วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
จากผลของการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จัดได้ว่าการบ้านการเมืองของไทยเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้วในหลายๆ แบบ เช่น
1.ฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายหัวก้าวหน้า
2.ฝ่ายคนรุ่นเก่า กับฝ่ายคนรุ่นใหม่ หรือนัยหนึ่งฝ่ายพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย กับฝ่ายเยาวชนคนหนุ่มคนสาว ซึ่งเป็นลูกหลานของฝ่ายแรก
3.ฝ่ายคนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด ดังจะเห็นได้จากการที่คนกรุงเทพฯเทคะแนนทั้งหมดให้กับฝ่ายหัวก้าวหน้าในนามของพรรคประชาชน ขณะที่คนต่างจังหวัดเทคะแนนให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมในนามของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ในทำนองไปด้วยกับการเมืองแบบบ้านเล็กบ้านใหญ่
4.ฝ่ายกระสุน กับฝ่ายกระแส
5.ฝ่ายรักชาติ และการประณามว่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่รักชาติ แถมยังเป็นลูกสมุนต่างชาติด้วย
ในสภาพการณ์นี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เหมือนจะยืนอยู่ตรงกลางและอยู่ในฐานะที่จะเป็นพลังที่ 3 และทางเลือกที่ 3 ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำชุดใหม่จะวางตัวพรรคประชาธิปัตย์ไว้อย่างไร? แล้วจะเสริมสร้างเครือข่ายกับพรรคเล็กพรรคน้อยเพื่อเสริมพลังกลุ่มพลังที่ 3 ได้มากน้อยหรือไม่?อย่างไร?
โดยรวมการแข่งขันทางการเมืองยังอยู่ในกรอบของความเป็นสังคมประชาธิปไตยที่ทุกพรรคการเมืองเล่นไปตามกติกากฎเกณฑ์ แต่ก็มีนัยของการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่าง 2 ขั้วการเมืองหลักดังกล่าวอีกทั้งก็มีนัยของการประหัตประหารอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มหายตายจากไป เป็นการเอาแพ้เอาชนะกันให้ถึงที่สุดแทนที่จะมีการแพ้การชนะสลับหมุนเวียนกันขึ้นสู่อำนาจไปตามครรลองสังคมประชาธิปไตย
สังคมไทยอยู่ในสภาพการณ์ของการเผชิญหน้า ของการหักล้างซึ่งกันและกันแบบนี้คงมิได้ เพราะนั่นคือสภาวะการไร้ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง
ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดอกเปิดใจหันหน้าเข้ามาปรึกษาหารือกันเพื่อหาจุดร่วม หรือนัยหนึ่งการให้ได้มาซึ่งอุดมการณ์ร่วมแห่งชาติว่าจะมีสาระเนื้อหาอย่างไร ที่เป็นที่ยอมรับของทุกขั้วทุกฝ่าย เพื่อจะร่วมกันอยู่ได้ทั้งด้วยการแข่งขันและในการร่วมมือตามความเหมาะสมและโอกาสที่จะอำนวย
ซึ่งก็หมายความว่า ทุกฝ่ายควรต้องมีความรักชาติเป็นที่ตั้ง และการเป็นสังคมประชาธิปไตยและจะไม่กระทำการหนึ่งใดแบบยึดมั่นถือมั่นเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วบ่อนทำลายชาติบ้านเมืองโดยใช่เหตุ ซึ่งก็ต้องมีการจัดวางขอบเขตของบทบาทด้วยสติด้วยจิตสำนึกที่ดีงามและสร้างสรรค์
ถ้าพูดจากันเองโดยตรงมิได้ เพราะต่างมีการสงวนท่าทีหรือมีอคติต่อกันและกัน สังคมราชอาณาจักรไทยก็ควรจะต้องมีเวทีกลางที่จะเปิดให้ขั้วต่างๆ มาแสดงตัว และหาความสมานฉันท์สามัคคี เพื่ออนาคตและความก้าวหน้าของราชอาณาจักรไทย
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไฟเขียว กกต. ขอยืดเวลาชี้แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน
ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต
กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า
ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร
สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี