วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ลดดอกเบี้ยประเดิม ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

ดูทั้งหมด

  •  

หักปากกาเซียนเข้าแล้ว!

เมื่อ กนง.มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงทันที จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี 


โดยคณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง

1. ก่อนหน้านี้ กูรูเศรษฐกิจหลายสำนักต่างคาดการณ์ว่า การประชุมกนง.นัดแรกปี 2569 (25 ก.พ.2569) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ยกตัวอย่าง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งสู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ แต่ไม่ใช่การประชุมในรอบเดือนนี้ (25 ก.พ.)

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดว่า กนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% โดยเก็บกระสุนดอกเบี้ยไว้

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และคาดว่าจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBALMARKETS ประเมินว่า กนง. น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมที่ 1.25% เนื่องจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากข้อมูลสภาพัฒน์ ที่รายงาน GDP ไตรมาส 4/68 ไว้ล่าสุดที่ขยายตัวได้ถึง 2.5%สูงเกินกว่าที่หลายหน่วยงานได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ฯลฯ

2. เหตุผลที่ลดดอกเบี้ยนโยบายทันที

ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการฯ มีมติ4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.25 ต่อปี

กนง. ให้เหตุผลว่า แม้เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.25 เป็น ร้อยละ 1.00 เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

กนง.อธิบายว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนและการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

โดยแม้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญ และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568

ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท

อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน

อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สหรัฐ ปรับแข็งค่าตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยเฉพาะของไทย โดยการแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมภาวะการเงินของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงและอัตรากำไรต่ำ คณะกรรมการฯ กังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดรวมทั้งประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำและธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลางรวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงและเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

3. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรก ในยุคผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่

ดูจากท่าที วิสัยทัศน์แล้ว ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ น่าจะมาในมาดนั่งซิ่ง ที่ต้องการเหยียบคันเร่ง ให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่านี้

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (หนึ่งใน กนง.) ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย (พูดก่อนการประชุม กนง. 1 วัน)

ระบุว่า ยังมีความหวังสำหรับเศรษฐกิจไทย หากดูจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา เติบโตดีกว่าคาด

ทำให้คาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีปีนี้จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.5% อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9%

อย่างไรก็ตาม หากดูภาพเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันอยู่ในจุดที่เศรษฐกิจโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยโต 8% ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 1.9% ในปีนี้

“หากดู Potential GDP ของไทยอยู่ที่ 2.7%

แต่โจทย์สำคัญ คือ การผลักดันให้ GDP ที่คาดการณ์ไว้ 1.9% ขึ้นไปแตะระดับศักยภาพที่ 2.7%

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญต้องมาจากการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อขยายศักยภาพให้สูงขึ้นเป็น 3.5% หรือ 4%

ซึ่งการไปสู่ระดับนั้นได้ ต้องอาศัยการลงทุนใหม่ๆ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน” – นายวิทัยกล่าว

4. ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ พร้อมพาไทยฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

เปิดเผยผ่านปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ฝ่ามรสุมปี 2569” ระบุว่า รัฐบาลเร่งนโยบาย “Quick Big Win” เพื่อฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4จากที่สภาพัฒน์คาดการณ์เพียง 0.3% กระโดดมาที่ 2.5%

เศรษฐกิจไทยพ้นหล่ม และออกจาก ICU แต่ไม่ได้แปลว่าจะอยู่อย่างนี้ต่อได้ เพราะมีมรสุมลูกใหญ่กำลังตั้งเค้าในปี 2569 จำนวน 3 ลูก

ได้แก่

1.มรสุมภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมหาอำนาจนำความขัดแย้งทางการเมืองมาเชื่อมโยงเศรษฐกิจ

2.มรสุมภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ซึ่งปีที่ผ่านมาภาครัฐใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทเยียวยาน้ำท่วม และปีนี้อาจต้องเผชิญภัยแล้ง

และ 3.มรสุมความอ่อนแอในประเทศ เป็นผลพวงจากการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนและประชากรสูงอายุ ผนวกกับการเมืองในประเทศที่เคยไม่มีเสถียรภาพ และเอกชนขาดการลงทุนมานาน

นายเอกนิติ ขยายความว่า รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยยุทธศาสตร์“Big Wins” ระยะ 4 ปี ซึ่งมุ่งเป้านโยบายการลงทุน 3 ด้าน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน

ประกอบด้วย

1.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจสีเขียว

ไทยต้องดันการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่เป็นรากฐานสำคัญของโลกยุคใหม่ ภาครัฐเตรียมเดินหน้าเปิดรับซื้อไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระการก่อหนี้สาธารณะ

ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ จุดยืนที่เป็นกลางและโครงสร้างพลังงานสะอาดทำให้ไทยเป็นแม่เหล็กดึงลงทุน โดยมีเม็ดเงินรออนุมัติจาก BOI กว่า 1.8 ล้านล้านบาท หากเร่งปลดล็อกกฎหมายคาดว่าปีนี้ยอด FDI พุ่งแตะ 9.7 แสนล้านบาท โตขึ้นเกือบ 20%

ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ จะมีการสนับสนุนท้องถิ่นให้ลงทุนด้านการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านรูปแบบให้งบประมาณคนละครึ่งกับส่วนกลาง รวมถึงการดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระหนี้เยอะ

2.การลงทุนในคน หรือทรัพยากรมนุษย์

มุ่งเป้าปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

พร้อมดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนผ่านโครงการ “Skill Bridge” ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบริษัทที่ช่วยออกแบบหลักสูตรพัฒนาคน ควบคู่เงื่อนไขรับนักศึกษาทำงาน

3.การลงทุนด้านกฎหมาย ถือเป็นกุญแจสำคัญปลดล็อกอุปสรรค

เช่น ทบทวนเงื่อนไขวีซ่า การรายงานตัวทุก 90 วันของแรงงานทักษะสูง(High-Skill Labor) กฎหมายที่ดินที่เป็นอุปสรรค โดยรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายรวบยอดด้านการลงทุน (Omnibus Law) เพื่อช่วย Fast Track ทุกด้านและเป็นกฎหมายเปลี่ยนโฉมประเทศ รวมทั้งนำระบบ BOI Fast Pass มาใช้เต็มรูปแบบ

“3 เรื่องที่จะทำ คือ การลงทุน การลงทุน และการลงทุน ดังที่กล่าวข้างต้น

แล้วสิ่งเหล่านี้ จะทำให้การลงทุนเข้ามาต่างประเทศเข้ามาอย่างเข้มแข็ง และทำให้ประเทศไทยกลับมาแข็งแกร่งได้

เราจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย

แต่จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งในเอเชีย” – รมว.คลัง เอกนิติ กล่าว

5. ถ้านโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง สอดประสานกันลงตัว

ดูแลเป้าหมายเงินเฟ้อได้ดี ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ การกระตุ้นการลงทุนดังกล่าวข้างต้น

ปี 2569 ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และมีความหวัง ที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยให้หายป่วย กลับมาอยู่ระดับแถวหน้าของเอเชียในระยะยาวต่อไป

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. ตร.ไซเบอร์สกัดรถขนยา รวบเอเย่นต์วัยดึกพร้อมเมีย หลังใช้เฟซบุ๊กลอบขายออนไลน์
22:00 น. โซเชียลแชร์ว่อน หลังมีภาพ แอน จักรพงษ์ ปรากฏตัวที่เม็กซิโก
21:54 น. 11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ
21:33 น. มือ1โลก จัดด์ทรัมป์ ร่วมงานอาลัย บิ๊กสิน
21:31 น. (คลิป) สีหศักดิ์ ซัดเขมรจนตรอกโชว์! สื่อฝรั่งเศส
ดูทั้งหมด
อวสานสายแชท Messenger com จะเลิกให้บริการบนเดสก์ท็อป เมษายน นี้
พระราชินี ฉลองพระองค์ชุดที่ 5 ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็งที่อิตาลี
ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย
ปิดตำนาน'รถขนฝัน'! 'อ.สกล'อำลาหมอนทอง วิทยา
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ประจำวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
โครงการหลวงไม่เคยลวงปวงประชา
‘สงครามรอบ 3’ไทย-เขมร
ยึดอำนาจล้มรัฐบาลและล้มสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ล้มรัฐธรรมนูญ
เมื่อการเมืองไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน การทูตก็สง่างามทรงพลัง
ลัทธิโดดเดี่ยวในความหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โซเชียลแชร์ว่อน หลังมีภาพ แอน จักรพงษ์ ปรากฏตัวที่เม็กซิโก

มือ1โลก จัดด์ทรัมป์ ร่วมงานอาลัย บิ๊กสิน

(คลิป) สีหศักดิ์ ซัดเขมรจนตรอกโชว์! สื่อฝรั่งเศส

บุคคลวงการกีฬาร่วมอาลัย‘บิ๊กสินธุ’ที่วัดธาตุทอง

GC ถ่ายทอดความ ‘อิน’ จุดประกายนวัตกรรมที่มีชีวิต ผ่าน ‘GC StandOut Through INnovation’

ข่าวดีรอบ 8 ปี อัตราเกิด เกาหลีใต้ พุ่งต่อเนื่องปีที่ 2

  • Breaking News
  • ตร.ไซเบอร์สกัดรถขนยา รวบเอเย่นต์วัยดึกพร้อมเมีย หลังใช้เฟซบุ๊กลอบขายออนไลน์ ตร.ไซเบอร์สกัดรถขนยา รวบเอเย่นต์วัยดึกพร้อมเมีย หลังใช้เฟซบุ๊กลอบขายออนไลน์
  • โซเชียลแชร์ว่อน หลังมีภาพ แอน จักรพงษ์ ปรากฏตัวที่เม็กซิโก โซเชียลแชร์ว่อน หลังมีภาพ แอน จักรพงษ์ ปรากฏตัวที่เม็กซิโก
  • 11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ 11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ
  • มือ1โลก จัดด์ทรัมป์ ร่วมงานอาลัย บิ๊กสิน มือ1โลก จัดด์ทรัมป์ ร่วมงานอาลัย บิ๊กสิน
  • (คลิป) สีหศักดิ์ ซัดเขมรจนตรอกโชว์! สื่อฝรั่งเศส (คลิป) สีหศักดิ์ ซัดเขมรจนตรอกโชว์! สื่อฝรั่งเศส
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ลดดอกเบี้ยประเดิม  ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

ลดดอกเบี้ยประเดิม ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

26 ก.พ. 2569

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน  จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

25 ก.พ. 2569

ปราบผี Spectre C

ปราบผี Spectre C

24 ก.พ. 2569

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

23 ก.พ. 2569

วิษณุเสื่อมมนต์

วิษณุเสื่อมมนต์

20 ก.พ. 2569

พรรคส้มโกหกประชาชน เก็บข้อมูล Laser ID

พรรคส้มโกหกประชาชน เก็บข้อมูล Laser ID

19 ก.พ. 2569

ไม่มีปัญหา ถ้าส้มไม่แพ้  มีปัญหา เพราะแพ้แล้วพาล

ไม่มีปัญหา ถ้าส้มไม่แพ้ มีปัญหา เพราะแพ้แล้วพาล

18 ก.พ. 2569

อย่าปล่อยให้ประเทศอยู่ใต้อิทธิพลบังคับขู่เข็ญชักใยของผีส้ม  Spectre แปลว่า ‘ผี’ หรือ ‘เงาหลอน’

อย่าปล่อยให้ประเทศอยู่ใต้อิทธิพลบังคับขู่เข็ญชักใยของผีส้ม Spectre แปลว่า ‘ผี’ หรือ ‘เงาหลอน’

17 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved