วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รูปถ่ายเก่า ไม่ชัดเท่าการกระทำ และเส้นเงิน

ดูทั้งหมด

  •  

ปฏิบัติการ “ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ” ตามนโยบายสงครามกับสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้านบาท ทลายเครือข่ายฟอกเงิน สะท้านสะเทือนมาก

แต่กำลังถูกนักการเมือง ทั้งฝ่ายแค้นที่เสียผลประโยชน์ ฝ่ายที่ใกล้ชิดกับสแกมเมอร์ตัวจริงฝ่ายค้านที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาลปัจจุบันเพื่อสกัดคะแนนนิยมในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ฯลฯ ใช้วิชามาร นำภาพถ่ายเก่ากว่า 10 ปี มาปั่นกระแสดิสเครดิตแบบมึนๆ อึนๆ


1. ปปง.ยืนยัน ปฏิบัติหน้าที่ตามวาระแห่งชาติของนายกฯอนุทิน ประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer)

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงว่า ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 กำหนดให้เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึก ความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีร่วมกันระหว่าง 15 หน่วยงาน

พร้อมกับ “ประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer)” เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลด้านข่าวกรองและการสืบสวนระหว่างหน่วยงานการยึดและอายัดทรัพย์สินคนร้ายทันทีเพื่อตัดเส้นทางการเงินไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงิน การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ในการตรวจจับเส้นทางเงินเพื่อสกัดก่อนเกิดเหตุและการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน นั้น

คณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ มีมติในการประชุมครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีสำคัญ ที่เป็นเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนี้

“1. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก

สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่ อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในราชอาณาจักรกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมในแต่ละคดีมีความเกี่ยวข้องกันและใช้วิธีการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยเปลี่ยนสภาพระหว่างเงินตราในแต่ละประเทศกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในคดีนี้ ประกอบกับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกันไปสู่บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้การหลอกลวงในหลายรูปแบบ หลายขั้นตอน เป็นขบวนการหลอกลวงในลักษณะ ไฮบริดสแกม

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 102 รายการ (เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 293/2568)

2. รายคดี นายก๊ก อาน (MR.KOK AN) กับพวก

สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน ราย น.ส.ปาริฉัตต์ฯ กับพวก กรณี น.ส.ชาล็อตฯ ถูกคนร้ายหลอกลวงเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดอันมีลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีศูนย์ปฏิบัติการในราชอาณาจักรกัมพูชา เช่น อาคาร 25 ชั้นอาคาร 18 ชั้น อาคาร Hiso และอาคาร Crown Casino มีขบวนการให้เจ้าของบัญชีม้าสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม โดยมีนายก๊ก อาน สัญชาติกัมพูชา เป็นเจ้าของสถานที่ พบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงประชาชนที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการรับโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร และนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาซื้อทรัพย์สิน ให้ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ถือกรรมสิทธิ์แทนในทรัพย์สินจำนวนมากในประเทศไทย

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 90 รายการ (เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 467 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 297/2568)

3. รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กับพวก

กรณีการหลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายประการต่างๆ และอ้างว่าต้องถูกตรวจสอบ เนื่องจากบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวพันกับการฟอกเงิน ใช้อุบายหลอกลวงว่าหากต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ต้องโอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ จากการสืบสวนเส้นทางการเงินขยายผลเครือข่ายผู้กระทำความผิด พบข้อมูลว่า นางสาวแตงไทยฯ ได้รับมอบอำนาจให้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารของ นายยิม เลียก หรือ MR. LEAK YIM ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดทายาทเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา เป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ที่หลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิดมูลฐานพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ หรือ MR.SMITH BEN รวมทั้งบุคคลและนิติบุคคลจำนวนมาก กรณีดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนมีการโอนเงินไปมาระหว่างบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสมือนว่ามีการดำเนินธุรกิจ และใช้บริษัทในการถือครองทรัพย์สินแทนตนเอง และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินและการถือครองทรัพย์สินในลักษณะที่มีความซับซ้อนสูง

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจำนวน 66 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 9,279 ล้านบาท(คำสั่ง ย. 300/2568)”

อนึ่ง คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวดังกล่าว มีกำหนดไม่เกินเก้าสิบวัน หากผู้ถูกยึดและอายัดทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว ประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งนั้น ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ที่แสดงว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

2. พูดแล้วทำ “ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ”

รัฐบาลปัจจุบันประกาศสงครามกับสแกมเมอร์ นำมาสู่ปฏิบัติการ “ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ”

เปิดปฏิบัติการครอบคลุมถึง 50 จุดใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ

มีการออกหมายจับเครือข่ายทั้งหมด 42 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 29 ราย และอยู่ระหว่างติดตามอีก 13 ราย

ยึดอายัดทรัพย์สินรวมหมื่นกว่าล้านบาท

นับเป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

แต่ถูกดิสเครดิตโดยฝ่ายการเมือง ด้วยการนำภาพถ่ายเก่ามาปั่นกระแส

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ชี้แจงว่า ในภาพนั้นตนเป็นอาจารย์ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนช่วงระบาดของโควิด ซึ่งภายในงานได้เจอกับคนจำนวนมาก และนายเบน สมิธ ได้เข้ามาพูดคุย แลกนามบัตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการคบหาสมาคมกันอีก

นายเอกนิติ ยังระบุด้วยว่า “ผมขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และผมสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย”

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงว่า ภาพร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ นั้น ทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าภาพถ่ายเมื่อไหร่ ที่สำคัญที่สุดคือเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนไปแถลงข่าวมาแล้วเรื่องสแกมเมอร์ สื่อก็ถามว่าใครมีเส้น ใครมีสาย ตนก็พูดชัดเจนว่า หากไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

“รู้จัก แต่ไม่ได้สนิท... การไม่ให้สัญชาติเบน สมิธ คือหนึ่งในข้อหาที่ผมโดนออกจาก รมว.มหาดไทย แต่ไม่ใช่การปลดออกจากรัฐบาล แต่ให้ไปเป็นรมว.สาธารณสุขแทน แต่ผมไม่เอา และขอถอนตัวออกจากรัฐบาล ต้องพูดกันให้แฟร์ๆ” - นายกฯ อนุทินกล่าว

3.นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรข่าวช่อง Top News โพสต์เฟซบุ๊ก ชวนคิดว่า

“ข้อมูลทางการ ปปง. ที่ยึดทรัพย์หมื่นกว่าล้านบาท เขายืนยันทำตามนโยบายนายกฯ พร้อมให้เครดิตนายกฯ อนุทิน

แต่ฝ่ายที่ต้องการดิสเครดิต หวังผลประโยชน์ทางการเมือง พยายามเอาภาพเก่ากว่า 10 ปีมาปั่นหวังทำลายนายกฯ พ่วงไปกับ รมต.คลัง ซึ่งมีชื่อจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกคนด้วย

(จำได้ไหม ลุงตู่ก็เคยถูกเอารูปถ่ายร่วมเฟรมกับทักษิณ อุ๊งอิ๊งค์ มาปั่นดิสเครดิต)

เราควรมองเห็นตรงนี้ครับ...

ของจริง คือ ใครไม่ให้สัญชาติเบน สมิธ? ใครเพิกถอนสัญชาติยิม เลียก-ก๊ก อาน?ใครให้ยึดทรัพย์เครือข่ายหมื่นล้าน? ออกหมายจับยิม เลียก-ก๊ก อาน (เบนยังไม่มีหมายจับและแม้แต่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็ยังไม่มีหลักฐานทำอะไรเบน สมิธ ส่วนที่มีชื่อในลิสต์นั่นคือลิสต์ที่ สส. สหรัฐทำเอง ไม่ใช่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ)

เราต้องมองให้ออกครับ...ควรตามว่าเส้นเงินถึงใคร? ใครกำลังเสียประโยชน์?

ไม่งั้นกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายแค้น และส้มขี้โม้ที่ปั่นดิสเครดิตอย่างเดียว ไม่เปิดชื่อ ไม่ได้เอาหลักฐานไปยื่นให้ดำเนินคดีอะไรเลย อ้างว่าให้เราเป็นรัฐบาลสิถึงจะจัดการได้ แล้ววันนี้
ก็กำลังพยายามเคลมเอาหน้าแบบมึนๆ

(ภาพเก่าเนี่ย เชื่อมั้ย หัวหน้าพรรคทุกพรรคที่กว้างขวางพอ จะต้องเคยมีภาพถ่ายร่วมเฟรมกับคนบางคนที่ถูกดำเนินคดีในภายหลัง)”

4.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ประเด็นให้ติดตาม ระบุว่า

“การเมืองเรื่องภาพถ่าย : เมื่อ “ภาพร่วมเฟรม” ไม่ได้บอกทุกอย่าง แต่ “เส้นทางเงิน”บอกได้มากกว่า

สังคมกำลังให้ความสนใจกับภาพถ่ายที่ปรากฏนายเบน สมิธ ถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ทั้งที่เป็นรูปถ่ายเมื่อหลายปีก่อน

จนเกิดการตีความไปไกลว่าภาพเหล่านี้อาจสะท้อนความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์และกลุ่มธุรกิจสีเทา บางฝ่ายถึงขั้นโยงเป็นเครือข่ายแรงจูงใจเชิงการเมือง

แต่แท้จริงแล้ว การเมืองเรื่อง “ภาพถ่าย” มักทำงานแบบง่ายเกินความจริงเพราะภาพถ่ายเพียงใบเดียว ไม่ได้เป็นหลักฐานชี้ขาดต่อความสัมพันธ์เชิงลึกใดๆ

ภาพถ่าย ถ่ายกับใครก็ได้ แต่เงินสีเทาเดินทางไปหาใครต่างหากที่สำคัญ

ในโลกการเมือง ภาพถ่ายอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคม การร่วมงาน การพบปะ หรือแม้แต่ความบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักการเมือง คนดัง หรือผู้มีตำแหน่งสาธารณะจะมีภาพกับบุคคลหลากหลาย ทั้งผู้สนับสนุน ผู้มาติดต่อ หรือแม้แต่ผู้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ในระดับนโยบาย

ดังนั้น ใครถ่ายรูปกับใครจึงไม่ใช่หลักฐานที่บอกความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ได้อย่างตรงไปตรงมา และไม่ควรนำภาพมาใช้แทนข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง

สิ่งที่ควรตรวจสอบจริงๆ คือ “เส้นทางการเงิน”เพราะเงินไม่เคยโกหก ไม่ว่ากลุ่มสแกมเมอร์หรือธุรกิจสีเทาจะปกปิดตัวเองเก่งแค่ไหน

สุดท้าย เงินย่อมมีร่องรอยว่าถูกส่งไปที่ใคร ผ่านบัญชีใด และใครเป็นคนรับผลประโยชน์ยุทธศาสตร์จากมัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศใช้การตรวจสอบเงินแทนการดูภาพ เพราะ ภาพถ่ายเป็นเพียงเงา แต่การเคลื่อนของเงินคือ “ตัวจริง” ที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางอำนาจ

ภาพถ่ายกับทักษิณก็เคยเกิดขึ้นแต่การเมืองไม่ควรถูกตีความด้วยอารมณ์

ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกรณีภาพถ่ายร่วมรับประทานอาหารระหว่างบุคคลบางคนกับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของการดึง “จิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย” หรือเป็นการสร้างเครือข่ายอิทธิพล แต่เมื่อย้อนดู เส้นทางการเมืองจริงไม่ได้เป็นไปตามภาพที่ตีความเลย

นี่เป็นตัวอย่างสำคัญว่า ภาพถ่ายอธิบายการเมืองได้เพียงบางชั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เพราะการเมืองจริงเดินด้วยผลประโยชน์เชิงนโยบาย เครือข่ายทางธุรกิจ และการสนับสนุนทางการเงิน ไม่ใช่ด้วยภาพถ่ายบนโต๊ะอาหาร

ประชาชนควรตั้งคำถามอะไร?

ไม่ใช่ถามว่า “ใครถ่ายรูปกับใคร”แต่ควรถามว่า

1) เงินจากกลุ่มธุรกิจสีเทาไหลไปที่ไหน?

2) ใครเป็นผู้รับประโยชน์ในเชิงนโยบายหรืออำนาจ?

3) หน่วยงานรัฐตรวจสอบเส้นทางเงินอย่างโปร่งใสหรือไม่?

4) ภาครัฐปล่อยปละละเลยหรือมีบทบาทสนับสนุนทางอ้อม?

เมื่อเราตั้งคำถามให้ถูกจุดการเมืองเรื่อง “ภาพถ่าย” ก็จะถูกวางไว้ในที่ของมันเป็นแค่ประกอบภาพ แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของปัญหา

“ภาพถ่ายเปลี่ยนความรู้สึก..แต่เส้นเงินเปลี่ยนความจริง”

สุดท้าย ประชาชนควรระมัดระวังไม่ให้การรับรู้ถูกชี้นำด้วย “ภาพ” เพราะภาพมีพลังทางอารมณ์สูง แต่ขาดมิติของบริบท ขณะที่เส้นทางเงินมีความแม่นยำกว่า และสามารถชี้ให้เห็นความเกี่ยวข้องที่แท้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

การเรียนรู้ทางการเมืองที่โตขึ้น คือ การเมืองที่ไม่หลงกับภาพ แต่ตั้งคำถามกับโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง”

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:56 น. สหรัฐฯ เตือนพลเมืองออกจาก 14 ประเทศตะวันออกกลาง
07:43 น. วางนวมแบกกระสอบ บัวขาว เหมาสวนมะพร้าวช่วยชาวสวน กู้วิกฤตราคาตกต่ำ
07:38 น. แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ! 'เสก โลโซ' จะได้รับอิสรภาพ 23 มิ.ย. นี้
07:21 น. ศิริโชค ชี้บทเรียนดูไบ เมืองที่ไม่มีราก ย่อมล้มง่าย!
07:18 น. เทพไท ถามรัฐบาล จับ เบน สมิธ แล้ว 10 นักการเมืองสายเทาหายไปไหน?
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ปิดตำนานไผทอุดมศึกษา! แก้วตา ขอโทษ ไม่สามารถรักษาโรงเรียนไว้ได้
ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย
แฟนคลับช็อก รายการดังประกาศยุติออกอากาศฟ้าผ่า
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ประจำวันที่ 1-7 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดูทั้งหมด
นายพลจอมเผา
ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน
บุคคลแนวหน้า : 3 มีนาคม 2569
มาตรฐานทางจริยธรรมทำให้รัฐบาลอยู่นานครบวาระสภาสี่ปี
ยึดทรัพย์ทุนเทาสกัดฟอกเงิน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สหรัฐฯ เตือนพลเมืองออกจาก 14 ประเทศตะวันออกกลาง

อิหร่าน เปิดยอดความสูญเสียพุ่ง 555 ราย สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีลาม 131 เมืองทั่วประเทศ

แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ! 'เสก โลโซ' จะได้รับอิสรภาพ 23 มิ.ย. นี้

พรุ่งนี้ห้ามพลาด! จันทรุปราคาเต็มดวง คืนมาฆบูชา ดวงจันทร์สีแดงอิฐทั่วฟ้า พลาดครั้งนี้รออีกทีปี 71

อินฟลูฯดัง ‘เฮียหนุ่ม’ ท้า คนโกรธอเมริกา เลิกใช้โซเชียล เทคโนโลยี

ทั่วอเมริกาเฝ้าระวังขั้นสุด สั่งเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน 24 ชม. หวั่นเกิดเหตุล้างแค้นรุนแรง

  • Breaking News
  • สหรัฐฯ เตือนพลเมืองออกจาก 14 ประเทศตะวันออกกลาง สหรัฐฯ เตือนพลเมืองออกจาก 14 ประเทศตะวันออกกลาง
  • วางนวมแบกกระสอบ บัวขาว เหมาสวนมะพร้าวช่วยชาวสวน กู้วิกฤตราคาตกต่ำ วางนวมแบกกระสอบ บัวขาว เหมาสวนมะพร้าวช่วยชาวสวน กู้วิกฤตราคาตกต่ำ
  • แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ! \'เสก โลโซ\' จะได้รับอิสรภาพ 23 มิ.ย. นี้ แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ! 'เสก โลโซ' จะได้รับอิสรภาพ 23 มิ.ย. นี้
  • ศิริโชค ชี้บทเรียนดูไบ เมืองที่ไม่มีราก ย่อมล้มง่าย! ศิริโชค ชี้บทเรียนดูไบ เมืองที่ไม่มีราก ย่อมล้มง่าย!
  • เทพไท ถามรัฐบาล จับ เบน สมิธ แล้ว 10 นักการเมืองสายเทาหายไปไหน? เทพไท ถามรัฐบาล จับ เบน สมิธ แล้ว 10 นักการเมืองสายเทาหายไปไหน?
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา  ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

3 มี.ค. 2569

หวยเกษียณ (สลาก กอช.)  โครงการดีที่ควรไปต่อ

หวยเกษียณ (สลาก กอช.) โครงการดีที่ควรไปต่อ

2 มี.ค. 2569

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

27 ก.พ. 2569

ลดดอกเบี้ยประเดิม  ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

ลดดอกเบี้ยประเดิม ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

26 ก.พ. 2569

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน  จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

25 ก.พ. 2569

ปราบผี Spectre C

ปราบผี Spectre C

24 ก.พ. 2569

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

23 ก.พ. 2569

วิษณุเสื่อมมนต์

วิษณุเสื่อมมนต์

20 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved