วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...nnน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ สิ่งที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันในทางการเมืองก็คือ ตัวนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศ จะกล้าออกมาเอ่ยปากยอมรับข้อบกพร่อง แสดงความเสียใจพร้อมกับเอ่ยปาก “ขอโทษ” ประชาชน....“คชสีห์” ไม่ได้การันตี หรือคิดจะชื่นชม ป้อยอว่า “นายกฯอนุทิน” ทำงานดี แก้ปัญหาได้ทันทีท่วงที แต่การที่กล้ายอมรับความจริง แล้วนำกลับไปแก้ไขนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและพึงกระทำอย่างเร่งด่วน
...nn กับอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ “นายกฯอนุทิน” เอ่ยปากขอโทษประชาชนไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “เป็นใครก็โกรธ เราต้องน้อมรับ เพราะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องยอมรับให้เขาระบาย และขอโทษเขาทุกคนมีความเครียด เราเป็นรัฐบาล ก็ต้องขอโทษที่ทำให้พวกเขาต้องจากที่อยู่อาศัยมาอยู่แบบนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่เราต้องไม่ทำให้มีอะไรผิดซ้ำซ้อน หรือผิดไปมากกว่านี้ และต้องเร่งฟื้นฟู และคืนสภาพชีวิตปกติให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด”
...nn ต่อมา “นายกฯอนุทิน” ได้กล่าวขอโทษอีกครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยระบุว่า “รัฐบาลมีความบกพร่อง ผมก็ยอมรับไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็แล้ว แต่เมื่อมีคนเสียชีวิตมีคนสูญเสีย มีคนบาดเจ็บอยู่บ้านไม่ได้ มันก็นายกฯทั้งนั้น ความผิดนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น”
...nn ประเด็นเรื่องการที่นายกฯยอมเอ่ยปากขอโทษประชาชน พร้อมกับยอมรับว่า รัฐบาลมีความบกพร่องนั้น กลายเป็นประเด็นที่สำนักโพลถึงกับหยิบยกนำไปตั้งคำถามต่อสังคม โดยสำนักวิจัย “ซูเปอร์โพล” ได้เปิดเผยรายงานผลสำรวจเรื่อง “ความรู้สึกและความต้องการของประชาชน” หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีขอโทษประชาชน เหตุอุทกภัย ภาคใต้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 โดยตั้งคำถามเอาไว้หลายคำถาม อาทิ...ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 เห็นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้เป็น“เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ” ขณะที่ ร้อยละ 24.2 มองว่า “ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” และยังสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้หากมีระบบบริหารจัดการที่ดีกว่านี้
...nnการขอโทษประชาชน พร้อมเกาะติดพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ทำให้รู้สึกดีขึ้น (71.8%)
...nn “ซูเปอร์โพล” ตบท้ายสรุปผลการสำรวจเอาไว้ว่า แม้น้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของภาคใต้ แต่ประชาชนยัง “เปิดใจให้รัฐบาล” หากรัฐบาลเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จริงใจ และถึงมือจริง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้เริ่มต้นด้วยการขอโทษและลงพื้นที่บริหารวิกฤตด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่จะ “พลิกวิกฤตเป็นศรัทธา” ได้จริง คือ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 3–7 วันหลังจากนี้
...nn เรื่องผลสำรวจของโพลนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเปิดใจรับฟังกันหรือไม่ ขอให้เป็นดุลยพินิจของแต่ละคน เพราะเมืองไทยเราสารพัดโพล ทั้งโพลที่สำรวจกันในเชิงวิชาการจริงๆ หรือโพลที่รับจ้างเชียร์ก็มี โดยเฉพาะโพลการเมือง....พูดกันถึงเรื่องโพลแล้ว สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการทำโพลการเมืองสำรวจคะแนนนิยมออกมาอีกโพล ซึ่งเรียกเอาเสียงครางฮือฮาไม่เบา คือ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคใต้”ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 2,000 ตัวอย่าง คำตอบที่ได้คือ
...nn จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.65 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 3 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล(พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
...nn เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
...nn “คชสีห์” สรุปผลโพลสั้นๆ ก็คือ เรื่องของเรื่องกลายเป็นว่า คะแนนของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และพรรคประชาธิปัตย์ แซงนำ “อนุทิน” จากภูมิใจไทย และ “เท้ง-ณัฐพงษ์” จากประชาชน ทั้งตัวบุคคลและพรรค
...nnที่น่าสนใจก็คือ โพลครั้งนี้ ทำขึ้นก่อนที่ปัญหาน้ำท่วมใต้จะรุนแรงเสียด้วยซ้ำ แสดงว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้“อภิสิทธิ์” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ถือว่า “มีนัยและพลังทางการเมือง”ที่ตอบรับได้ในระดับหนึ่งจริงๆ
...nn เพราะต้องไม่ลืมกันว่า การเมืองในอดีตนั้น ประชาธิปัตย์ ถือเป็นพรรคของคนใต้ ถึงขั้นที่มีการเปรียบเปรยกันว่า แม้แต่ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ยังชนะได้ ขณะที่กระแสนิยมในภาคใต้ของประชาธิปัตย์เพิ่งจะลดความนิยมลงไปในช่วงระยะหลังๆ นี่เอง
...nn “คชสีห์” ขอถ่ายทอดความเห็นของ เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราช อดีตคนเก่าคนแก่ของประชาธิปัตย์ ซึ่งแสดงมุมมองที่มีต่อ “อภิสิทธิ์” และประชาธิปัตย์ เอาไว้อย่างน่าสนใจ
...nn 1.ผลการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังคืนชีพมาเป็นพรรคของคนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากผลการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 กระแสพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำจนฐานเสียงของประชาธิปัตย์เดิม กลับไปเลือกพรรคการเมืองอื่น วันนี้ได้หันกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม กำลังจะเข้าสู่บรรยากาศเดิมๆ คือ “พรรคของเรา คนของเรา” อีกครั้งหนึ่ง
...nn 2.คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กับคะแนนนิยมตัวบุคคลคือหัวหน้าพรรคใกล้เคียงกัน พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยม 28.60% ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคะแนนนิยม 25.65% แต่พรรคการเมืองอื่น คะแนนนิยมของพรรคกับหัวหน้าพรรคแตกต่างกัน เช่น คะแนนนิยมของพรรคประชาชน 17.80% คะแนนนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 12.85% และคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย 11.65% คะแนนนิยมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล15.40%
...nn 3.ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่มขึ้น มีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งของภาคใต้ อยู่ที่29.92% วันนี้ลดเหลือ 17.80% ในขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2566 อยู่ที่ 8.19% วันนี้มีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 28.60% ซึ่งจะตัดคะแนนกันในกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ที่เลือกพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์ ซึ่งทั้ง 2 พรรคจะแย่งตลาดคะแนนนิยมหรือฐานเสียงเดียวกัน
...nn4.ปัจจัยชี้ขาดของการเมืองภาคใต้อยู่ที่สส.เขต ซึ่งจะมีความเสียเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะประชาธิปัตย์ชูจุดขายเรื่องการเมืองสุจริต และเช่นเดียวกันพรรคประชาชน ก็ชูจุดขายเรื่องอุดมการณ์ จึงให้ฐานเสียงของกลุ่มที่ไม่ขายเสียงและกลุ่มที่นิยมการเมืองเชิงอุดมการณ์ ก็จะมาตัดกันเอง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน และ 5.เมื่อระบบการเลือกตั้งมีบัตร 2 ใบ ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ประชาชนที่ชอบพรรคการเมือง ก็จะเลือกพรรคการเมืองตามใจชอบ แต่ในระบบเขตก็เป็นโอกาสของนักเลือกตั้งที่นิยมซื้อเสียง สามารถเจาะคะแนนจากประชาชนที่ต้องการขายเสียงได้ จึงทำให้พรรคที่ใช้กระสุน มีโอกาสแย่งพื้นที่สส.เขตได้มากกว่าพรรคที่เน้นเรื่องกระแส
...nn ทั้งนี้ “เทพไท” ตบท้ายเอาไว้ว่า“ผลการสำรวจของนิด้าโพล อาจวัดความนิยมของพรรคการเมือง และจะบ่งบอกถึงสส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่สำหรับสส.ในระบบเขต ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม มีกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก และยิงเข้าเป้าก็จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ได้”...!!...nn
คชสีห์

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี