วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
จากผลของการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จัดได้ว่าการบ้านการเมืองของไทยเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้วในหลายๆ แบบ เช่น
1.ฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายหัวก้าวหน้า
2.ฝ่ายคนรุ่นเก่า กับฝ่ายคนรุ่นใหม่ หรือนัยหนึ่งฝ่ายพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย กับฝ่ายเยาวชนคนหนุ่มคนสาว ซึ่งเป็นลูกหลานของฝ่ายแรก
3.ฝ่ายคนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด ดังจะเห็นได้จากการที่คนกรุงเทพฯเทคะแนนทั้งหมดให้กับฝ่ายหัวก้าวหน้าในนามของพรรคประชาชน ขณะที่คนต่างจังหวัดเทคะแนนให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมในนามของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ในทำนองไปด้วยกับการเมืองแบบบ้านเล็กบ้านใหญ่
4.ฝ่ายกระสุน กับฝ่ายกระแส
5.ฝ่ายรักชาติ และการประณามว่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่รักชาติ แถมยังเป็นลูกสมุนต่างชาติด้วย
ในสภาพการณ์นี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เหมือนจะยืนอยู่ตรงกลางและอยู่ในฐานะที่จะเป็นพลังที่ 3 และทางเลือกที่ 3 ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำชุดใหม่จะวางตัวพรรคประชาธิปัตย์ไว้อย่างไร? แล้วจะเสริมสร้างเครือข่ายกับพรรคเล็กพรรคน้อยเพื่อเสริมพลังกลุ่มพลังที่ 3 ได้มากน้อยหรือไม่?อย่างไร?
โดยรวมการแข่งขันทางการเมืองยังอยู่ในกรอบของความเป็นสังคมประชาธิปไตยที่ทุกพรรคการเมืองเล่นไปตามกติกากฎเกณฑ์ แต่ก็มีนัยของการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่าง 2 ขั้วการเมืองหลักดังกล่าวอีกทั้งก็มีนัยของการประหัตประหารอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มหายตายจากไป เป็นการเอาแพ้เอาชนะกันให้ถึงที่สุดแทนที่จะมีการแพ้การชนะสลับหมุนเวียนกันขึ้นสู่อำนาจไปตามครรลองสังคมประชาธิปไตย
สังคมไทยอยู่ในสภาพการณ์ของการเผชิญหน้า ของการหักล้างซึ่งกันและกันแบบนี้คงมิได้ เพราะนั่นคือสภาวะการไร้ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง
ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดอกเปิดใจหันหน้าเข้ามาปรึกษาหารือกันเพื่อหาจุดร่วม หรือนัยหนึ่งการให้ได้มาซึ่งอุดมการณ์ร่วมแห่งชาติว่าจะมีสาระเนื้อหาอย่างไร ที่เป็นที่ยอมรับของทุกขั้วทุกฝ่าย เพื่อจะร่วมกันอยู่ได้ทั้งด้วยการแข่งขันและในการร่วมมือตามความเหมาะสมและโอกาสที่จะอำนวย
ซึ่งก็หมายความว่า ทุกฝ่ายควรต้องมีความรักชาติเป็นที่ตั้ง และการเป็นสังคมประชาธิปไตยและจะไม่กระทำการหนึ่งใดแบบยึดมั่นถือมั่นเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วบ่อนทำลายชาติบ้านเมืองโดยใช่เหตุ ซึ่งก็ต้องมีการจัดวางขอบเขตของบทบาทด้วยสติด้วยจิตสำนึกที่ดีงามและสร้างสรรค์
ถ้าพูดจากันเองโดยตรงมิได้ เพราะต่างมีการสงวนท่าทีหรือมีอคติต่อกันและกัน สังคมราชอาณาจักรไทยก็ควรจะต้องมีเวทีกลางที่จะเปิดให้ขั้วต่างๆ มาแสดงตัว และหาความสมานฉันท์สามัคคี เพื่ออนาคตและความก้าวหน้าของราชอาณาจักรไทย
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

พลังซอฟต์พาวเวอร์ วัยรุ่นแห่ตามเทรนด์ถ่ายภาพคู่ดอกบัวแดง
รสนา ค้านแหลก! รัฐบาลกู้ 1.5 แสนล้าน ใส่กองทุนน้ำมัน เพื่ออุ้มโรงกลั่น
เดดไลน์ระทึก ทรัมป์ ขู่ถล่ม อิหร่าน ราบในคืนเดียว หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 8 เม.ย
เอกนัฏ ฟิตจัด! เรียกโรงกลั่นถกรีดกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน วันนี้
ครม. ไฟเขียวเจรจาโรงกลั่นคืนกำไรส่วนต่าง เล็งหาข้อสรุปรูปแบบชดเชย ช่วยประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี