วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
คอการเมืองโดยทั่วไป และผู้ฝักใฝ่ในอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นการเฉพาะในสังคมไทย คงจะรู้สึกแปลกใจ และสลดใจที่บัดนี้มีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งได้ประกาศจุดยืนออกมาอย่างแน่ชัดว่า ต้องการจะมีชีวิตอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560ต่อไป และไม่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่อย่างใดซึ่งเป็นการบ่งบอกว่า บรรดาพรรคการเมืองเหล่านี้ยังอยู่ในเงาและการครอบงำทางความคิดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ-คสช. ที่เป็นผู้กำกับดำเนินการให้มีการขีดเขียนยกร่างรัฐธรรมนูญ และต่อมาได้ผ่านการลงประชามติด้วยคะแนนเสียงข้างมากที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับคะแนนเสียงคัดค้าน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้โครงสร้างและสาระเนื้อหาของการเมืองการปกครองของไทยไม่เป็นสังคมประชาธิปไตยแบบเต็มใบ อาทิ การได้มาซึ่งวุฒิสภาที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนพลเมืองไทยการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่มิได้มาจากประชาชนพลเมือง แถมยังมีอำนาจหน้าที่ที่อยู่เหนือรัฐสภา และคณะรัฐบาลที่มาจากประชาชนพลเมือง ถือเป็นการจำกัดจำเขี่ยสิทธิและหน้าที่พลเมือง
อีกทั้งก็มิได้มีการเสริมสร้างการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนพลเมือง ทั้งที่เป็นเจ้าของประเทศและอำนาจอธิปไตย ดังจะเห็นได้จากการที่ชาวกรุงเทพฯ เท่านั้นที่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงเทพมหานครได้ ในขณะที่ชาวไทยในอีก 76 จังหวัดกลับไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนได้นอกจากนั้น โครงสร้างการบริหารจัดการบ้านเมืองในแต่ละจังหวัดก็ดูอิหลักอิเหลื่อ กล่าวคือผู้ว่าราชการมาจากข้าราชการประจำ แต่นายก อบจ. มาจากประชาชน เสมือนว่าผู้ปกครองจังหวัดเป็นนกสองหัว มากันคนละทิศแล้วก็ไปกันคนละทาง
นอกจากนั้นประเด็นที่บ่งบอกความไม่เป็นประชาธิปไตย และการตัดประชาชนพลเมืองออกจากการมีส่วนร่วมก็คือ กฎเกณฑ์กติกาว่าด้วยการให้แต่ละพรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้พรรคละ 3 คน เป็นสิทธิหน้าที่ของผู้บริหารพรรคการเมืองโดยไม่ต้องมีการปรึกษาหารือ หรือยึดโยงกับประชาชนพลเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น อีกทั้งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นก็จะเป็นใครก็ได้ แม้กระทั่งบุคคลที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมา หลายๆ คนที่อยู่ในรายชื่อก็ไม่เคยแม้แต่จะแสดงความสนอกสนใจในเรื่องความเป็นไปในสังคมมาก่อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ไม่เคยมีจิตสำนึกและความนึกคิดใดๆ ที่บ่งบอกซึ่งความผูกพันและความห่วงใยต่อความเป็นไปของบ้านเมือง กล่าวได้ว่า บุคคลเหล่านี้มาด้วยเส้นทางของการเป็นวงศาคณาญาติและผู้ทรงอิทธิพล เป็นเส้นทางพิเศษบ่งบอกซึ่งความเป็นอภิสิทธิ์ชน แต่ได้รับการเสนอชื่อให้มานำพาบ้านเมือง เป็นการดูถูกดูแคลนสติปัญญาและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นพลเมืองของปวงชนชาวไทย
ในรูปการณ์นี้ราชอาณาจักรไทยจะคงอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ต่อไปไม่ได้ เพราะเหนี่ยวรั้งความเจริญก้าวหน้าของความเป็นสังคมประชาธิปไตย และทำให้สังคมประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทยมีความถดถอย มีการเลือกปฏิบัติ และมีความเหลื่อมล้ำ ไม่ยุติธรรม
ฉะนั้นราชอาณาจักรไทยจึงจำเป็นที่จะต้องมีรัฐธรรมนูญที่จะวางโครงสร้าง และสาระเนื้อหา เพื่อให้ราชอาณาจักรไทยมีความเป็นประชาธิปไตยแบบสากลหรือสมบูรณ์แบบ เพื่อราชอาณาจักรไทยจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้บนพื้นฐานของความยุติธรรม ความทัดเทียม และความเป็นเจ้าของอำนาจของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง
การที่มีพรรคการเมืองส่วนหนึ่งได้ประกาศตนว่า ยังมีความประสงค์ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็อาจจะกล่าวได้ว่า บรรดาพรรค
การเมืองเหล่านี้เป็นพวกอำนาจนิยม และเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ที่ใช้คำว่า “ประชาธิปไตย”เพียงเพื่อจะได้มีตำแหน่งหน้าที่ทางการบ้านการเมืองเท่านั้น
เรียกได้ว่า แสนจะจอมปลอมเป็นอย่างยิ่ง
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
จับผิด เท้ง บนเวทีดีเบต ชูวิทย์ ซัดเดือด สิ้นชาติ หรือ ชังชาติ
หนูคะแนนพุ่ง นำเท้ง เชน มาร์ค แต่คนไทยกว่า 23% ยังไม่เจอนายกฯที่ใช่
ปชน.ปราศรัยเมืองสองแคว พิธา ขอประชาชนกาส้มสองใบยกจังหวัดไม่ปันใจ
โจ มณฑานี ฟาดยับ อ้างเทิดทูนพ่อหลวง แต่หมกมุ่นพวกหมิ่นฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี