วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
จะโกงแม้กระทั่งการติดคุก รัฐบาลอนุทินล้อมคอกด่วน

ดูทั้งหมด

  •  

การโกงติดคุกในกรณีชั้น 14 นักโทษเทวดา เป็นเรื่องร้ายแรง

เหยียบย่ำระบบกฎหมาย ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชทัณฑ์


ผู้เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดอย่างสาสม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ขณะเดียวกัน ระบบระเบียบการส่งตัวนักโทษไปรักษาตัว หรือไปคุมขังนอกเรือนจำ ก็จะต้องไม่มีช่องโหว่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก

1. สถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ หรือจำคุกนอกเรือนจำ

กรณีที่กรมราชทัณฑ์ออกกฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง พ.ศ.2563 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2563 และต่อมา ออกประกาศระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสาหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 (ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย)

สาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดสถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ หรือจำคุกนอกเรือนจำ

การดำเนินการเรื่องนี้ อาจมีความเสี่ยงต่อ “การใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล” อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ในทางที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังที่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลส่วนตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 กรมราชทัณฑ์ได้ประกาศใช้ “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566” ที่มีบทบัญญัติสำคัญ คือ ให้คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง มีอำนาจในการกลั่นกรองให้ผู้ต้องขังรายใดไปคุมขังในสถานที่คุมขัง โดยที่อำนาจในการอนุมัติจะอยู่ที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์

2. ล้อมคอก

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกฯ อนุทิน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2568 ครม. รับทราบ “ข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง” ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ

พร้อมทั้งมอบหมายให้ กระทรวงยุติธรรม โดย กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อยุติ

โดยให้กระทรวงยุติธรรมสรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อนำเสนอ ครม. ต่อไป

รายงานข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. มีรายละเอียดน่าสนใจมาก กล่าวโดยสรุป ดังนี้

2.1 ปัญหา ช่องโหว่

จากการศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ ตามที่กรมราชทัณฑ์มีประกาศกำหนด ปรากฏปัญหาที่อาจจะเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริต และปัญหา ในการปฏิบัติราชการ ดังนี้

ประเด็นปัญหาที่ 1 การขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89/2 และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ใน 2 ประเด็น

ได้แก่ 1) ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขัง และ 2) คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการคุมขังในสถานที่คุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 2  ไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง สำหรับผู้ต้องขังบางประเภท สืบเนื่องมาจากประเด็นที่ 1 ที่คุณสมบัติของผู้จะได้รับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ไม่มีกำหนดว่าต้องผ่านการจำคุกมาแล้วนานเท่าใด นอกจากจะเป็นคุณสมบัติที่ต่างกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว การไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการลงโทษตามวัตถุประสงค์ของการคุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 3 กระบวนการออกระเบียบฯ ดังกล่าว มิได้เป็นอำนาจเด็ดขาดของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แต่จะต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะกรรมการราชทัณฑ์ มิได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อระเบียบดังกล่าว แต่เป็นการอาศัยอำนาจของอธิบดีออกระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของระเบียบฯ

ประเด็นปัญหาที่ 4 ความไม่ชัดเจนของนิยามคำว่า “สถานที่คุมขัง” โดยเกิดการตีความว่า หมายความรวมถึง บ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

ซึ่งนัยของสถานที่คุมขังตามระเบียบฯ ไม่ควรหมายความรวมถึงบ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

ประเด็นปัญหาที่ 5 ความเสี่ยงจากการใช้อำนาจดุลพินิจ โดยที่วิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ตามระเบียบเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์หรือเรียกค่าตอบแทนจากการใช้อำนาจดังกล่าว จนนำมาสู่การใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมหรือผิดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน

เป็นความเสี่ยงต่อการใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล เช่น ผู้ต้องขังที่มีฐานะทางการเงินดีหรือมีการใช้อิทธิพลส่วนตัว

2.2 การไม่กำหนดเวลา‘ขั้นต่ำ’ถูกคุมขัง ส่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางราย

ข้อสังเกตว่า ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566ไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง ที่ผู้ถูกคุมขังจะต้องได้รับโทษมาแล้วนานเท่าใด จึงจะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ

ประกอบกับประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ไม่มีกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ผู้ถูกคุมขังจะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วนานเท่าใด จึงจะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ

กรณีการปฏิบัติตามระบบการจำแนกลักษณะและการแยกคุมขังและการพัฒนาพฤตินิสัย และการรักษาพยาบาล นำมาสู่ข้อพิจารณา 2 ประเด็น คือ

1.คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ไปคุมขัง ตามที่กำหนดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 89/2 นั้น มีความแตกต่างจากคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณาให้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566

2.ในการบริหารโทษ มีความจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการสร้างสังคมที่ปลอดภัย การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังและการแก้ปัญหาคนล้นคุก ดังนั้น จึงเป็นที่มาของแนวคิดในต่างประเทศ (สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นต้นแบบการพักการลงโทษในประเทศไทยด้วย) ว่า จะไม่มีการพักการลงโทษหรือปล่อยตัวออกจากเรือนจำในช่วงแรกของการคุมขัง คือ ระยะเวลา 1/3 ของโทษจำคุก ซึ่งระยะเวลาขั้นต่ำนั้นมีความสำคัญ เช่น

(1) เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้ชดเชยการกระทำของตนในเรือนจำ

(2) เพื่อป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าว อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของสังคม โดยแยกผู้กระทำผิดออกจากสังคม

(3) เพื่อให้ผู้ถูกคุมขังได้รับการพัฒนาพฤตินิสัยในเรือนจำอย่างมีประสิทธิภาพ

(4) เพื่อให้การกำหนดโทษของศาลยังมีความหมายอยู่

อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การสั่งให้คุมขังนอกเรือนจำ (ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสาหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566) กรณีการปฏิบัติตามระบบการจำแนก และแยกการคุมขังและการพัฒนาพฤตินิสัยและการรักษาพยาบาล ไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำของการที่ผู้ต้องขังจะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้ว

ดังนั้น จึงนำมาสู่ประเด็นปัญหาว่า การไม่กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการถูกคุมขัง สำหรับผู้ต้องขังบางประเภท ว่าจะต้องรับโทษจำคุกมาแล้วเท่าใด ทำให้สังคมเกิดความไม่มั่นใจว่าผู้ต้องขังรายต่างๆ ได้รับการปฏิบัติจนบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการลงโทษในเรือนจำได้มากน้อยเพียงใด และอาจเป็นช่องทางเอื้อผลประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังรายใดรายหนึ่งได้

2.3 หากคุมขังที่ “บ้านของผู้ต้องขัง” ก็ไม่ได้ติดคุกจริง

ประเด็นเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของนิยามคำว่า “สถานที่คุมขัง”

สำหรับความไม่ชัดเจนของการดำเนินการปรากฏ เมื่อเป็นการคุมขังตามวัตถุประสงค์ที่ 1 กรณีการปฏิบัติตามระบบจำแนกและแยกคุมขัง ที่กำหนดให้ “สถานที่สำหรับอยู่อาศัย” เป็นสถานที่คุมขัง

ทำให้เกิดการตีความว่า สถานที่อยู่อาศัย มีความหมายครอบคลุมถึง บ้านหรือเคหะสถานของผู้ถูกคุมขังด้วย

อย่างไรก็ตาม อ้างอิงความคิดเห็นจากนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ประกอบการพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา และแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการคุมขัง พบเหตุผลว่า สถานที่สำหรับอยู่อาศัย ไม่ได้หมายความรวมถึง บ้านหรือเคหะสถานของผู้ถูกคุมขัง โดยมีเหตุผลประกอบ ดังนี้

1.เมื่อเทียบเคียงกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 24 ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษไว้ที่ที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือ “บ้านของตนเอง” 

ถ้าให้กลับบ้านได้ กฎหมายต้องบัญญัติโดยชัดแจ้งว่า ให้กลับไปบ้านหรือที่อาศัยของผู้นั้นเอง

“สถานที่คุมขัง” หมายความว่า สถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำซึ่งเป็นสถานที่ของทางราชการหรือเอกชนที่เจ้าของหรือผู้ปกครองดูแลรักษาสถานที่อนุญาตหรือยินยอมเป็นหนังสือให้ใช้ประโยชน์ในการควบคุมผู้ต้องขัง

ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่สถานที่ตามมาตรา 89/2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดว่า จะสามารถใช้ที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือ “บ้านของตนเอง” เป็นสถานที่คุมขังแต่อย่างใด

แสดงว่าการดำเนินการตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 จะไม่สามารถสั่งให้คุมขังที่บ้านของตนเอง

2.เมื่อพิจารณาถึงแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการคุมขัง คือ โดยที่การลงโทษ จะต้องก่อให้เกิดประโยชน์ เช่น ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้กระทำความผิดให้สมสัดส่วนกับความน่าตำหนิของการกระทำผิดที่ได้กระทำลง เพื่อป้องปรามอาชญากรรมแยกบุคคลที่กระทำความผิดออกจากสังคม เพื่อตัดโอกาสในการกระทำความผิดนั้นอีก เพื่อทำให้ผู้กระทำผิดได้รับการแก้ไขฟื้นฟู เป็นต้น

ทั้งนี้ การสั่งให้คุมขังที่บ้านไม่สามารถทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การคุมขังได้ โดยเฉพาะเพื่อสร้างความเจ็บปวดได้ตามเหตุผลการลงโทษ

ดังนั้น จึงนำมาสู่ประเด็นปัญหาว่า ความไม่ชัดเจนของนิยาม “สถานที่คุมขัง” ทำให้เกิดการตีความว่าหมายความรวมถึงบ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขังหรือไม่ ซึ่งนัยของสถานที่คุมขังตาม ระเบียบฯ ไม่ควรหมายความรวมถึง บ้านหรือที่อยู่อาศัยส่วนตัวของผู้ถูกคุมขัง

2.4 เสี่ยงใช้อำนาจ‘ดุลพินิจ’เอื้อประโยชน์คนร่ำรวย ผู้มีอิทธิพลส่วนตัว

พบข้อสังเกตว่า ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 มีแนวการปฏิบัติที่ทำให้เจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจดุลพินิจ คือ เจ้าพนักงานสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระที่จะเลือกกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ระเบียบกำหนด

ทั้งนี้ การที่ระเบียบฯ ให้อำนาจในการใช้ดุลพินิจ ก็อาจส่งผลให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์หรือเรียกรับค่าตอบแทนจากการใช้อำนาจดังกล่าว จนนำมาสู่การใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมหรือผิดเจตนารมณ์ของระเบียบฯ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ต้องขังรายอื่นๆ

แนวทางปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ยังขาดความชัดเจนว่า มีกระบวนการคัดกรองหรือกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการอนุมัติให้ไปคุมขังในสถานที่คุมขังอย่างไร ซึ่งต่างจากบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ส่วนที่ 3 ประโยชน์ของผู้ต้องขังมาตรา 52 (5) ที่บัญญัติว่า นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับประโยชน์ลดวันต้องโทษจาคุกให้เดือนละไม่เกิน 5 วันฯ หรือในมาตรา 52(7) บัญญัติว่านักโทษเด็ดขาดอาจได้รับประโยชน์ พักการลงโทษ เมื่อได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือไม่น้อยกว่า 10 ปีในกรณีที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกที่กำหนดเวลาฯ โดยให้คณะกรรมการราชทัณฑ์แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ระเบียบฯเปิดให้เจ้าพนักงานใช้อำนาจดุลพินิจ ในการดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณา โดยคณะทำงานเพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำ

คณะทำงานเพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำ เป็นกลไกสำคัญลำดับแรกที่จะกลั่นกรองให้ผู้ต้องขังรายใดได้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง

ซึ่งกระบวนการให้มีการคุมขังในสถานที่คุมขัง ต้องเริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

กล่าวคือ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่เสนอชื่อนักโทษที่สมควรได้รับการพิจารณา และยังมีอำนาจทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่ปรากฏคุณสมบัติต้องห้าม และรวบรวมข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา เช่น พฤติกรรมขณะต้องโทษ และรายละเอียดอื่นเท่าที่จะรวบรวมได้ เป็นต้น โดยที่ระเบียบฯ ไม่ได้เปิดช่องทางให้ผู้ต้องขังร้องขอให้ มีการคุมขังในสถานที่คุมขังด้วยตนเอง

ความเสี่ยงสำคัญ คือ หากเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในทางให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางราย เช่น อาจจะเป็นผู้ต้องขังที่ร่ำรวย หรือมีอิทธิพล หรือเป็นผู้ต้องขังที่สามารถเสนอผลประโยชน์หรือทรัพย์สินให้แก่เจ้าหน้าที่ได้

อาจทำให้ผู้ต้องขังรายอื่นๆ ที่แม้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ก็ไม่อาจได้รับการคัดเลือกกลั่นกรองให้ออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง และต้องจำคุกตามคำพิพากษาในเรือนจำต่อไป

ในขั้นตอนการพิจารณา คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง อาจใช้อำนาจดุลพินิจกลั่นกรองการให้ผู้ต้องขังรายใดคุมขังในสถานที่คุมขัง และการเพิกถอนการคุมขังเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ซึ่งระเบียบฯ เปิดช่องให้คณะทำงานในชั้นนี้พิจารณาด้วยการใช้ดุลพินิจในประเด็นต่างๆ เช่น ให้พิจารณาความเหมาะสม พิจารณาพฤติการณ์ก่อนต้องโทษและขณะต้องโทษ ประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ ให้คะแนนความเสี่ยงในการหลบหนี ประเมินผลกระทบต่อสังคมหรือชุมชน เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของคณะทำงาน ทั้ง 2 คณะ แล้ว พบว่า องค์ประกอบของคณะทำงาน จะเป็นเจ้าพนักงานของกรมราชทัณฑ์ มากกว่าผู้แทนส่วนราชการอื่นๆ และบุคคลภายนอก ในอัตราส่วน 9 : 3 ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้ดุลพินิจในระดับคณะทำงาน และนำไปสู่การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

การดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบดังกล่าว อาจมีความเสี่ยงต่อ “การใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่บุคคล” นำไปสู่การเลือกปฏิบัติ ต่อผู้ต้องขังในทางที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังที่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลส่วนตัว

สุดท้าย.. นับเป็นการถูกต้อง สมควรอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลอนุทิน ให้กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อยุติ

ต้องล้อมคอกให้ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวใครจะหาว่า “หมูเขาจะหาม แต่หนูเอาคานเข้ามาสอด”

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:50 น. กำปั้นไทยไร้พ่าย! ลิ่ว 7 รุ่นต่อยซีเกมส์
21:39 น. เลขาวุฒิสภา แจ้ง สว. ยกเลิกประชุมวุฒิสภา 15- 16 ธ.ค.นี้ หลังยุบสภาแล้ว
21:27 น. ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า
21:09 น. กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา
21:04 น. ปูติน ยกระดับชีวิตพลเมืองรัสเซีย อัตราความยากจนลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด
(คลิป) สีหศักดิ์ย้ำ! กัมพูชา มีทางเลือกแค่ 2 ทาง
เปิดภาพ! พระราชินี ทรงพระดำเนินร่วมกับพาเหรดทัพไทยเข้าสู่สนามพิธีเปิดซีเกมส์ครั้งที่ 33
ปรากฏการณ์ใหม่! ‘ประชาธิปัตย์ กทม.’ผู้สนใจเสนอตัวกว่า 150 คน 33 เขต เตรียมเปิดโชว์วิสัยทัศน์
‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จพิธีเปิดซีเกมส์2025
ด่วน!กองทัพส่ง F-16 บินถล่มกัมพูชา ล็อก 3 เป้าหมาย
ดูทั้งหมด
อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ
ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร
สุดด้านฟันไม่เข้า?
เมื่อกัมพูชาทำให้โบราณสถาน-กาสิโน เป็นฐานทหาร
บุคคลแนวหน้า : 12 ธันวาคม 2568
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กำปั้นไทยไร้พ่าย! ลิ่ว 7 รุ่นต่อยซีเกมส์

เลขาวุฒิสภา แจ้ง สว. ยกเลิกประชุมวุฒิสภา 15- 16 ธ.ค.นี้ หลังยุบสภาแล้ว

ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า

กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา

หมอเหรียญทอง ร่ายยาวชื่นชม อนุทิน เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

ปูติน ยกระดับชีวิตพลเมืองรัสเซีย อัตราความยากจนลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

  • Breaking News
  • กำปั้นไทยไร้พ่าย! ลิ่ว 7 รุ่นต่อยซีเกมส์ กำปั้นไทยไร้พ่าย! ลิ่ว 7 รุ่นต่อยซีเกมส์
  • เลขาวุฒิสภา แจ้ง สว. ยกเลิกประชุมวุฒิสภา 15- 16 ธ.ค.นี้ หลังยุบสภาแล้ว เลขาวุฒิสภา แจ้ง สว. ยกเลิกประชุมวุฒิสภา 15- 16 ธ.ค.นี้ หลังยุบสภาแล้ว
  • ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า
  • กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา
  • ปูติน ยกระดับชีวิตพลเมืองรัสเซีย อัตราความยากจนลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ปูติน ยกระดับชีวิตพลเมืองรัสเซีย อัตราความยากจนลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อกัมพูชาทำให้โบราณสถาน-กาสิโน เป็นฐานทหาร

เมื่อกัมพูชาทำให้โบราณสถาน-กาสิโน เป็นฐานทหาร

12 ธ.ค. 2568

การค้าขาย การบริโภค และการออม

การค้าขาย การบริโภค และการออม

11 ธ.ค. 2568

ไทยป้องกันตนเอง

ไทยป้องกันตนเอง

10 ธ.ค. 2568

ป่วนไทยเมื่อไหร่ มึงต้องเจออย่างนี้

ป่วนไทยเมื่อไหร่ มึงต้องเจออย่างนี้

9 ธ.ค. 2568

รัฐอันธพาลวางทุ่นระเบิดใหม่ ดื้อด้าน ปากแข็ง  รัฐผู้เสียหายมีความชอบธรรมที่จะใช้อาวุธโต้ตอบ

รัฐอันธพาลวางทุ่นระเบิดใหม่ ดื้อด้าน ปากแข็ง รัฐผู้เสียหายมีความชอบธรรมที่จะใช้อาวุธโต้ตอบ

8 ธ.ค. 2568

รูปถ่ายเก่า ไม่ชัดเท่าการกระทำ และเส้นเงิน

รูปถ่ายเก่า ไม่ชัดเท่าการกระทำ และเส้นเงิน

5 ธ.ค. 2568

พูดแล้วทำ  กล้าทำกับสายการบิน หรือไม่?

พูดแล้วทำ กล้าทำกับสายการบิน หรือไม่?

4 ธ.ค. 2568

ตรรกะสักแต่จะด่าหาแสง

ตรรกะสักแต่จะด่าหาแสง

3 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved