วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาแขวนอยู่บนความตึงเครียดถึงขีดสุดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บาดเจ็บ 4 นายหนึ่งในนั้นต้องสูญเสียขาอีกเป็นรายที่ 7
ที่มันน่าแค้นใจที่สุดก็คือ ทหารที่บาดเจ็บนั้นได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางที่ใช้ตามปกติ ห่างจากแนวชายแดนประมาณ1 กิโลเมตร แต่ทหารกัมพูชาแอบตัดรั้วลวดหนามลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่เขตไทยและยังมีการตรวจพบทุ่นระเบิดอีกจำนวน3 ทุ่น ในบริเวณใกล้เคียง
แม้จะมีหลักฐานอยู่ทนโท่ว่า เราเป็นฝ่ายถูกรุกล้ำอาณาเขตเข้ามาลอบทำร้ายกำลังพล แต่กัมพูชาก็ยังกล้าออกมาปฏิเสธอย่างน่าทุเรศว่า ไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ แต่เป็นของเก่าตกค้างตั้งแต่สงครามกลางเมืองยุคเขมรแดงที่ยังเก็บกู้ไม่หมด พร้อมอ้างว่ายึดมั่นต่ออนุสัญญาออตตาวา และปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
ที่ผ่านมาได้บอกเตือนกันมาตลอดว่าผู้นำกัมพูชานั้น ยังไงก็คบไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ในที่สุดก็เป็นจริงตามนั้น นี่คือสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้ และรู้สึกเดือดดาลต่อผู้นำสันดานโจรซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมาครั้งนี้เมื่อจุดความอดทนขาดสะบั้นลง จึงมีเรียกร้องให้จัดการภัยคุกคามชาติอย่างเด็ดขาดแบบม้วนเดียวจบ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาประท้วงหรือเจรจาอีกแล้ว
ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สวมเครื่องแบบกองอาสารักษาดินแดน (อส.) พร้อมด้วย 3 รัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารสูงสุดขึ้นไปร้องเพลงชาติไทยปลุกใจทหารบนภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมคำประกาศ สันติภาพจบแล้ว นั่นคือการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ไทยพร้อมรบ
อย่างไรก็ตาม การยกระดับความพร้อมสูงสุดเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ กรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไฟเขียวปฏิบัติการทางทหาร ระงับปฏิญญา ยุติส่งเชลยศึก เลิกเจรจาทุกกรณี ส่งหนังสือชี้แจงถึงประชาคมโลก รวมทั้งสหรัฐฯ-มาเลเซียในฐานะพยานลงนามสันติภาพ การเชิญคณะทูต 59 ชาติมาชี้แจง และนำคณะ AOT ลงพื้นที่จริงก็ถือว่ากระทำได้อย่างรอบคอบ
หรือแม้กระทั่งสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด รวมทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดซักซ้อมแผนรองรับกรณีเหตุฉุกเฉิน ก็ต้องรีบดำเนินการให้พร้อมรับมือแล้วจริงๆ
เพราะเมื่อกัมพูชาเป็นฝ่ายฉีกปฏิญญาสันติภาพเอง จากนี้ไปคงต้องประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวันเพราะโอกาสที่จะเกิดการปะทะระลอกใหม่ตามแนวชายแดน สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และหากสถานการณ์ลากเข้าไปถึงจุดนั้น โอกาสสูญเสีย และเสียหายของทั้งสองฝ่ายย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
เมื่อรบกับโจรก็ต้องรู้ทันสันดานโจร ถ้าเราสามารถเตรียมความพร้อม และใช้กลไกที่มีอยู่ได้อย่างครบถ้วนทั้งในประเทศ และสื่อสารในระดับนานาชาติอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เราย่อมมีเหตุผลความชอบธรรมเพียงพอในการปกป้องอธิปไตย-เกียรติภูมิของประเทศ สามารถที่จะปฏิบัติการทางทหารกำจัดภัยคุกคามได้อย่างเด็ดขาดโดยต้องไม่ลังเล

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี