วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
คำว่า Spectre แปลว่า “ผี” หรือ “เงาหลอน”
ส่วนบริษัท Spectre C เป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมายและผลิตสื่อ ดูแลเว็บไซต์ และระบบสมาชิกให้พรรคส้ม จะเกี่ยวข้องกับขบวนการปั่นกระแส แพร่เฟคนิวส์ หรือสร้างภาพให้ดูดีของพรรคส้ม หลอกให้รัก หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อถือศรัทธา แล้วก็ปั่นหัวใช้เป็นเครื่องมือราวฝูงซอมบี้ ฯลฯ ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน อย่าเพิ่งไปกล่าวหา
1.ปัจจุบัน การผลิตสื่อและจัดการข้อมูล ไม่ใช่แค่ชี้แจงตอบโต้ทางการเมือง แต่รวมถึงจัดสร้าง information echo chamber ให้กับพรรคการเมือง สร้างโลกลวงหลอกที่พรรคลูกค้ามีแต่ความเก่ง ความเท่ ความดีงาม แต่คู่แข่งชั่วร้าย ต้องทำลาย ต้องกำจัด พ่อแม่ก็ไม่ต้องกตัญญูหากไม่เลือกพรรคลูกค้า มีการใช้ข้อมูลประดิษฐ์วาทกรรม และอัลกอริทึม ควบคุมการรับรู้ของประชาชนให้หลงในพรรคหัวปักหัวปำ เป็นภาพสร้างอย่างมีแผนการทั้งนั้น
แต่การจะพิสูจน์ในเรื่องนี้ ต้องเปิดระบบคอม เปิดข้อมูล เปิดการทำงานพิสูจน์ ว่าเนื้อหาทำอะไรบ้าง อย่างไร ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ จึงยังไม่ควรปักใจชี้ขาดอะไร
อย่างไรก็ตาม ปมเกี่ยวกับ Spectre C ถูกร้องให้ตรวจสอบแล้ว คงต้องเอาหลักฐาน ข้อเท็จจริง มาพิสูจน์กันตามข้อกฎหมาย
2.นายศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณายุบพรรคประชาชน จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัท Spectre C ในการดำเนินการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอ ซึ่งถูกเปิดเผยข้อมูลจากอดีต สส.กทม. พรรคส้มเองและปมขอข้อมูล Laser ID จากประชาชน โดยไม่จำเป็น
แฟนเพจทนายคู่ใจ นำเสนอรายงานการวิเคราะห์ข้อกฎหมายแบบเจาะลึก กรณีที่คุณศรีสุวรรณ จรรยา ไปยื่นคำร้องต่อ กกต. มีรายละเอียดน่าสนใจ ระบุว่า
“...บอกเลยว่างานนี้ ไม่ได้มาร้องเรื่องหยุมหยิมทั่วไป
แต่เป็นการทิ้งระเบิดใส่ “โครงสร้างหลังบ้าน” ของพรรคโดยตรง
โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) และปฏิบัติการไอโอ (IO)
สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่า “แขวนอยู่บนเส้นด้าย” ครับ
มาดูกันว่าข้อกฎหมายมันรัดคอพวกเขาอยู่ตรงไหนบ้าง!
ดาบที่ 1: วิกฤต Laser ID หลังบัตรประชาชน (พลาดทางเทคนิค หรือ จงใจ?)
เรื่องนี้ถือเป็น “จุดตาย” เลยครับ
พี่น้องครับ รู้ไหมว่ารหัส Laser ID 12 หลักหลังบัตรประชาชนของเรา มันสำคัญระดับ “กุญแจตู้เซฟชั้นที่สอง” ของชีวิตเลยนะ! ใช้ทั้งยืนยันตัวตนแอปธนาคาร ยื่นภาษี ถ้าหลุดไปคู่กับเลขหน้าบัตร 13 หลัก มิจฉาชีพเอาไปสวมรอยเปิดบัญชีม้าหรือกู้เงินได้สบายๆ
แล้วพรรคประชาชนพลาดตรงไหน?
• อ้างว่าต่อ API แต่รับค่ามั่วได้: ทางพรรคชี้แจงว่าแค่ทำระบบส่งข้อมูลไปเช็คกับกรมการปกครอง (DOPA) ไม่ได้เก็บข้อมูลไว้เอง แต่... มีคนไปทดสอบกรอกเลขมั่วๆ พิมพ์คำด่าภาษาอังกฤษลงไป ระบบดันขึ้น “ติ๊กถูก” ผ่านฉลุย! ในทางระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณต่อ API จริง มหาดไทยต้องเด้งกลับมาแล้วว่ารหัสนี้ “ไม่มีอยู่จริง”
• มหาดไทยคอนเฟิร์ม “ยังไม่อนุญาต”: ล่าสุด (18 ก.พ.) แหล่งข่าวกรมการปกครองยันชัดเจนว่า พรรคประชาชนยื่นขอเชื่อมระบบจริง แต่ “ยังไม่อนุญาต” อ้าว! แล้วที่เปิดให้ชาวบ้านกรอกข้อมูลไปเป็นแสนคนคืออะไร?
แปลว่าข้อมูลเหล่านั้นต้องถูก “บันทึก” ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของพรรคเองเพื่อรอตรวจสอบใช่หรือไม่?
ข้อกฎหมายชี้ชะตา: งานนี้เสี่ยงโดน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เต็มๆ ครับ
ทั้งเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น (กกต. ไม่ได้บังคับให้ใช้ Laser ID)
และอาจเข้าข่ายขอความยินยอมโดยอ้างกระบวนการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (บอกว่าเชื่อมรัฐแต่จริงๆ เก็บเอง)
ซึ่งตรงนี้แหละที่ผู้ร้องเอาไปโยงเข้า พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน และดำเนินกิจการขัดต่อความสงบเรียบร้อยฯ เสี่ยงถึงขั้นยุบพรรค!
ดาบที่ 2: บริษัท สเปกเตอร์ ซี (Spectre C) และกับดัก “ธุรกิจการเมือง”
ถ้า Laser ID คือความผิดพลาดทางเทคนิค กรณีบริษัท Spectre C คือข้อกล่าวหาเรื่อง “เจตนาทางโครงสร้าง” ครับ
• บริษัท IO หรือแค่รับจ้างทำสื่อ?
จากที่อดีต สส. ออกมาแฉว่าบริษัทนี้ตั้งอยู่ชั้น 4 ตึกเดียวกับพรรค ทำหน้าที่มอนิเตอร์โซเชียลและมีทีมถล่มคอมเมนต์ฝ่ายตรงข้าม (IO)
• คนกันเองทั้งนั้น: พอไปแกะรอยดูโครงสร้างผู้ถือหุ้น
พบว่าเป็นเครือญาติและอดีตแกนนำหน้าเดิมๆ แถมบริษัทนี้ยังรับงานจ้างผลิตสื่อจากพรรค โดยใช้เงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง (ภาษีพวกเรานี่แหละครับ)
.png)
ตรงนี้อันตรายมากครับ เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 20 วรรคสอง เขียนไว้ชัดเจนว่า “พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน”
ถ้าศาลมองว่า Spectre C ไม่ใช่บริษัทอิสระ แต่เป็นเหมือน “แผนกหนึ่ง” ของพรรคที่แยกไปจดทะเบียนบริษัทบังหน้า เพื่อดึงเงินงบประมาณกลับเข้ากระเป๋าคนกันเอง หรือพรรคเข้าไป “ครอบงำ” กิจการ... นี่คือข้อหาทำธุรกิจการเมือง ซึ่งเป็น “ไม้ตาย” ที่ทำให้ถูกยุบพรรคได้เลยครับ!
หลังจากนี้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดครับว่า กกต. จะรับลูกและชงเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
อนาคตของพรรคประชาชนตอนนี้ แขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ ครับ!...”
3.เพจ The METTAD ชี้เป้าปมสำคัญเพิ่มเติม
ระบุว่า Spectre C เป็นบ.ที่ปรึกษากฎหมายและผลิตสื่อ ดูแลเว็บไซต์ และระบบสมาชิกให้พรรคส้ม
เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลให้กับพรรค ตามข้อมูลของเว็บพรรค https://think.moveforwardparty.org/privacy-policy-2/
ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูล : พรรคก้าวไกล ตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 167 อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 4ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10240 หมายเลขโทรศัพท์ 02-0266102 อีเมล : office@moveforwardparty.org
ผู้ประมวลผลข้อมูล : บริษัท สเปกเตอร์ ซี. จำกัด ตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 167 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10240 หมายเลขโทรศัพท์ 028215878 ต่อ 106 อีเมล : legal@spectrec.in.th
อั๊ยหยา....
สมาชิกพรรคกรอกข้อมูล Laser ID พร้อมเลขบัตรประชาชน แต่ไม่ได้ถูกส่งไปเชื่อมต่อตรวจสอบกับกรมการปกครอง เพราะยังไม่ได้รับอนุญาต แล้วข้อมูลถูกจัดการไปไหน? เพื่อใคร?
การชี้แจงแค่ว่า ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยไม่มีการพิสูจน์คำกล่าวอ้าง เป็นเรื่องรับไม่ได้
4.พรรคการเมืองทำธุรกิจไม่ได้
อย่าดูแค่ใครถือหุ้น Spectre C แต่ให้ดูว่าใครครอบงำ
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ชี้ว่าจะต้องพิจารณาข้อเท็จจริง 2 ประเด็นควบคู่กัน
“..พรรคประชาชนเป็น “เจ้าของ” บริษัทดังกล่าวหรือไม่
ความหมายของ “เจ้าของ” ไม่ได้จำกัดแค่การถือหุ้น แต่ต้องดูว่าใครมี “อำนาจครอบงำ” กิจการนั้นอย่างแท้จริง
เวลาบอกว่าเป็นเจ้าของ อาจต่างจากการถือหุ้น เจ้าของดูที่อำนาจในการครอบงำกิจการ ใครเป็นคนคุมสั่งการเหนือกิจการนั้นๆ จริงหรือไม่ นี่คือเรื่องที่ต้องคิดหนัก
ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 20 ของกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งกำหนดว่า พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน
มีบางคนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต แต่พูดแทนพรรคประชาชนว่า พรรคไม่ได้ถือหุ้น และกฎหมายห้ามเฉพาะผู้สมัครสส. ถือหุ้นสื่อเท่านั้น
ความจริงคือมาตรา 20 ของกฎหมายพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ถามว่าบริษัทนี้แสวงหากำไรมาแบ่งปันกันไหม ถ้าฝ่าฝืน ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคได้”
ดร.เจษฎ์ย้ำว่า สิ่งที่ต้องดูคือ “อำนาจครอบงำ” หากพรรคมีอำนาจสั่งการ เชื่อมโยง หรือใช้กลไกเดียวกัน ก็อาจเข้าข่ายต้องพิจารณา
นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ย้ำประเด็นสำคัญสำหรับการตรวจสอบเรื่อง Spectre C ระบุว่า
“พรรคประชาชนทำผิดอะไรถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C
1. เจตนารมณ์ของรธน. คือ ไม่ต้องการให้สส. และพรรคการเมืองเป็นเจ้าของ ครอบงำ และ บงการสื่อใดสื่อหนึ่งได้ เพราะถ้าสส.และพรรคเป็นเจ้าของสื่อ ก็จะสามารถใช้สื่อนั้นสื่อสารข้อมูลของสส.และพรรคในทางสนับสนุน หรือ โต้ตอบได้ จึงตรากฎหมายว่า ห้ามสส.ถือหุ้นสื่อ
2. ดังนั้นถ้ามีการพิสูจน์ทราบว่า
2.1 บริษัท Spectre C เป็นบริษัทสื่อ
2.2 พรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรค และสส.พรรคเป็นเจ้าของ ครอบงำ บงการ บ.Spectre C ได้
ถ้าพิสูจน์ครบ 2 ข้อนี้ กกต.ก็ต้องรับคำร้องของคุณศรีสุวรรณ จรรยา และยื่นศาลรธน.เพื่อทำการยุบพรรคต่อไป
3. บ. Spectre C จดทะเบียนเป็นที่ปรึกษากฎหมาย แต่ในความเป็นจริงบ. Spectre C ทำหน้าที่ผลิตสื่อออนไลน์ให้พรรคประชาชนเป็นหลัก (จะเป็น IO หรือไม่ ไม่สำคัญ)
4. พรรคประชาชนทำการ“อำพราง” ความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยการโอน/ขาย หุ้นให้กับบุคคลอื่น แต่ผู้ถือหุ้นใหม่ก็มีความเกี่ยวโยงกับพรรคการเมือง
(อนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน)
ที่เห็นได้ชัดคือการที่นายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน (อดีตผู้อำนวยการพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล) ผู้ร่วมก่อตั้ง บ. Spectre C และเคยถือหุ้น 74% ได้โอนขายหุ้นให้กับนายนันทพร อาศิรพจนกุล ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชน
และภรรยาของนายนันทพร ก็เป็นอดีตสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
5. หลักฐานที่ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยพฤตินัย
5.1 ภายหลัง ที่คุณธิษะณา ชุณหะวัณ แฉเรื่องบ. Spectre C ผลิตสื่อและเป็น IO ให้กับพรรคประชาชน แทนที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้น บ.Spectre C จะเป็นผู้ชี้แจง และนำชม ที่ทำการบริษัท แต่กลายเป็น ไอติม สส. พรรคประชาชน เป็นคนชี้แจงและนำสื่อมวลชนเข้าชมที่ทำการบริษัทแทน (เข้าทำนองกินปูนร้อนท้อง วัวสันหลังหวะ) เท่านั้นยังไม่พอ ช่อ อดีตกรรมการบ.พรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ก็ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มด้วยตัวเอง (แต่ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อ)
5.2 ที่ทำการของ บ. Spectre C อยู่ที่ชั้น 4 และ 5 ของอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ทำการของพรรคประชาชน
โดยอ้างว่า บ. “เช่า” ที่อาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้น่าจะมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเจ้าของ
(บ. Spectre C เคยอยู่ที่ตึก Thai Summit Tower ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ)
5.3 จากการที่ช่อชี้แจงข้อมูลเรื่องบ. Spectre C (ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่) ได้ความว่า พนักงานของบ. Spectre C ก็เป็นจนท.ของพรรคประชาชน (อนาคตใหม่-ก้าวไกลในอดีต) ที่ทำเช่นนี้ เพราะเมื่อพรรคถูกยุบ จนท.ก็เดือดร้อน อีกทั้งสถานะจนท.พรรคไม่มั่นคง ไม่สามารถเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ จึงให้จนท.พรรคมาทำงานเป็นพนักงานบ. Spectre C (เชื่อมโยงชัดมาก ขอบคุณนะช่อ) นอกจากนี้มีข้อมูลว่าพนักงานบางคน ทำหน้าที่ผู้ช่วย สส.พรรคประชาชน ( รับเงินเดือน อ้าวนี่เอาภาษีกูมาใช้นี่หว่า ด้อมส้มรู้ยัง) ซึ่งจุดนี้กกต.คงตรวจสอบได้ไม่ยาก
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น อาจสรุปได้ว่า พรรคประชาชนมีความเป็นเจ้าของ บ. Spectre C โดยพฤตินัย เข้าข่ายขัดรธน.อย่างชัดเจน และกกต.ต้องดำเนินการยื่นศาลรธน. เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคประชาชนต่อไป”
เรื่องนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ ยังไม่อาจชี้ผิด-ถูก
แต่การพิจารณาประเด็น ข้อกฎหมาย และข้อมูลเบื้องต้น น่าสนใจว่า “ผี” มีโอกาสจะถูกจับถ่วงน้ำ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเหมือนกัน
สารส้ม

CIB รวบ 2 ผู้ต้องหา ตระเวนกดเงินสด ป้อนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
สวยได้แม่เต็มๆ น้องณดา อวดลุคสวยละมุนจนโซเชียลแตก
สึกแล้ว!!! พระครูวัดดังย่านบางกรวย หลังปรากฏคลิปฉาว-ภาพไม่เหมาะสม
จ๊ะโอ๋ โพสต์ซึ้งถึง หนุ่ม กะลา หลังมีดราม่าคนตะโกนด่ากลางคอนเสิร์ต
สีหศักดิ์ หารือ ผอ.ยูเนสโก แจงสถานการณ์ชายแดน พร้อมดัน ชุดไทย สู่มรดกโลก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี