วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
ต้องยอมรับว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน เกิดผลเชิงบวกเป็นรูปธรรมจับต้องได้
เสียงตอบรับดีมาก
นอกจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค รักษาระดับกำลังซื้อ ส่งเสริมคนค้าขายตัวเล็กตัวน้อย อย่างคนละครึ่ง พลัสแล้ว ยังมีมาตรการกระตุ้นการออมด้วย
1. โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ข้อมูล ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2568 พบว่ามีร้านค้า 994,903 ราย ทั่วประเทศ
ยอดการใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการอยู่ที่ 70,756.3 ล้านบาท
แบ่งเป็น ร้านค้าปกติ ยอดใช้จ่ายรวม 68,376.9 ล้านบาท
- เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 33,666.3 ล้านบาท
- เงินที่ประชาชนจ่ายเอง 34,710.6 ล้านบาท
ร้านค้าผ่าน Food Delivery Platform ยอดใช้จ่ายรวม 2,379.4 ล้านบาท
- เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 1,162.5 ล้านบาท
- เงินที่ประชาชนจ่ายเอง 1,216.9 ล้านบาท
สร้างความคึกคัก เงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจในตลาดฐานรากได้อย่างดีเยี่ยม
2. ขณะที่การ Upskill & Reskill ของผู้ประกอบการ มีร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ Upskill & Reskill สำเร็จแล้วจำนวน 91,022 ราย
การอัปสกิลนี้ เป็นการจูงใจให้พ่อค้าแม่ขายพัฒนาทักษะค้าขายสมัยใหม่
โครงการจึงไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่ยังแจกทักษะการมาค้าขาย จูงให้เข้าสู่ระบบายเดลิเวอรี่ซึ่งจะทำให้ผู้ค้ารายย่อยขยายโอกาสทางการค้าของตัวเองมากขึ้นด้วย
เรียกว่า ไม่ใช่แค่แจกปลา แต่ยังสอนวิธีจับปลา แถมให้อุกรณ์หาปลาแบบใหม่ไปด้วย เพราะมีแหล่งทุน มีเครือข่ายลูกค้ามาให้ด้วย
3. คนละครึ่งพลัส เฟสสอง กี่สิทธิ? วงเงินเท่าไหร่?
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าคนละครึ่งพลัส เฟสสอง แน่นอน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า อนุมัติโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในปีหน้า
โดยคาดว่า จะให้จำนวน 10 ล้านสิทธิ
วงเงินคนละ 2,000 บาท
ซึ่งจะเปิดลงทะเบียนในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 นี้
และจะให้มีการใช้จ่ายในเดือนมกราคม 2569
“คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ หลังจาก ครม.อนุมัติ
ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 ล้านสิทธิแรก สำหรับกลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ และอาจเน้นพื้นที่อุทกภัยทั่วประเทศ
ขณะที่อีก 5 ล้านสิทธิที่เหลือจะเปิดกว้างให้ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องยังไม่ตกผลึก ต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง” - โฆษกรัฐบาลกล่าว
4. ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ครม.จะอนุมัติกี่สิทธิ? วงเงินเท่าไหร่?
แต่จากตัวเลขที่เปิดเผยมา 10 ล้านสิทธินั้น อาจจะน้อยกว่าความต้องการของประชาชนไปมากเลยทีเดียว
ดูจากพฤติกรรมการใช้จ่ายในคนละครึ่งพลัส เฟสแรก จะเห็นว่า มีการใช้อย่างรวดเร็ว กว่า 4 ล้านคน ใช้วงเงินครบสิทธิแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางเดือนธันวาคม
หากคนละครึ่ง พลัส เฟสสอง ให้แค่ 10 ล้านสิทธิจริง ก็แสดงว่า คนเดิมที่ได้สิทธในเฟสแรก 19 ล้านกว่าคน จะไม่ได้รับสิทธิในเฟสสองเป็นส่วนใหญ่
ผลที่ตามมา คือ แล้วโครงการจะยังเกิดอิมแพค แรงกระตุ้นเพียงพอหรือไม่?
จำนวนสิทธิ และวงเงิน คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โครงการสร้างผลลัพธ์แค่ไหน อย่างไร ตามวัตถุประสงค์ในการทำโครงการ หรือไม่?
เชื่อว่า ประเด็นนี้ ครม. กระทรวงการคลัง และตัวนายกฯอนุทิน คงต้องพิจารณาให้เด็ดขาด
หากคิดว่าจำเป็นต้องทำ จะทำแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือทำแบบจัดเต็ม?
แหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 คาดว่าจะใช้งบฯกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ซึ่งยืนยันว่ายังมีกรอบวงเงินคงเหลืออยู่กว่า 4 หมื่นล้านบาท
.png)
.png)
.png)
ยอดนี้ ได้หักงบประมาณไปใช้ในการเยียวยาน้ำท่วม 2 รอบแล้ว
นั่นแสดงว่า สามารถให้ได้ถึง 20 ล้านสิทธิ โดยไม่ต้องกู้เพิ่ม
ในความเป็นจริง สถานการณ์ประเทศไทยช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เผชิญกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงหลายเรื่อง ที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เช่น น้ำท่วมปักษ์ใต้ การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ฯลฯ
5. ต้นปี’69 สลาก กอช. มาแน่นอน
“ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออมกับสลาก กอช.”
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดงานแถลงข่าวบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพของกองทุนการออมแห่งชาติ กับหน่วยงานพันธมิตร
โครงการ สลาก กอช. จูงใจให้คนออมเงิน ผ่านการซื้อสลาก กอช. แต่ได้ลุ้นเหมือนหวย โดยไม่ถูกกิน มีแต่ได้กับได้
ลุ้นรางวัลใหญ่ 1 ล้านบาททุกสัปดาห์
นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ที่สร้างความกังวลต่อความมั่นคงทางรายได้ของประชากรในวัยเกษียณ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ขาดหลักประกันความมั่นคง และไม่เห็นถึงความสำคัญเรื่องการออมเพื่อการเกษียณ ด้วยเหตุนี้“การออม” จึงเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงในชีวิต กอช. ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการออมสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ โดยเฉพาะช่วงวัยเกษียณ เมื่อรายได้ลดลงแต่รายจ่ายยังคงอยู่ กอช. จึงเร่งผลักดันนโยบาย เพื่อเติมเต็มด้านการออมของคนไทย และสร้างแรงจูงใจให้เริ่มต้นออมอย่างต่อเนื่อง
“ด้วยพฤติกรรมของคนไทยที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค จากผลศึกษาของหลายๆ สถาบัน พบว่า เม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดสลาก และการเสี่ยงโชคในรูปแบบต่างๆ มีจำนวนมากถึง 4 แสน - 5 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งน่าเสียดายที่เงินมหาศาลเหล่านี้กลายเป็นรายจ่ายที่สูญเปล่าเมื่อไม่ถูกรางวัล รวมถึงไม่ได้สร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่เจ้าของเงินอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง กอช. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ริเริ่มแนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย เงินทุกบาทกลายเป็นเงินออม”
โดยนำพฤติกรรมการลุ้นโชคที่อยู่ในวัฒนธรรมของคนไทยมาเป็นกุศโลบายสร้างวินัยการออมอย่างยั่งยืน
สอดคล้องกับมาตรการ Quick Big Win ฟื้นเศรษฐกิจใน 4 เดือน ข้อที่ 4“เพิ่มการออมภาคประชาชน” ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ
จึงได้พัฒนานวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า สลาก กอช. เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสในการออมเงินได้ง่าย สนุก และน่าสนใจมากขึ้น”
นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สลากกอช. เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ราคาฉบับละ 50 บาท เป็นทางเลือกในการออมเงินรูปแบบใหม่ ให้แก่ผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคน สามารถซื้อได้สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท (60 ฉบับ) ผ่านแอปพลิเคชั่น กอช.
โดยออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น.
ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท (5 รางวัล) รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท (10,000 รางวัล)
และถ้าสลากจำหน่ายไม่หมดในงวดนั้น เงินรางวัลจะถูกสมทบไปเป็นแจ๊กพอตในงวดถัดไป
ทั้งนี้ ผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ทันที
โดยเงินซื้อสลากทุกบาทจะถูกสะสมไว้เป็นเงินออม
ผู้ซื้อสลากจะได้รับเงินออมพร้อมผลประโยชน์เป็นก้อนในครั้งเดียว 4 กรณี คือ 1) อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 2) ทุพพลภาพ 3) เสียสัญชาติไทย และ 4) เสียชีวิต โดยจะคืนเงินให้แก่บุคคลที่ระบุไว้ หรือทายาทตามกฎหมาย
และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับเงินคืนทั้งหมดเมื่อครบ 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อสลาก และสามารถซื้อต่อไปได้คราวละ 5 ปี
ช่องทางการจำหน่ายและชำระเงิน สลาก กอช. ผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะช่วยให้การออมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล โดย บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด (True Money), บริษัท ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (Shopee Pay), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (My AIS) และบริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด (MPAY)
ช่องทางชำระเงิน สลาก กอช. ผ่านแอปพลิเคชั่นสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ซื้อสลาก สามารถซื้อ และชำระเงินได้ง่าย สะดวกยิ่งขึ้น ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
สำหรับผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ทาง กอช. เตรียมความพร้อมในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่าย ที่พร้อมเปิดจุดจำหน่าย สลาก กอช. ในพื้นที่ สามารถลงทะเบียน และซื้อ สลาก กอช. ได้ที่ ไปรษณีย์ไทย 1,250 สาขา เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำนวนกว่า 15,500 สาขา บิ๊กซี จำนวนกว่า 1,600 สาขา โลตัส จำนวนกว่า 2,500 สาขา รวมถึงตู้บุญเติม จำนวนกว่า 100,000 ตู้ และตู้เต่าบิน 7,500 ตู้ทั่วประเทศ
การจัดการจับรางวัล สลาก กอช. ดำเนินการโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) และถ่ายทอดสด บริษัท ไลน์ คัมพานี (ประเทศไทย) จำกัด (LINE TODAY)
ความร่วมมือนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นแก่คนไทย ทำให้การออมเป็นเรื่องสนุก เสริมสร้างวินัยทางการเงิน และให้คนไทยมีชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง
ขณะนี้ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2569
คาดว่า จะสามารถเปิดจำหน่ายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นต้นไป
“วัตถุประสงค์หลักของการผนึกกำลังในครั้งนี้ ได้แก่
1) เพื่อผสานความร่วมมือ พัฒนาระบบดิจิทัลและบริหารจัดการการจำหน่ายสลากให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
2) เพื่อสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “สลาก กอช.” คือการออมประเภทหนึ่งที่เงินต้นได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และมีผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง
และ 3) เพื่อสร้างแรงจูงใจ ดึงดูดประชาชนให้เข้าสู่ระบบการออมกับ กอช. มากขึ้นผ่านกลไก “เกมมิฟิเคชั่น (Gamification)” ที่ใช้ความสนุกของการลุ้นรางวัลมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการออมที่มีวินัย” - นางสาวจารุลักษณ์ กล่าว
ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส และสลาก กอช. คือ ส่วนหนึ่งของมาตรการที่ส่งเสริมให้คนพัฒนาทักษะการค้าขาย การบริโภค และการออมสำหรับคนไทย
สารส้ม


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี