วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
•กาลเวลากับชีวิตมนุษย์: คุณค่าและความหมายแห่งการดำรงอยู่
คำถามสำคัญที่มนุษย์มักถามตนเองเมื่อล่วงเข้าสู่วัยแห่งการตกผลึกคือ
“เราควรใช้เวลาทำอะไร ให้มีคุณค่าและความหมายที่สุด?”
เพื่อตอบคำถามนี้ เราจำต้องเดินทางย้อนกลับไปทำความเข้าใจกับ “เวลา”
ตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
๑. มารู้จักเวลากัน: สายธารแห่งจักรวาล
เวลาคืออะไร?
ในทางปรัชญา เวลาคือมิติแห่งการเปลี่ยนแปลง
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่มีเวลา
เวลาเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ในทางวิทยาศาสตร์ เวลาถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับ “บิ๊กแบง”
การระเบิดครั้งใหญ่ที่ก่อให้เกิด จักรวาลและโลก
สรรพสิ่งล้วนเดินทางผ่านกาลเวลา
ดวงดาวเกิดและดับ โลกหมุนรอบตัวเองก่อให้เกิดวันคืน
เมื่อพิจารณา เวลากับมนุษย์
เราเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เล็กๆ
ที่สมมุติหน่วยนับเวลาขึ้นมา-วินาที นาที ชั่วโมง-เพื่อจัดระเบียบสังคม
แต่เนื้อแท้แล้ว เวลาคือทรัพยากรเดียวที่ทุกคนได้รับมาอย่างจำกัด
และไม่สามารถสะสมหรือหยุดยั้งได้
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ เวลาไม่เคยรอใคร และมันเดินไปข้างหน้าเสมอ
๒. เวลากับมนุษย์: วัฏจักรแห่งชีวิต
เวลาสัมพันธ์แนบแน่นกับการกำเนิดและการพัฒนาของมนุษย์
ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน
แต่สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ
ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง : ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านฤดูกาลต่างๆ :
- รุ่งอรุณแห่งชีวิต (ปฐมวัย) :
เริ่มต้นที่ การปฏิสนธิ เวลา ๙ เดือนในครรภ์มารดา คือ
การเตรียมความพร้อม สู่การเป็น ทารก ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้
ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาแห่งการรับ ความรักและการทะนุถนอม
- ช่วงเวลาแห่งการเติบโต (วัยเรียนรู้): เมื่อเริ่มพึ่งพาตนเอง ได้
การพัฒนาการทางร่างกายและสมองก้าวหน้าเข้าสู่วัยเรียนรู้
เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการศึกษา การเล่น และการค้นหาตัวตน
- แสงแดดจ้าแห่งชีวิต (วัยทำงานและสร้างครอบครัว):
เข้าสู่ ช่วงทำงาน และ เป็นผู้ใหญ่สร้างฐานะ
นี่คือช่วงเวลาที่มนุษย์ใช้พลังงานมากที่สุด
ทั้งเพื่อความสำเร็จส่วนตนและเพื่อครอบครัว แต่งงานมีลูก สืบเผ่าพันธุ์
บางท่านอาจจัดสรรเวลาสำหรับการบวชเรียน
เพื่อศึกษาธรรมะ ขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใส
- ยามเย็นและพลบค่ำ (ปัจฉิมวัย) :
เมื่อเข้าสู่ วัยชรา สังขารเริ่มถดถอย อาจเผชิญ ช่วงป่วยไข้
ซึ่งเป็นเครื่องเตือนสติให้เห็นความไม่เที่ยง
จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ช่วงจากไป
ซึ่งเป็นปลายทางที่เวลาของกายหยาบสิ้นสุดลง แต่เวลาในความทรงจำของผู้ที่ยังอยู่ยังคงดำเนินต่อไป
๓. เวลากับชีวิต: ห้วงอารมณ์และความรู้สึก
เวลาในความรู้สึกของมนุษย์นั้นยืดหดได้ตาม “อารมณ์”:
- เวลาแห่งความสุข:
ยามดีใจหรือสมหวัง เวลามักผ่านไปไวเสมอเหมือนติดปีกบิน
- เวลาแห่งความทุกข์:
ยามเสียใจ ล้มเหลว หรือสูญเสีย เวลาแต่ละวินาทีช่างยาวนานและทรมาน
- เวลาแห่งความรักและอุดมคติ:
เป็นช่วงเวลาที่ทรงพลัง เมื่อเรามีความรัก หรือมี อุดมคติต่อบ้านเมือง
เรามักทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตเพื่อสิ่งนั้นโดยไม่เหน็ดเหนื่อย
- ความสำเร็จและความล้มเหลว:
เวลาที่ทำงานสำเร็จ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ
แต่เวลาที่ล้มเหลว กลับให้บทเรียนที่มีค่ายิ่งกว่า
- เวลาแห่งความสงบ:
คือช่วงเวลาที่จิตนิ่ง ว่างเว้นจากความวุ่นวาย
เป็นเวลาที่มนุษย์เข้าถึงความจริงของชีวิตได้ดีที่สุด
๔. ช่วงการสรุปบทเรียนและพัฒนาตนเอง
เพื่อให้เวลาที่ผ่านไปไม่สูญเปล่า เราต้องรู้จัก การสรุปบทเรียนและพัฒนาตนเอง:
๑.หลักการสรุปบทเรียน:
ต้องตั้งอยู่บนความจริง ไม่เข้าข้างตนเอง
มองให้เห็นเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข
๒.การพัฒนาตนเอง:
ต้องทำอย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning)
เปิดใจรับสิ่งใหม่ แม้วัยจะล่วงเลย
๓. หลักการอ่านและเขียน:
*การอ่าน: คือการย่อเวลาเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
*การเขียนจดหมายและบันทึกประจำวัน: คือการสนทนากับตนเองและผู้อื่น
เป็นการหยุดเวลาไว้ในตัวอักษร เพื่อทบทวนความคิดและความทรงจำ
*การเขียนหนังสือให้มีคุณค่า:
ต้องเขียนจาก “ความจริง” และ “ความปรารถนาดี”
กลั่นกรองจากประสบการณ์ที่ตกผลึก เพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์และปัญญา
บทสรุป
เวลาคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด
การใช้เวลาให้มีความหมายจึงไม่ใช่การเร่งรีบทำทุกอย่าง
แต่คือการใช้ทุกวินาทีด้วย “สติ” รู้ตื่นในการทำหน้าที่-
หน้าที่ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม
เมื่อถึงเวลาต้องจากไป
เราจะจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ได้ฝากคุณงามความดีไว้ในรอยจำของกาลเวลา
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

เช้าที่ไม่สดใส?! ไอซ์ ฝันเห็น อนุทิน กลับนั่งนายกฯ-รมต.หน้าเดิมมาเพียบ
โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง
ราคาทองร่วงแรง ปรับลด 1,700 บาท ทองแท่งขายออก 74,000 บาท
กัญจนา ขยี้ต่อ ย้ายหูพับอุทธรณ์ได้แต่ไม่ทำ เผยจนท.จำใจย้ายตามสั่งนาย ฟาดแรงเสียใจเป็นมั้ย
จูรี โพสต์แล้ว หลังโดนหมอสุภัทร ปราศรัยที่หาดใหญ่ ไล่กลับไปอยู่ระโนด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี