วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลก็คงไม่คาดคิดว่า กระแสไม่เห็นด้วยและโจมตีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแร่หายากของโลก หรือแร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกา จะโหมกระหน่ำรุนแรงถึงขนาดนี้จนกลายเป็นโจทย์ยากสำหรับรัฐบาลที่จะต้องมานั่งแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย และแปลไทยมาเป็นไทยอีกว่า ไม่ได้หมกเม็ด หรือไม่ได้ลักไก่ตรงไหน
ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลพยายามอธิบายว่าMOU ฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมาย เป็นเพียงข้อตกลงความเข้าใจเพื่อร่วมมือกันในการพิจารณาเรื่องห่วงโซ่อุปทาน และเรื่องการส่งเสริมการลงทุนแร่หายาก หรือแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย จะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับกลายๆ ว่า เป็นการปูทางเจรจาภาษีสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอาเซียน
หรือแม้แต่นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ก็ยังออกมาช่วยชี้แจงว่า แร่หายากนี้กระจายอยู่ทั่วไปในไทย แต่ยังไม่พบแหล่งแร่ที่มีความเข้มข้นพอที่จะคุ้มค่าต่อการลงทุนในเชิงพาณิชย์ ที่ไทยส่งออกเป็นอันดับ 5 นั้น เพราะเรานำเข้าและตกแต่งแร่ให้มีความเข้มข้นมากขึ้นก่อนจะส่งออกต่อ ไม่ได้มาจากการทำเหมืองในประเทศ
แต่คำอธิบายเหล่านั้น กลับไม่ได้ทำให้เสียงโจมตีลดราวาศอกลงไปเลย เหตุผลอย่างแรกก็คือมันเป็นเรื่องของความรู้สึกเพราะรัฐบาลไปลงนามข้อตกลงโดยไม่บอกคนไทยสักคำ เพิ่งมารู้กันภายหลังที่ประธานาธิบดีโดนัลป์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลของเขาตรงนี้เองทำให้ประชาชนที่มีความระแวงนักการเมืองอยู่แล้ว คิดว่ารัฐบาลลักไก่เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของไทย
อีกอย่างคือ คนไทยไม่พอใจกับบทบาทการจุ้นจ้านของทรัมป์เป็นทุนเดิม และวิตกกังวลว่า การทำข้อตกลงกับชาติมหาอำนาจครั้งนี้ เบื้องหลังก็คือเกมการเมืองระดับโลกที่สหรัฐฯใช้ไทยเป็นข้อต่อสำคัญแทรกห่วงโซ่จีนเจ้าตลาด กลายเป็นแรงกดทับทำให้ไทยต้องวางน้ำหนักรักษาสมดุลความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในเวทีระหว่างประเทศอย่างระมัดระวังเพราะจำเป็นต้องพึ่งพาทั้งสหรัฐและจีน
ขณะเดียวกัน ความสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น ก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆ เช่นกัน เนื่องจากอุตสาหกรรมแร่แรร์เอิร์ธเป็นเรื่องใหม่ ไทยเรายังไม่มีความพร้อมใดๆ ทั้งการศึกษาผลกระทบ กฎหมายรองรับ และองค์ความรู้ต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเถื่อนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้ส่งผลกระทบมลพิษทางน้ำขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย จนขณะนี้ก็ยังแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย
จริงอยู่ แม้รัฐบาลพยายามจะบอกว่าMOU ความร่วมมือแร่แรร์เอิร์ธที่ไทยทำกับสหรัฐฯไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย และสามารถยกเลิกได้นั้น ในความเป็นจริงแล้วคงทำไม่ได้ง่ายๆ ดังนั้น คนไทยจึงมีสิทธิ์ที่จะสงสัยและตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ในเมื่อเป็นข้อตกลงเรื่องผลประโยชน์ ถ้าไม่เข้ามาหาประโยชน์ มันจะเป็นไปได้ยังไง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องหาทางอธิบายต่อไปให้ดี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของเรื่องนี้ มาจากรัฐบาลเองที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จงใจปิดบังประชาชนหรือไม่ ทั้งๆ ที่เรื่องใหญ่และสำคัญขนาดนี้ ประชาชนควรรู้ก่อน ไม่ใช่มารู้ทีหลัง จนเกิดความรู้สึกที่ไม่น่าไว้วางใจตามมา อย่าลืมว่ากรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในรัฐบาลชุดก่อนจนนำมาซึ่งวิกฤตศรัทธาผู้นำอย่างรุนแรงเพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็ควรจะดูไว้เป็นบทเรียนและสำเหนียกไว้ให้ดีว่า อย่ามองข้ามหัวประชาชน และอย่าล้อเล่นกับความไว้วางใจ

แตกตื่นทั้งเมือง! อุกกาบาตระเบิดเหนือสหรัฐฯ พลังเทียบเท่าระเบิดTNT300 ตัน
ปชน.ร่วมบางกอกไพรด์ 2026 ย้ำสมรสเท่าเทียมใกล้ครบ 500 วัน รัฐบาลต้องเร่งแก้ กม.ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทย ร่วมขบวน Bangkok Pride 2026 ดันไทยชิงเจ้าภาพ World Pride 2030
ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี
ไอจีหวานฉ่ำ! ก้อย ปล่อยภาพคู่ ทิม โผล่คอมเมนต์คลั่งรักเต็มสิบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี