วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ไทยป้องกันตนเอง

ดูทั้งหมด

  •  

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 กำลังทหารกัมพูชาได้เปิดฉากใช้อาวุธยิงใส่กำลังพลฝ่ายไทยในพื้นที่ภูผาเหล็ก - พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จากนั้น สถานการณ์การปะทะก็ขยายวงตามแนวชายแดน


ในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ยังมีการปะทะในหลายพื้นที่ โดยฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธทุกประเภท ทั้งปืนกล ปืนใหญ่ จรวดหลายลำกล้อง โดรนทิ้งระเบิด และทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โจมตีเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง

กำลังพลฝ่ายไทยเสียชีวิตแล้ว 3 นาย บาดเจ็บอีกมากกว่า 30 คน

ส่วนความสูญเสียของฝ่ายกัมพูชาไม่มีการเปิดเผย คาดว่ามากกว่าที่ไทยสูญเสียหลายเท่าตัว

สถานการณ์ข้างต้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

ปัจจุบัน มีศูนย์พักพิงในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 687 แห่ง รองรับประชาชน 110,657 คน และในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 44 แห่ง รองรับประชาชน 20,220 คน

กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการบรรยายสรุปข้อมูลความจริง เผยแพร่แก่เอกอัครราชทูตจาก 73 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ

ตอกย้ำว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้ สะท้อนการรุกรานและการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชาในรูปแบบเดิม ทั้งการเปิดฉากใช้อาวุธ การลอบวางทุ่นระเบิด และการปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้จะพยายามสร้างภาพเรียกร้องสันติภาพและยับยั้งชั่งใจ

ไทยมุ่งปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางทหารเท่าที่จำเป็น จนมั่นใจว่าอธิปไตยและดินแดนไทยจะไม่ถูกคุกคาม

ประชาชนชาวไทยได้เผชิญภัยคุกคามจากการกระทำของกัมพูชามาแล้วหลายครั้ง จนความอดทนอดกลั้นถึงขีดจำกัด รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน”

1. กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธหนักก่อน ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและต่อมามีผู้เสียชีวิต

ไทยจึงจำเป็นต้องปฏิบัติการป้องกันตนเองตามสิทธิที่พึงมีของรัฐอธิปไตย และเป็นไปตามหลักสากลทุกประการ

เหตุการณ์เริ่มจากการปะทะบริเวณภูผาเหล็ก และพลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์จ.ศรีสะเกษ โดยฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา 14.15 น.หน่วย พัน.ร.๑๓ (ฉก.๑) ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ถูกทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงด้วยอาวุธปืนเล็กใส่ฝ่ายไทยก่อน จนส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ได้แก่ ส.อ.อนุชาติ เรือนคำ และ พลฯพรชัย จำปาจุม

เวลา 14.16 น. ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เพื่อป้องกันตนเองตามกฎการปะทะ (Rules of Engagement: ROE) โดยใช้อาวุธตามสัดส่วนและความจำเป็น

ขณะเดียวกัน ฝ่ายกัมพูชาได้ยกระดับการใช้อาวุธ โดยใช้อาวุธต่อสู้รถถัง (ปรส.) ยิงใส่ฝั่งไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 จึงได้สั่งให้ทุกหน่วยเพิ่มระดับความพร้อมเต็มรูปแบบทันที

ในเวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งเสริมกำลังและเตรียมแผนอพยพประชาชน พร้อมสั่งการให้กองทัพเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดแนวชายแดน เร่งเปิดจุดรองรับและขนย้ายประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยนายกรัฐมนตรียังได้ย้ำว่า ไทยไม่ต้องการความรุนแรง แต่จะไม่ยอมให้ใครละเมิดอธิปไตยอย่างเด็ดขาด

ต่อมา วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 03.09 น. กัมพูชากำหนดเป้าหมายของอาวุธยิงสนับสนุนมายังฝั่งไทยในพื้นที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์

เวลาตี 5 ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงมายังแนวการวางกำลังของฝ่ายไทยในพื้นที่ช่องอานม้าฝ่ายไทยทำการยิงตอบโต้ตามกฎการปะทะ

06.00 น. ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงวิถีโค้งระดมยิงต่อฝ่ายไทยในพื้นที่ช่องอานม้า โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามืด กัมพูชาได้ริเริ่มยิงใส่ฝ่ายไทยก่อนในหลายพื้นที่ มีการใช้อาวุธหนัก ซึ่งเป็นเหตุให้ทหารไทยเสียชีวิตอย่างน้อย 1 นาย ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้โดยใช้เครื่องบินรบโจมตีที่ตั้งทางทหารของฝ่ายกัมพูชา เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตของกำลังพลฝ่ายไทยและเป็นไปตามกฎการใช้กำลังอย่างเหมาะสมตามหลักสากล ไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย ปกป้องกำลังพล และรักษาความมั่นคงตามสิทธิอันชอบธรรมของชาติ การปฏิบัติของฝ่ายไทยทั้งหมดเป็นไปตามกฎการใช้กำลังระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และการตอบโต้ตามสัดส่วน

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำชัดเจนว่า “ไทยต้องการสันติภาพ แต่จะไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตยไทย และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องประเทศและประชาชน”

หลังจากนั้น ได้เกิดการปะทะหลายจุด ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

2. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เป้าหมายต่อปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นสำคัญ

ยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมด ประเทศไทยจะยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) เพื่อจำกัดความรุนแรงของการปะทะ แยกแยะเป้าหมาย และได้สัดส่วนโดยมุ่งเป้าลิดรอนขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชา

พร้อมย้ำ “ไทยต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพต้องมาพร้อมความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน”

3. ประเด็นข่าวประเทศพาดหัวว่าไทยเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ?

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการทางอากาศนั้น เป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังสุรนารี ในการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของไทย รวมทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ชายแดน และกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัดกำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย จึงนำไปสู่การใช้กำลังทางอากาศ เพื่อยับยั้งและลดศักยภาพทางทหารของกัมพูชาในระดับที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้ปฏิบัติภารกิจอย่างรอบคอบ โดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร คลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางสนับสนุนการรบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง พร้อมทั้งยังตรวจสอบผลการโจมตี เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามหลักสากลของการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality) อย่างเคร่งครัด

กองทัพอากาศยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางอากาศบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ และจะตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อเอกราชอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้เป้าหมายสูงสุด คือการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ย้ำอีกครั้งว่า ปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศมุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายทางการทหาร ตอบโต้ปฏิบัติการของกัมพูชาที่โจมตีฝ่ายไทยก่อน การกำหนดเป้าหมายเป็นการวางแผนร่วมกัน ระหว่างกองทัพอากาศ กองทัพบก และกองกำลังสุรนารี กำหนดเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจ

โฆษกกองทัพอากาศ ยังกล่าวต่อว่า กองทัพอากาศจะให้การสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ของทั้งกองทัพบก, กองทัพเรือ เป็นการปฏิบัติการร่วมของทั้ง 3 เหล่าทัพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย

“การโจมตีเป้าหมาย กองทัพอากาศจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกว่ากัมพูชาจะยุติความพยายามในการกระทำที่เป็นภัยคุกคาม ต่อกองกำลังของเรารวมถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน” โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว

4. รมว.การต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้บรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนต่อทูตจาก 58 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ รวม 73 คน

สรุป 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.กัมพูชามีพฤติกรรมซ้ำเดิม ทั้งรุกราน-ยั่วยุไทยก่อน เช่น ลอบวางทุ่นระเบิด แต่ปฏิเสธข้อเท็จจริง

2.ไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

3.สังคมไทยหมดความอดทนต่อการคุกคามซ้ำของกัมพูชา และไทยต้องปกป้องประชาชนตนเอง

4.ปฏิบัติการของไทยจะดำเนินต่อจนกว่ากัมพูชาจะเลือกเส้นทางสันติภาพที่แท้จริง

5.กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ Joint Declaration ที่ลงนามร่วมกันในเดือนตุลาคม

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย ยังเน้นย้ำเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็น ดังนี้

1. เหตุปะทะตามแนวชายแดน

- รมว.การต่างประเทศชี้แจง Timeline ราว 14 เหตุการณ์ที่ยืนยันว่ากัมพูชาเริ่มยิงก่อน รวมถึงเหตุเมื่อ 7 ธ.ค. ที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นายและเหตุปะทะเช้ามืดวันที่ 8 ธ.ค. หลายพื้นที่ มีทั้งการยิงอาวุธปืนและการเคลื่อนย้ายอาวุธยิงระยะไกลของกัมพูชา ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 8 นาย และมีรายงานว่ากัมพูชายิง BM-21 ใส่พลเรือนไทย ไทยได้ประท้วงต่อผู้สังเกตการณ์อาเซียนแล้ว

- รมว.การต่างประเทศย้ำว่าไทยจำเป็นต้องใช้การโจมตีทางอากาศเพราะภูมิประเทศเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด การตอบโต้ของไทยเป็นการ “ป้องกันตนเอง” ตามข้อ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ อยู่บนหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และจำกัดเป้าหมายเฉพาะทางทหาร พร้อมประณามการโจมตีของกัมพูชาที่ละเมิดข้อตกลงหลายฉบับและคุกคามประชาชนไทย

2. ผลกระทบต่อประชาชน

- การโจมตีของกัมพูชาทำให้พลเรือนไทยในบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี รวมเกือบ 400,000 คน ต้องอพยพ โรงเรียนกว่า 600 แห่งใน 5 จังหวัดชายแดน และโรงพยาบาลหลายแห่งต้องปิดชั่วคราว กระทบต่อสิทธิพื้นฐานและบริการสำคัญของประชาชน

3. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จของกัมพูชา

- กัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนอย่างเป็นระบบ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจากการลอบวางทุ่นระเบิดในดินแดนไทยที่ไทยเพิ่งรายงานต่อประชาคมโลก ตัวอย่างคือการใช้ภาพเก่ากล่าวหาไทย และการกล่าวหาว่าไทยเริ่มโจมตีก่อน ทั้งที่มีเอกสารตอบโต้เร็วผิดปกติ ไทยได้ดำเนินการทางการทูตเพิ่มเติม ได้แก่ เชิญทูตมาเลเซียและสหรัฐฯ ในฐานะสักขีพยาน Joint Declaration มีหนังสือประท้วงกัมพูชา ทำหนังสือเวียนถึงอาเซียน แจ้งเลขาธิการสหประชาชาติ และส่งหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคง รวม 5 ช่องทาง

- กระทรวงการต่างประเทศย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ และให้สื่อมวลชนรายงานอย่างครบถ้วน โดยโฆษกฯ จะทยอยแถลงอัปเดตสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

5. นายกฯ อนุทินยัน ไม่มีคำสั่งให้หยุดยิง รัฐบาลสนับสนุนกองทัพเต็มที่

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า เราดำเนินการในสิ่งที่ควรดำเนินการ คือ การแสดงความเป็นประเทศไทย ให้กับผู้ที่คิดไม่ดีให้เห็นอย่างชัดเจน ขอให้ให้กำลังใจผู้ที่กำลังปกป้องแผ่นดินของเราดีกว่า

นักข่าวถามว่ามีเสียงขอให้ทหารหยุดการสู้รบ?

นายอนุทิน ระบุว่า “ไม่มีครับ ไม่มีครับ ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้วครับ ให้คำมั่นสัญญากับกองทัพ ให้กองทัพดำเนินการตามแผนที่ได้เตรียมการกันไว้อย่างเต็มที่รัฐบาลสนับสนุนทุกรูปแบบ”

บอกเลย จุดยืนท่าทีของผู้นำรัฐบาลไทยปัจจุบัน เป๊ะ ปึ้ก และไว้ใจได้

หนู ไม่ใช่หมูนะโว้ยยย ฮุนเซน!

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:58 น. (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
21:51 น. อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
21:43 น. หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
21:31 น. FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
21:30 น. รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
สพฐ.เร่งแก้หนี้สินครู-ข้าราชการบำนาญ ปรับระเบียบใหม่คุ้มครองคุณภาพชีวิต
มาดามแป้ง เปิดคฤหาสน์จัดปาร์ตี้ปีใหม่ ต้อนรับ 7 นางฟ้าแห่งวงการบันเทิง
ดูทั้งหมด
การวางแผนการเงินเพื่อเปิดร้านในฝัน
มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........
ฝังไมโครชิปเพื่อสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง
พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?
Sudden Cardiac Death in Exercise and Sports
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม

อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ

หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ

FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้

รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

อนุทิน​ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯ แวะร่วมร้องเพลง เราสู้ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน

  • Breaking News
  • (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม (คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
  • อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
  • หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
  • FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้ FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
  • รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง’ ต่อพรรคการเมือง

‘คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง’ ต่อพรรคการเมือง

16 ม.ค. 2569

ถ้าประชามติไม่ผ่าน  ปิดฉากฉีกรัฐธรรมนูญ 60

ถ้าประชามติไม่ผ่าน ปิดฉากฉีกรัฐธรรมนูญ 60

15 ม.ค. 2569

พิโธ่ พิธา  พลพรรคส้มคนอื่นๆ เมื่อไหร่จะขอโทษทหาร?

พิโธ่ พิธา พลพรรคส้มคนอื่นๆ เมื่อไหร่จะขอโทษทหาร?

14 ม.ค. 2569

สรุปรวบยอดความคิด  ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ ‘ส้ม’

สรุปรวบยอดความคิด ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ ‘ส้ม’

13 ม.ค. 2569

ถ้าทหารไทยรบแพ้  พรรคส้มจะเหยียบซ้ำ ไม่มีวันออกมาพลิกลิ้น

ถ้าทหารไทยรบแพ้ พรรคส้มจะเหยียบซ้ำ ไม่มีวันออกมาพลิกลิ้น

12 ม.ค. 2569

ป้ายเตือนสติคนไทยช่วงเลือกตั้ง  พูดความจริง แต่แสลงใจใคร?

ป้ายเตือนสติคนไทยช่วงเลือกตั้ง พูดความจริง แต่แสลงใจใคร?

9 ม.ค. 2569

ไขปริศนา ‘ทองคำ’ ส่งออกไป ‘กัมพูชา’ มหาศาล

ไขปริศนา ‘ทองคำ’ ส่งออกไป ‘กัมพูชา’ มหาศาล

8 ม.ค. 2569

ทำได้จริงมั้ย... ทำยังไง...  รถไฟฟ้าราคาไม่เกิน 40 บาทต่อวัน?

ทำได้จริงมั้ย... ทำยังไง... รถไฟฟ้าราคาไม่เกิน 40 บาทต่อวัน?

7 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved