วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
จะโกงแม้กระทั่งการติดคุก รัฐบาลอนุทินล้อมคอกด่วน

ดูทั้งหมด

  •  

การโกงติดคุกในกรณีชั้น 14 นักโทษเทวดา เป็นเรื่องร้ายแรง

เหยียบย่ำระบบกฎหมาย ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชทัณฑ์


ผู้เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดอย่างสาสม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ขณะเดียวกัน ระบบระเบียบการส่งตัวนักโทษไปรักษาตัว หรือไปคุมขังนอกเรือนจำ ก็จะต้องไม่มีช่องโหว่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก

1. สถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ หรือจำคุกนอกเรือนจำ

กรณีที่กรมราชทัณฑ์ออกกฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง พ.ศ.2563 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2563 และต่อมา ออกประกาศระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสาหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 (ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย)

สาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดสถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ หรือจำคุกนอกเรือนจำ

การดำเนินการเรื่องนี้ อาจมีความเสี่ยงต่อ “การใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล” อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ในทางที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังที่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลส่วนตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 กรมราชทัณฑ์ได้ประกาศใช้ “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566” ที่มีบทบัญญัติสำคัญ คือ ให้คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง มีอำนาจในการกลั่นกรองให้ผู้ต้องขังรายใดไปคุมขังในสถานที่คุมขัง โดยที่อำนาจในการอนุมัติจะอยู่ที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์

2. ล้อมคอก

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกฯ อนุทิน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2568 ครม. รับทราบ “ข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง” ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ

พร้อมทั้งมอบหมายให้ กระทรวงยุติธรรม โดย กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อยุติ

โดยให้กระทรวงยุติธรรมสรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อนำเสนอ ครม. ต่อไป

รายงานข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. มีรายละเอียดน่าสนใจมาก กล่าวโดยสรุป ดังนี้

2.1 ปัญหา ช่องโหว่

จากการศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ ตามที่กรมราชทัณฑ์มีประกาศกำหนด ปรากฏปัญหาที่อาจจะเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริต และปัญหา ในการปฏิบัติราชการ ดังนี้

ประเด็นปัญหาที่ 1 การขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89/2 และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ใน 2 ประเด็น

ได้แก่ 1) ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขัง และ 2) คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการคุมขังในสถานที่คุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 2  ไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง สำหรับผู้ต้องขังบางประเภท สืบเนื่องมาจากประเด็นที่ 1 ที่คุณสมบัติของผู้จะได้รับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ไม่มีกำหนดว่าต้องผ่านการจำคุกมาแล้วนานเท่าใด นอกจากจะเป็นคุณสมบัติที่ต่างกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว การไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการลงโทษตามวัตถุประสงค์ของการคุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 3 กระบวนการออกระเบียบฯ ดังกล่าว มิได้เป็นอำนาจเด็ดขาดของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แต่จะต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะกรรมการราชทัณฑ์ มิได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อระเบียบดังกล่าว แต่เป็นการอาศัยอำนาจของอธิบดีออกระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของระเบียบฯ

ประเด็นปัญหาที่ 4 ความไม่ชัดเจนของนิยามคำว่า “สถานที่คุมขัง” โดยเกิดการตีความว่า หมายความรวมถึง บ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

ซึ่งนัยของสถานที่คุมขังตามระเบียบฯ ไม่ควรหมายความรวมถึงบ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 5 ความเสี่ยงจากการใช้อำนาจดุลพินิจ โดยที่วิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ตามระเบียบเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์หรือเรียกค่าตอบแทนจากการใช้อำนาจดังกล่าว จนนำมาสู่การใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมหรือผิดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน

เป็นความเสี่ยงต่อการใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล เช่น ผู้ต้องขังที่มีฐานะทางการเงินดีหรือมีการใช้อิทธิพลส่วนตัว

2.2 การไม่กำหนดเวลา‘ขั้นต่ำ’ถูกคุมขัง ส่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางราย

ข้อสังเกตว่า ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566ไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง ที่ผู้ถูกคุมขังจะต้องได้รับโทษมาแล้วนานเท่าใด จึงจะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ

ประกอบกับประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ไม่มีกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ผู้ถูกคุมขังจะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วนานเท่าใด จึงจะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ

กรณีการปฏิบัติตามระบบการจำแนกลักษณะและการแยกคุมขังและการพัฒนาพฤตินิสัย และการรักษาพยาบาล นำมาสู่ข้อพิจารณา 2 ประเด็น คือ

1.คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขัง ตามที่กำหนดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 89/2 นั้น มีความแตกต่างจากคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณาให้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566

2.ในการบริหารโทษ มีความจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการสร้างสังคมที่ปลอดภัย การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังและการแก้ปัญหาคนล้นคุก ดังนั้น จึงเป็นที่มาของแนวคิดในต่างประเทศ (สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นต้นแบบการพักการลงโทษในประเทศไทยด้วย) ว่า จะไม่มีการพักการลงโทษหรือปล่อยตัวออกจากเรือนจำในช่วงแรกของการคุมขัง คือ ระยะเวลา 1/3 ของโทษจำคุก ซึ่งระยะเวลาขั้นต่ำนั้นมีความสำคัญ เช่น

(1) เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้ชดเชยการกระทำของตนในเรือนจำ

(2) เพื่อป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าว อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของสังคม โดยแยกผู้กระทำผิดออกจากสังคม

(3) เพื่อให้ผู้ถูกคุมขังได้รับการพัฒนาพฤตินิสัยในเรือนจำอย่างมีประสิทธิภาพ

(4) เพื่อให้การกำหนดโทษของศาลยังมีความหมายอยู่

อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การสั่งให้คุมขังนอกเรือนจำ (ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสาหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566) กรณีการปฏิบัติตามระบบการจำแนก และแยกการคุมขังและการพัฒนาพฤตินิสัยและการรักษาพยาบาล ไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำของการที่ผู้ต้องขังจะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้ว

ดังนั้น จึงนำมาสู่ประเด็นปัญหาว่า การไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง สำหรับผู้ต้องขังบางประเภท ว่าจะต้องรับโทษจำคุกมาแล้วเท่าใด ทำให้สังคมเกิดความไม่มั่นใจว่าผู้ต้องขังรายต่างๆ ได้รับการปฏิบัติจนบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการลงโทษในเรือนจำได้มากน้อยเพียงใด และอาจเป็นช่องทางเอื้อผลประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังรายใดรายหนึ่งได้

2.3 หากคุมขังที่ “บ้านของผู้ต้องขัง” ก็ไม่ได้ติดคุกจริง

ประเด็นเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของนิยามคำว่า “สถานที่คุมขัง”

สำหรับความไม่ชัดเจนของการดำเนินการปรากฏ เมื่อเป็นการคุมขังตามวัตถุประสงค์ที่ 1 กรณีการปฏิบัติตามระบบจำแนกและแยกคุมขัง ที่กำหนดให้ “สถานที่สำหรับอยู่อาศัย” เป็นสถานที่คุมขัง

ทำให้เกิดการตีความว่า สถานที่อยู่อาศัย มีความหมายครอบคลุมถึง บ้านหรือเคหะสถานของผู้ถูกคุมขังด้วย

อย่างไรก็ตาม อ้างอิงความคิดเห็นจากนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ประกอบการพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา และแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการคุมขัง พบเหตุผลว่า สถานที่สำหรับอยู่อาศัย ไม่ได้หมายความรวมถึง บ้านหรือเคหะสถานของผู้ถูกคุมขัง โดยมีเหตุผลประกอบ ดังนี้

1.เมื่อเทียบเคียงกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 24 ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษไว้ที่ที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือ “บ้านของตนเอง” 

ถ้าให้กลับบ้านได้ กฎหมายต้องบัญญัติโดยชัดแจ้งว่า ให้กลับไปบ้านหรือที่อาศัยของผู้นั้นเอง

“สถานที่คุมขัง” หมายความว่า สถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำซึ่งเป็นสถานที่ของทางราชการหรือเอกชนที่เจ้าของหรือผู้ปกครองดูแลรักษาสถานที่อนุญาตหรือยินยอมเป็นหนังสือให้ใช้ประโยชน์ในการควบคุมผู้ต้องขัง

ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่สถานที่ตามมาตรา 89/2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดว่า จะสามารถใช้ที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือ “บ้านของตนเอง” เป็นสถานที่คุมขังแต่อย่างใด

แสดงว่าการดำเนินการตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 จะไม่สามารถสั่งให้คุมขังที่บ้านของตนเอง

2.เมื่อพิจารณาถึงแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการคุมขัง คือ โดยที่การลงโทษ จะต้องก่อให้เกิดประโยชน์ เช่น ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้กระทำความผิดให้สมสัดส่วนกับความน่าตำหนิของการกระทำผิดที่ได้กระทำลง เพื่อป้องปรามอาชญากรรมแยกบุคคลที่กระทำความผิดออกจากสังคม เพื่อตัดโอกาสในการกระทำความผิดนั้นอีก เพื่อทำให้ผู้กระทำผิดได้รับการแก้ไขฟื้นฟู เป็นต้น

ทั้งนี้ การสั่งให้คุมขังที่บ้านไม่สามารถทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การคุมขังได้ โดยเฉพาะเพื่อสร้างความเจ็บปวดได้ตามเหตุผลการลงโทษ

ดังนั้น จึงนำมาสู่ประเด็นปัญหาว่า ความไม่ชัดเจนของนิยาม “สถานที่คุมขัง” ทำให้เกิดการตีความว่าหมายความรวมถึงบ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขังหรือไม่ ซึ่งนัยของสถานที่คุมขังตาม ระเบียบฯ ไม่ควรหมายความรวมถึง บ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

2.4 เสี่ยงใช้อำนาจ‘ดุลพินิจ’เอื้อประโยชน์คนร่ำรวย ผู้มีอิทธิพลส่วนตัว

พบข้อสังเกตว่า ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 มีแนวการปฏิบัติที่ทำให้เจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจดุลพินิจ คือ เจ้าพนักงานสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระที่จะเลือกกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ระเบียบกำหนด

ทั้งนี้ การที่ระเบียบฯ ให้อำนาจในการใช้ดุลพินิจ ก็อาจส่งผลให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์หรือเรียกรับค่าตอบแทนจากการใช้อำนาจดังกล่าว จนนำมาสู่การใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมหรือผิดเจตนารมณ์ของระเบียบฯ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ต้องขังรายอื่นๆ

แนวทางปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ยังขาดความชัดเจนว่า มีกระบวนการคัดกรองหรือกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการอนุมัติให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังอย่างไร ซึ่งต่างจากบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ส่วนที่ 3 ประโยชน์ของผู้ต้องขังมาตรา 52 (5) ที่บัญญัติว่า นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับประโยชน์ลดวันต้องโทษจาคุกให้เดือนละไม่เกิน 5 วันฯ หรือในมาตรา 52(7) บัญญัติว่านักโทษเด็ดขาดอาจได้รับประโยชน์ พักการลงโทษ เมื่อได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือไม่น้อยกว่า 10 ปีในกรณีที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกที่กำหนดเวลาฯ โดยให้คณะกรรมการราชทัณฑ์แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ระเบียบฯเปิดให้เจ้าพนักงานใช้อำนาจดุลพินิจ ในการดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณา โดยคณะทำงานเพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำ

คณะทำงานเพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำ เป็นกลไกสำคัญลำดับแรกที่จะกลั่นกรองให้ผู้ต้องขังรายใดได้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง

ซึ่งกระบวนการให้มีการคุมขังในสถานที่คุมขัง ต้องเริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

กล่าวคือ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่เสนอชื่อนักโทษที่สมควรได้รับการพิจารณา และยังมีอำนาจทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่ปรากฏคุณสมบัติต้องห้าม และรวบรวมข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา เช่น พฤติกรรมขณะต้องโทษ และรายละเอียดอื่นเท่าที่จะรวบรวมได้ เป็นต้น โดยที่ระเบียบฯ ไม่ได้เปิดช่องทางให้ผู้ต้องขังร้องขอให้ มีการคุมขังในสถานที่คุมขังด้วยตนเอง

ความเสี่ยงสำคัญ คือ หากเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในทางให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางราย เช่น อาจจะเป็นผู้ต้องขังที่ร่ำรวย หรือมีอิทธิพล หรือเป็นผู้ต้องขังที่สามารถเสนอผลประโยชน์หรือทรัพย์สินให้แก่เจ้าหน้าที่ได้

อาจทำให้ผู้ต้องขังรายอื่นๆ ที่แม้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ก็ไม่อาจได้รับการคัดเลือกกลั่นกรองให้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง และต้องจำคุกตามคำพิพากษาในเรือนจำต่อไป

ในขั้นตอนการพิจารณา คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง อาจใช้อำนาจดุลพินิจกลั่นกรองการให้ผู้ต้องขังรายใดคุมขังในสถานที่คุมขัง และการเพิกถอนการคุมขังเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ซึ่งระเบียบฯ เปิดช่องให้คณะทำงานในชั้นนี้พิจารณาด้วยการใช้ดุลพินิจในประเด็นต่างๆ เช่น ให้พิจารณาความเหมาะสม พิจารณาพฤติการณ์ก่อนต้องโทษและขณะต้องโทษ ประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ ให้คะแนนความเสี่ยงในการหลบหนี ประเมินผลกระทบต่อสังคมหรือชุมชน เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของคณะทำงาน ทั้ง 2 คณะ แล้ว พบว่า องค์ประกอบของคณะทำงาน จะเป็นเจ้าพนักงานของกรมราชทัณฑ์ มากกว่าผู้แทนส่วนราชการอื่นๆ และบุคคลภายนอก ในอัตราส่วน 9 : 3 ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้ดุลพินิจในระดับคณะทำงาน และนำไปสู่การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

การดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบดังกล่าว อาจมีความเสี่ยงต่อ “การใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล” นำไปสู่การเลือกปฏิบัติ ต่อผู้ต้องขังในทางที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังที่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลส่วนตัว

สุดท้าย.. นับเป็นการถูกต้อง สมควรอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลอนุทิน ให้กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อยุติ

ต้องล้อมคอกให้ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวใครจะหาว่า “หมูเขาจะหาม แต่หนูเอาคานเข้ามาสอด”

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. โต๋ ศุภโชติ จี้รัฐเช็กบิล 'ทุนใหญ่' กักตุนน้ำมันเก็งกำไร หลังโควตาปั๊มลดฮวบ
21:58 น. บก.ทท.ลุยชายแดนสระแก้ว! กู้ทุ่นระเบิด PMN อีก 6 ทุ่น เร่งเคลียร์ 99,800 ตร.ม.
21:21 น. สนามบินดูไบ กลับมาเปิดให้บริการบางเส้นทาง หลังถูกโดรนอิหร่านถล่มคลังน้ำมัน
21:04 น. ศาลอุทธรณ์ยืน จำคุก อติรุจ 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีตะโกนใส่ขบวนเสด็จฯ
20:46 น. ฉลองพระองค์สมเด็จพระราชินี ชุดที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครเวียงจันทน์
ดูทั้งหมด
เปิดโปรไฟล์ กัปตันณัฏฐ์ สามีคู่ชีวิตกุญแจซอล กับบทบาทคุณพ่อลูก 5
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงร่วมฟ้อนภูไท ลานคำหอมรำลึก สืบสานมรดกวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างงดงาม
เอ็ดดี้ ปลื้ม 4 นักการเมืองในดวงใจ ยอดฝีมือได้โอกาสบริหารแผ่นดิน
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 15 – 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
ปิดฉาก 22 ปี! อรอุมา ประกาศเลิกเล่นวอลเลย์บอลอาชีพ อย่างเป็นทางการ
ดูทั้งหมด
‘พรรคราษฎร’สีส้มผ่องอำไพ
แวดวงการเงิน : 17 มีนาคม 2569
หุ้นเด่น : 17 มีนาคม 2569
ฝ่ายค้านสามก๊ก
ไม่พลิก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โต๋ ศุภโชติ จี้รัฐเช็กบิล 'ทุนใหญ่' กักตุนน้ำมันเก็งกำไร หลังโควตาปั๊มลดฮวบ

บก.ทท.ลุยชายแดนสระแก้ว! กู้ทุ่นระเบิด PMN อีก 6 ทุ่น เร่งเคลียร์ 99,800 ตร.ม.

สนามบินดูไบ กลับมาเปิดให้บริการบางเส้นทาง หลังถูกโดรนอิหร่านถล่มคลังน้ำมัน

ปิดเมืองกรุงเก่าสยบไพรี ยึดยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด ทลายแก๊งโจรกรรมรถส่งข้ามประเทศ

ภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุดสายน้ำแห่งชีวิต เรื่องที่ 3 ‘The Impossible Dream ความฝันสีจาง’

พริษฐ์ ลุยยื่นกฎหมาย 9 ชุดรวด หวังใช้สภาผลักดันการเปลี่ยนแปลง

  • Breaking News
  • โต๋ ศุภโชติ จี้รัฐเช็กบิล \'ทุนใหญ่\' กักตุนน้ำมันเก็งกำไร หลังโควตาปั๊มลดฮวบ โต๋ ศุภโชติ จี้รัฐเช็กบิล 'ทุนใหญ่' กักตุนน้ำมันเก็งกำไร หลังโควตาปั๊มลดฮวบ
  • บก.ทท.ลุยชายแดนสระแก้ว! กู้ทุ่นระเบิด PMN อีก 6 ทุ่น เร่งเคลียร์ 99,800 ตร.ม. บก.ทท.ลุยชายแดนสระแก้ว! กู้ทุ่นระเบิด PMN อีก 6 ทุ่น เร่งเคลียร์ 99,800 ตร.ม.
  • สนามบินดูไบ กลับมาเปิดให้บริการบางเส้นทาง หลังถูกโดรนอิหร่านถล่มคลังน้ำมัน สนามบินดูไบ กลับมาเปิดให้บริการบางเส้นทาง หลังถูกโดรนอิหร่านถล่มคลังน้ำมัน
  • ศาลอุทธรณ์ยืน จำคุก อติรุจ 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีตะโกนใส่ขบวนเสด็จฯ ศาลอุทธรณ์ยืน จำคุก อติรุจ 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีตะโกนใส่ขบวนเสด็จฯ
  • ฉลองพระองค์สมเด็จพระราชินี ชุดที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครเวียงจันทน์ ฉลองพระองค์สมเด็จพระราชินี ชุดที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครเวียงจันทน์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

แค่นี้ยังทำให้สมาชิกพรรคเดือดร้อน

แค่นี้ยังทำให้สมาชิกพรรคเดือดร้อน

17 มี.ค. 2569

ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยหลัง 16 มี.ค.  ค่อยเป็น-ค่อยไป

ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยหลัง 16 มี.ค. ค่อยเป็น-ค่อยไป

16 มี.ค. 2569

ข้อมูลสมาชิกพรรคส้มรั่วไหล  เพิ่มความกังวลต่อปมขอLaser ID

ข้อมูลสมาชิกพรรคส้มรั่วไหล เพิ่มความกังวลต่อปมขอLaser ID

13 มี.ค. 2569

ปราบล้งนอมินีจีน  ยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทย  เครื่องพิมพ์ธนบัตรของเกษตรไทย

ปราบล้งนอมินีจีน ยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทย เครื่องพิมพ์ธนบัตรของเกษตรไทย

12 มี.ค. 2569

ประเทศไทยไม่สิ้นไร้น้ำมัน  แต่ทำไมต้องประหยัด

ประเทศไทยไม่สิ้นไร้น้ำมัน แต่ทำไมต้องประหยัด

11 มี.ค. 2569

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

10 มี.ค. 2569

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

9 มี.ค. 2569

สงครามจะจบอย่างไร?

สงครามจะจบอย่างไร?

6 มี.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved