วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกา (ภายใต้การนำพาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์) ได้เข้าไปบุกรุกเวเนซุเอลา แล้วทำการจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัสมาดูโร และภริยา มาขึ้นศาลที่นครนิวยอร์กในข้อหาการก่อการร้ายสากลและการค้ายาเสพติด ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักปฏิบัติสากลอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหลังจากนั้นประชาคมโลกต่างก็หันมาให้ความสนใจกับการที่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้เคลื่อนกองกำลังทัพเรือ ที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเชื่อมต่อกับอ่าวเปอร์เซีย
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ประชาคมโลกก็หวั่นไหว และคอยเฝ้าจับตาดูว่า ฝ่ายสหรัฐฯพร้อมกับอิสราเอลในฐานะประเทศบริวารจะบุกเข้าโจมตีอิหร่านเมื่อใด หลังจากที่ได้เคยทำการโจมตีมาครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อทำลายล้างโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการสร้างความถดถอยให้กับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
แต่ทว่าการโจมตีครั้งที่สองก็มิได้เกิดขึ้น โดยฝ่ายสหรัฐฯ และฝ่ายอิหร่านก็ได้เปิดโต๊ะเจรจาหารือกันในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ทำให้ชาวโลกหายใจได้ทั่วท้อง เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิง น้ำมัน และก๊าซ ก็ไม่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างฮวบฮาบ ซึ่งต่างก็มีคำถามตามมาว่า แล้วทำไมประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงมีสติกลับคืนมาได้?
ก็ต้องยกเครดิตให้แก่ประเทศเหล่านี้
1.รัสเซีย สามารถโน้มน้าวให้ทั้งอิหร่านและอิสราเอลตกลงกันได้ว่า จะไม่เปิดศึกสงครามต่อกันและกัน
2.กลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ(The Gulf Cooperation Council -GCC) ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบียคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์กาตาร์ บาห์เรน และโอมาน ได้ร่วมกันออกประกาศว่า จะไม่เปิดน่านฟ้าให้กับฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน และในแง่กลับเช่นกัน ได้ร่วมกันโน้มน้าวมิให้ฝ่ายสหรัฐฯ เปิดศึก เพราะความเสียหายและผลกระทบต่างๆ จะมีอย่างมากมายต่อทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางและภูมิภาคต่างๆ ของโลกไปด้วย
3.เตอรเกีย และอียิปต์ ก็มีบทบาทสำคัญอยู่เบื้องหลังในการพูดจากับทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และฝ่ายอิหร่าน ให้ออมชอมต่อกันและกัน
4.ฝ่ายประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ก็ได้เสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มประเทศเพื่อร่วมกันพัฒนาแร่ยูเรเนียม เพื่อผลิตพลังงานนิวเคลียร์ให้กับฝ่ายอิหร่าน เพื่อใช้ในกิจการไฟฟ้าและกิจการสันติภาพอื่นๆ และเป็นการป้องกันมิให้อิหร่านพัฒนาการแปรรูปแร่ยูเรเนียมเพื่อไปใช้ในกิจการอาวุธนิวเคลียร์
ในบริบทดังกล่าวนี้ก็เป็นที่คาดหวังกันว่า จะมีการทยอยลดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านลงเป็นลำดับ และในขณะเดียวกันฝ่ายอิหร่านก็ต้องยุติการสนับสนุนขบวนการหัวรุนแรงทางศาสนาที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์แบบเอาเป็นเอาตายกับฝ่ายอิสราเอล และฝ่ายสหรัฐฯ
อีกทั้งฝ่ายรัฐบาลอิหร่านก็คงจะต้องคลายความเป็นรัฐบาลเผด็จการทางศาสนา เพื่อให้ประชาชนพลเมืองมีสิทธิเสรีภาพในการดำรงชีวิต ทั้งในเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการทำอาชีพ ทั้งนี้ เมื่อความตึงเครียดคลี่คลายลงและความออมชอมเกิดขึ้น การทำมาค้าขายและการลงทุนก็คงจะตามมา อีกทั้งเป็นที่คาดอิหร่านมีแร่ธาตุหายากที่เป็นที่ต้องการของฝ่ายตะวันตกนำโดยสหรัฐอเมริกา เพื่อคงความเป็นประเทศชั้นนำในเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ และในเรื่องเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งเพื่อกิจการทหารและกิจการพลเรือน และลดการพึ่งพาจีน
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

วาเลนไทน์สุรินทร์คึกคัก! ดอกทานตะวันมาแรง-ความหมายโดนใจ
ศาลปค.รับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง! ทนายธนูยื่น 4 ข้อเสนอ ร้องระงับรับรองผล-ล้างไพ่ใหม่
แนวร่วมมธ.ฯ นัดมวลชน 15 ก.พ. ตั้งเวทีปราศรัยเฉ่ง กกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ
อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวอยุธยา เลือกภท.แลนด์สไลด์ยกจังหวัด อสม. ตระโกนบอกรัก นายกฯ
รัฐบาลสั่งด่วน! ระดมอากาศยานดับไฟป่าสะแกราช โคราช เร่งคุมสถานการณ์ต่อเนื่อง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี