วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปของไทยก็คงจะมีขึ้นตามกำหนดการที่บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันและกันไว้ คือประมาณเดือนมีนาคม 2569 แล้วก็เป็นที่แน่นอนว่าทุกพรรคการเมืองก็เริ่มเตรียมตัวเตรียมการต่างๆ แล้ว ทั้งรายชื่อผู้สมัครและแนวนโยบายเพื่อการหาเสียง
ในการให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนพลเมือง ก็อาจจะแบ่งวิธีการของการที่จะให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงอยู่ 2 วิธีการคือ การ “ใช้กระสุน” กับการ “ใช้กระแส” ในกรณีแรกก็คงจะเป็นวิธีการของพรรคใหญ่ๆ 2-3 พรรค ที่มากไปด้วย “บ้านเล็ก-บ้านใหญ่” ของผู้ทรงอิทธิพลที่เต็มไปด้วยการมีเครือข่ายเป็นระบบอุปถัมภ์ ส่วนวิธีการที่ 2 ของการใช้กระแส ก็คงเป็นของพรรคขนาดกลางและพรรคเล็กพรรคน้อย ที่อาจจะแบ่งแยกออกเป็น 2 วิธีการย่อยด้วยกัน คือ การชูตัวองค์บุคคล และการชูประเด็น เพื่อดึงความสนอกสนใจและเรียกคะแนนเสียง
เครื่องมือหลักของฝ่ายกระสุนก็คือ เงินตรา ส่วนเครื่องมือหลักของฝ่ายกระแสก็คือ ความคิดอ่าน และการจัดหาประเด็นที่อยู่ในความสนอกสนใจของประชาชนพลเมือง หรือตอบสนองความในใจ และความต้องการของประชาชนพลเมือง
ในกรณีของฝ่ายกระสุนก็จะเป็นเรื่องของการเจาะไปยังประชาชนพลเมืองด้วยกลุ่มหัวคะแนนพร้อมกับกระเป๋าเงินเต็มอัตรา ส่วนฝ่ายกระแสนั้นก็คงเป็นเรื่องของการเคาะประตูบ้าน ควบคู่กับการใช้สื่อสมัยใหม่ (Social Media) และการพูดจาโดยผู้นำองค์บุคคลที่มีสาระเนื้อหาและความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า ฝ่ายกระสุนมุ่งชัยชนะไปที่ระบบเขตเลือกตั้ง ในขณะที่ฝ่ายกระแสมุ่งไปที่จำนวนสมาชิกสภาตามระบบบัญชีรายชื่อ
รูปการณ์นี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า ฝ่ายกระสุนคงจะเจาะเข้าถึงกลุ่มคนวัยกลางคน และคนสูงอายุ เพราะมีความคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง รวมทั้งความเกรงอกเกรงใจ ส่วนฝ่ายกระแสก็คงจะเจาะเข้าถึงคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว ที่มีจิตสำนึกทางการเมือง ไม่คุ้นเคยกับระบบอิทธิพลกับระบบอุปถัมภ์ และต้องการได้เห็นกลุ่มคนรุ่นราวคราวเดียวกันได้เข้ามาบริหารประเทศรับใช้บ้านเมือง
จัดได้ว่า สนามการเมืองไทยได้เข้าสู่ระบบเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริงทุกพรรค คือเป็นการเผชิญหน้าระหว่างการเมืองแบบเดิมๆ ของเรื่องเส้นสาย การใช้เงินตรา กับการเมืองยอมเสี่ยงและยอมทดลองกับความคิดและวิธีการใหม่ๆ และการปลดแอกจากการครอบงำของกลุ่มคนเดิมๆ ความคิดและวิธีการเดิมๆ
ก็จัดว่าเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 จะเป็นการวิวัฒนาการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ยศชนัน ปิดทริปอีสาน ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33
วิมล ย้อนวาทกรรม ส้ม มือคุณไม่เปื้อนเลือด แต่ผลักเด็กสู่คุกและความตาย
ผบ.ทบ.กำชับทหาร วางตัวเป็นกลางทางการเมือง รับเลือกตั้ง-ลงประชามติ รธน.
จากใจพี่สาว งามพรรณ เวชชาชีวะ เชื่อน้องลุยเต็มร้อย
ส่อง 57 นโยบายเพื่อไทย ส่วนใหญ่ต่อยอดของเดิม ไม่พบ เศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี