้งแต่สมัย“ทักษิณ”เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลพรรคไทยรักไทย..คงหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา..ฐาน“เป็นผู้ร่วมกระทำผิด”กับบรรดาข้าราชการประจำ 12 คน..ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิด..และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ
ที่หนักสุดอันเป็นวิบากกรรมจากการประพฤติชั่ว..ก็คือ“ทักษิณ ชินวัตร”..ที่อาจจะต้องเจออีกหนึ่งข้อหา..หากมีผู้แจ้งความดำเนินคดี..ในความผิดมาตรา 112..จากการที่“ทักษิณ”ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ..ด้วยข้อความ“อันเป็นเท็จ”..ว่า“รับโทษมาแล้ว 10 วัน..เหลือโทษจำคุก 7 ปี 11 เดือน 20 วัน..อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร”..แต่เมื่อพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว..“ทักษิณ”ยังไม่เคยรับโทษอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว
นอกเหนือจากนั้น..“ทักษิณ ชินวัตร”ก็ไม่ได้มีสุขภาพเจ็บป่วยถึงขั้นวิฤตที่จะต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษา..ดังที่ได้กราบบังคมทูลในฎีกา..อันเป็นเหตุให้เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว..จึงพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ..เหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี
เห็นทีว่า..“ทักษิณ ชินวัตร”อาจจะได้เป็น“วีรบุรุษ”อยู่ในคุกยาว..สมความภาคภูมิใจของลูกหลานและคนในตระกูลชินวัตรก็คราวนี้แหละ..และก็ไม่น่าจะเหงา..เพราะคงจะมีบรรดาข้าราชการประจำ..ผู้ร่วมกระทำผิดคคี“ป่วยทิพย์-ชั้น 14”..ทยอยตามเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนอีกเป็นขบวน..
โดยเฉพาะลูกน้องเก่า“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

DSI ตรวจค้นพื้นที่เก็บสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ห้างดังกลางกรุง ยึดของกลางมูลค่ากว่า 20 ล้าน
รอง ผบ.ตร. เร่งตามคดีชิงทอง ลั่นต้องจับกุมให้ได้ จี้ยกระดับป้องกันพื้นที่
ส่งสารถึงโลก! โมจตาบา คาเมเนอี ยันปิดฮอร์มุซต่อ พร้อมเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ
ชายพิการใจเด็ด! เรียกรถเมล์ 3 คัน ไม่มีจอดรับ นั่งวีลแชร์ลงถนนขวางไม่ให้ไป สุดท้ายได้ขึ้น
6 วันแรกงบพุ่ง! สหรัฐฯทุ่มกว่า1.1หมื่นล้านดอลลาร์ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี