สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมายืนอยู่ในจุดเปราะบางอีกครั้ง หลังจากมีกระแสการทวงคืนปราสาทตาควาย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ที่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก และดูเหมือนกำลังจะกลายเป็นประเด็นใหม่และใหญ่มากพอที่อาจสั่นคลอนต่อการดำรงอยู่ของปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา
แม้ฝ่ายกองทัพไทย ใช้ภาษาทางทหารว่าเราแค่เสียการควบคุม แต่ไม่ได้สูญเสียปราสาทก็ตาม แต่ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ไทยเสียปราสาทตาควายให้เขมรไปแล้ว ตั้งแต่หลังมีการประกาศหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาเที่ยงคืน และต่อมาได้มีการลงนามในข้อตกลงเพื่อยึดมั่นการหยุดยิงอย่างเคร่งครัดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568
กรณีปราสาทตาควายคือหนึ่งในประเด็นอ่อนไหวที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนไทย นอกเหนือจากเรื่องการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทหาร รวมถึงพลเรือนไทยถูกโจมตีด้วยจรวดอย่างตั้งใจของกัมพูชา ทำให้เด็กและผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยเสียชีวิตจำนวนนับสิบราย เพราะฉะนั้นเมื่อสันติภาพที่ตั้งอยู่บนความรู้สึกสูญเสียอัดอั้น จึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องทวงคืนกลับมา
ที่สำคัญคือ ในส่วนของผู้นำเหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และพล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ต่างออกมายืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ปราสาทตาควายเป็นของไทย ยังไงก็ไม่ยอม ต้องหาทางเอาคืนมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ และหากไม่สามารถเคลียร์เรื่องประสาทตาควายได้ ก็จะไม่คุยเรื่องอื่นอีกต่อไป
มีการพูดถึงวิธีการทวงคืนปราสาทตาควาย นอกจากทำเรื่องร้องไปยังองค์กรระหว่างประเทศว่ากัมพูชาทำผิดอนุสัญญาเจนีวา เรื่องการใช้โบราณสถานเป็นฐานที่มั่นทางทหาร รวมไปถึงการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลล้อมรอบปราสาทที่ผิดอนุสัญญาออตตาวาแล้ว ก็ยังเหลืออีก 2 วิธีคือใช้กำลังบุกตีคืนมาเลย และพึ่งพาเทคโนโลยี LiDAR เพื่อพิสูจน์เขตแดน
ใน 2 วิธีสุดท้ายนี้ มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างแรก ถ้าจะบุกตีคืนมาเลย ได้มาแน่และเร็วด้วย แต่ฝ่ายกองทัพประเมินว่า ทหารจะตายเป็นร้อย จะยอมหรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ทักท้วงว่าไทยจะตกเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาเสียเอง อาจกลายเป็นลบในสายตานานาชาติ และถูกกดดัน-ตอบโต้จนเกิดปัญหาทับซ้อนอีก จุดยืนที่เรายึดมาตลอดก็พังครืนเสียหาย
อีกวิธีคือ ใช้เทคโนโลยี LiDAR เพื่อพิสูจน์พื้นที่ แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร ต้องให้เสร็จสิ้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วเสียก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ข้อดีแม้จะช่วยลดการสูญเสียทางทหาร แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่า เมื่อใช้จริงแล้ว ประเทศไทยจะได้หรือเสียดินแดนแค่ไหน อย่างไร แล้วถ้าเสียดินแดนจะยอมรับกันได้หรือไม่
ยังมีข้อแนะนำที่น่าสนใจจากพล.ท.บุญสินพาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันว่า ปราสาทตาควายยังเป็นของไทยอยู่ และวิธีการต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ที่มีอำนาจต้องคุยกัน เริ่มจากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่ทำหนังสือประท้วง ยกหูโทรศัพท์เจรจา ส่วนการใช้กำลังเป็นวิธีสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม เรื่องปราสาทตาควายนี้ฝ่ายไทยต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้รอบคอบ และรัดกุมที่สุด เนื่องจากกัมพูชายังคงวางกำลัง สร้างแนวบังเกอร์เอาไว้อย่างแน่นหนา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะยอมถอนกำลังและคืนปราสาทให้กับไทย ขณะที่คนไทยก็คงไม่ยอมง่ายๆ ที่จะสูญเสียปราสาทนี้ไปเช่นกัน ฉะนั้นนี่จึงเป็นระเบิดเวลาที่แขวนอยู่บนปฏิญญาสันติภาพ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี