Logo วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ลดดอกเบี้ยประเดิม ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หักปากกาเซียนเข้าแล้ว!

เมื่อ กนง.มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงทันที จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี 


โดยคณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง

1. ก่อนหน้านี้ กูรูเศรษฐกิจหลายสำนักต่างคาดการณ์ว่า การประชุมกนง.นัดแรกปี 2569 (25 ก.พ.2569) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ยกตัวอย่าง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งสู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ แต่ไม่ใช่การประชุมในรอบเดือนนี้ (25 ก.พ.)

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดว่า กนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% โดยเก็บกระสุนดอกเบี้ยไว้

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และคาดว่าจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBALMARKETS ประเมินว่า กนง. น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมที่ 1.25% เนื่องจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากข้อมูลสภาพัฒน์ ที่รายงาน GDP ไตรมาส 4/68 ไว้ล่าสุดที่ขยายตัวได้ถึง 2.5%สูงเกินกว่าที่หลายหน่วยงานได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ฯลฯ

2. เหตุผลที่ลดดอกเบี้ยนโยบายทันที

ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการฯ มีมติ4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.25 ต่อปี

กนง. ให้เหตุผลว่า แม้เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.25 เป็น ร้อยละ 1.00 เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

กนง.อธิบายว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนและการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

โดยแม้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญ และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568

ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท

อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน

อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สหรัฐ ปรับแข็งค่าตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยเฉพาะของไทย โดยการแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมภาวะการเงินของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงและอัตรากำไรต่ำ คณะกรรมการฯ กังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดรวมทั้งประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำและธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลางรวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงและเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

3. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรก ในยุคผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่

ดูจากท่าที วิสัยทัศน์แล้ว ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ น่าจะมาในมาดนั่งซิ่ง ที่ต้องการเหยียบคันเร่ง ให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่านี้

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (หนึ่งใน กนง.) ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย (พูดก่อนการประชุม กนง. 1 วัน)

ระบุว่า ยังมีความหวังสำหรับเศรษฐกิจไทย หากดูจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา เติบโตดีกว่าคาด

ทำให้คาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีปีนี้จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.5% อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9%

อย่างไรก็ตาม หากดูภาพเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันอยู่ในจุดที่เศรษฐกิจโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยโต 8% ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 1.9% ในปีนี้

“หากดู Potential GDP ของไทยอยู่ที่ 2.7%

แต่โจทย์สำคัญ คือ การผลักดันให้ GDP ที่คาดการณ์ไว้ 1.9% ขึ้นไปแตะระดับศักยภาพที่ 2.7%

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญต้องมาจากการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อขยายศักยภาพให้สูงขึ้นเป็น 3.5% หรือ 4%

ซึ่งการไปสู่ระดับนั้นได้ ต้องอาศัยการลงทุนใหม่ๆ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน” – นายวิทัยกล่าว

4. ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ พร้อมพาไทยฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

เปิดเผยผ่านปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ฝ่ามรสุมปี 2569” ระบุว่า รัฐบาลเร่งนโยบาย “Quick Big Win” เพื่อฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4จากที่สภาพัฒน์คาดการณ์เพียง 0.3% กระโดดมาที่ 2.5%

เศรษฐกิจไทยพ้นหล่ม และออกจาก ICU แต่ไม่ได้แปลว่าจะอยู่อย่างนี้ต่อได้ เพราะมีมรสุมลูกใหญ่กำลังตั้งเค้าในปี 2569 จำนวน 3 ลูก

ได้แก่

1.มรสุมภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมหาอำนาจนำความขัดแย้งทางการเมืองมาเชื่อมโยงเศรษฐกิจ

2.มรสุมภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ซึ่งปีที่ผ่านมาภาครัฐใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทเยียวยาน้ำท่วม และปีนี้อาจต้องเผชิญภัยแล้ง

และ 3.มรสุมความอ่อนแอในประเทศ เป็นผลพวงจากการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนและประชากรสูงอายุ ผนวกกับการเมืองในประเทศที่เคยไม่มีเสถียรภาพ และเอกชนขาดการลงทุนมานาน

นายเอกนิติ ขยายความว่า รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยยุทธศาสตร์“Big Wins” ระยะ 4 ปี ซึ่งมุ่งเป้านโยบายการลงทุน 3 ด้าน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน

ประกอบด้วย

1.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจสีเขียว

ไทยต้องดันการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่เป็นรากฐานสำคัญของโลกยุคใหม่ ภาครัฐเตรียมเดินหน้าเปิดรับซื้อไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระการก่อหนี้สาธารณะ

ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ จุดยืนที่เป็นกลางและโครงสร้างพลังงานสะอาดทำให้ไทยเป็นแม่เหล็กดึงลงทุน โดยมีเม็ดเงินรออนุมัติจาก BOI กว่า 1.8 ล้านล้านบาท หากเร่งปลดล็อกกฎหมายคาดว่าปีนี้ยอด FDI พุ่งแตะ 9.7 แสนล้านบาท โตขึ้นเกือบ 20%

ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ จะมีการสนับสนุนท้องถิ่นให้ลงทุนด้านการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านรูปแบบให้งบประมาณคนละครึ่งกับส่วนกลาง รวมถึงการดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระหนี้เยอะ

2.การลงทุนในคน หรือทรัพยากรมนุษย์

มุ่งเป้าปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

พร้อมดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนผ่านโครงการ “Skill Bridge” ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบริษัทที่ช่วยออกแบบหลักสูตรพัฒนาคน ควบคู่เงื่อนไขรับนักศึกษาทำงาน

3.การลงทุนด้านกฎหมาย ถือเป็นกุญแจสำคัญปลดล็อกอุปสรรค

เช่น ทบทวนเงื่อนไขวีซ่า การรายงานตัวทุก 90 วันของแรงงานทักษะสูง(High-Skill Labor) กฎหมายที่ดินที่เป็นอุปสรรค โดยรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายรวบยอดด้านการลงทุน (Omnibus Law) เพื่อช่วย Fast Track ทุกด้านและเป็นกฎหมายเปลี่ยนโฉมประเทศ รวมทั้งนำระบบ BOI Fast Pass มาใช้เต็มรูปแบบ

“3 เรื่องที่จะทำ คือ การลงทุน การลงทุน และการลงทุน ดังที่กล่าวข้างต้น

แล้วสิ่งเหล่านี้ จะทำให้การลงทุนเข้ามาต่างประเทศเข้ามาอย่างเข้มแข็ง และทำให้ประเทศไทยกลับมาแข็งแกร่งได้

เราจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย

แต่จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งในเอเชีย” – รมว.คลัง เอกนิติ กล่าว

5. ถ้านโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง สอดประสานกันลงตัว

ดูแลเป้าหมายเงินเฟ้อได้ดี ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ การกระตุ้นการลงทุนดังกล่าวข้างต้น

ปี 2569 ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และมีความหวัง ที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยให้หายป่วย กลับมาอยู่ระดับแถวหน้าของเอเชียในระยะยาวต่อไป

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:00 น. สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม
06:00 น. 'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก
06:00 น. INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'
21:56 น. ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
21:50 น. กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา
ดูทั้งหมด
'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์
ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น
จับแก๊งขายชาติ ยึดเรือ5ลำกลางทะเล ลอบส่งสินค้าไปเขมร
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์
ดูทั้งหมด
จิตใจของสงกรานต์
Data Center และ AI Infrastructure : โอกาสใหม่ที่ไทยต้องไม่พลาด
คู่มือเอาตัวรอดในสังคมที่ดื้อความโปร่งใส (101)
นิทานหมาป่า (4)
ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่? นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา

ตุรกีระทึก! อดีต นร.บุกยิงในโรงเรียน เจ็บ 16 ราย ก่อนปลิดชีพตัวเอง

นายกฯโชว์โมเมนต์ประทับใจ อวยพรวันเกิดคุณแม่ ตรงวันผู้สูงอายุพอดี

เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

ปราสาทตาควายแตก! คลื่นมหาชนนับพันทะลุเนิน 350 พลังศรัทธาสงกรานต์ทำยอดพุ่ง

  • Breaking News
  • สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม
  • \'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026\'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก 'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก
  • INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! \'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026\' INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'
  • ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
  • กองทัพเรือยืนยัน \'ข่าวปลอม\' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่?  นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่? นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

15 เม.ย. 2569

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge)  กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

14 เม.ย. 2569

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค  ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

13 เม.ย. 2569

ราคาที่ต้องจ่าย  เมื่อเลือกที่จะอุ้มราคาน้ำมันช่วยประชาชน

ราคาที่ต้องจ่าย เมื่อเลือกที่จะอุ้มราคาน้ำมันช่วยประชาชน

10 เม.ย. 2569

สั่งลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น  ใช้อำนาจรัฐตาม พ.ร.ก. แก้วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง

สั่งลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น ใช้อำนาจรัฐตาม พ.ร.ก. แก้วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง

9 เม.ย. 2569

โจทย์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน  งบประมาณแผ่นดินต้องปรับ เข้มข้นกว่าเดิม

โจทย์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน งบประมาณแผ่นดินต้องปรับ เข้มข้นกว่าเดิม

8 เม.ย. 2569

‘ฝุ่นพิษข้อมูล’  ฟุ้งกระจายมากกว่าช่วงโควิด-19

‘ฝุ่นพิษข้อมูล’ ฟุ้งกระจายมากกว่าช่วงโควิด-19

7 เม.ย. 2569

รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน  กับวิกฤตพลังงานโลก

รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน กับวิกฤตพลังงานโลก

6 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved