วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
ปีเก่า 2568 ได้เดินทางมาถึงเป็นวันสุดท้ายในวันพุธที่ 31 ธันวาคมวันนี้ สำหรับบ้านเราในรอบ 365 วันที่ผ่านมา มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายทั้งดีและร้ายให้ต้องทบทวนจดจำ ซึ่งก็อยู่ที่ว่าใครจะทบทวนจดจำไว้อย่างไร
มีคำกล่าวของนักเขียนไทยผู้ยิ่งยงในอดีต“เสนีย์ เสาวพงศ์”ได้พูดถึงกาลเวลาไว้ว่า ในบางครั้งบางคราว ความทรงจำของคนเราจะหวนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ ซึ่งบางทีก็เป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน แต่ก็ยังตราตรึงไม่ลืมเลือน
และกาลเวลาไม่ว่าจะอยู่ในภาวะมืดหรือสว่าง แต่ก็ใส โปร่งและเปล่า ปราศจากสาระ ถ้าหากคนไม่ได้บรรจุกิจกรรม หรือการกระทำของเขาลงไป เช่น ตัวหนังสือ สีสัน หรือแสงและเสียง ซึ่งก็จะทำให้บนผนังของกาลเวลามีแต่ความว่างเปล่า
แต่โชคดีที่มนุษย์เรารู้จักประดิษฐ์ตัวอักษร และเครื่องมือในการขีดเขียน ดังที่ปรากฏให้เห็นจากแท่งศิลาจารึก ขวานหิน หม้อดินและจานกระเบื้อง ใบลาน สมุดข่อย จนกระทั่งใน พ.ศ.นี้จากกระดาษธรรมดา ก็มาอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ และยามที่เราปิดเครื่องก็ยังมีหน่วยความจำเก็บบันทึกอยู่ในอากาศ
ปีนี้มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในบ้านเรามากมายหลายเรื่อง เหตุการณ์ที่นับว่าใหญ่หลวง ก็คือ การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกาดูรและสะเทือนใจคนไทยทั้งแผ่นดิน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรอย่างยาวนาน เปรียบประดุจ“แม่ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน” จึงทำให้เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในใจของปวงชนตราบนิจนิรันดร์
ในทางธรรมชาติก็เกิดภัยพิบัติทั้งแผ่นดินไหวและมหาอุทกภัย อันนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตของประชาชน โดยที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด จากจุดเกิดเหตุในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แม้ศูนย์กลางจะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯกว่า 1 พันกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือนก็ได้แผ่ขยายขยายรุนแรงจนส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ย่านจตุจักรที่กำลังก่อสร้าง พังถล่มลงมาทั้งหลังในพริบตา นำไปสู่ปฏิบัติการกู้ภัยที่ยาวนานถึง 45 วัน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายทั้งหมด 109 ราย นับเป็นโศกนาฎกรรมแห่งปี 2568 ที่ต้องจดจำและทบทวนถึงความบกพร่อง จากการทุจริตเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ทั้งของเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่กำลังถูกดำเนินคดีอยู่ในเวลานี้
มหาอุกทกภัย เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ เริ่มตั้งแต่ระลอกแรกในเดือนกรกฎาคม เมื่อพายุหลายลูกพัดถล่มเข้าประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลางรวมทั้งหมด 11 จังหวัด มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 43,080 ครัวเรือน
จากนั้นก็ตามมาอีกระลอกในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง ถือว่าหนักสุดในรอบ 30-50 ปี และเป็นมหาอุทกภัยที่รุนแรงที่สุด ซึ่งต้องบันทึกไว้บนหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่และเทศบาลนครหาดใหญ่ มีสภาพไม่ต่างจาก“เมืองใต้บาดาล”
โดยภาพรวมทั้ง 9 จังหวัดที่ประสบมหาอุทกภัยครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 176 ราย ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือจังหวัดสงขลา จำนวน 138 ราย และมีประชาชนมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน ต้องประสบความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน บ้านเรือน และสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ สำหรับความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการประเมินในเบื้องต้นพบว่ามีมูลค่ามากกว่า 25,000 ล้านบาท
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้บนผนังของกาลเวลาของปี 2568 ก็คือข่าวฉาวโฉ่ในแวดวงพระสงฆ์ อันเป็นเรื่องที่ส่งผลสะเทือนต่อศรัทธาปสาทะของญาติโยมที่นับถือพระพุทธศาสนา จากการประพฤติผิดวินัยและผิดกฎหมายบ้านเมืองของพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสและพระเถระ ตั้งแต่ระดับ“เจ้าคุณธรรม“ คือ พระธรรมวชิรานุวัตร หรือ“ทิดแย้ม”อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ลงมาถึงระดับ“เจ้าคุณเทพ”อีก 6 รูป ที่กระทำผิดจากการทุจริต การฟอกเงินกับธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนัน และการใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์ จนต้องพ้นจากสมณเพศและถูกดำเนินคดีอาญา
เฉพาะพระเถระที่เกี่ยวข้องกับ“สีกากอล์ฟ”และพบเงินหมุนเวียนย้อนหลัง 3 ปีในบัญชีของสีกาผู้นี้ มีถึง 385 ล้านบาทนั้น จากทั้งหมด 13 รูป มีระดับ “เจ้าคุณเทพ”ถึง 6 รูป คือ พระเทพวชิรปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพฯ กรุงเทพฯ, พระเทพวชิรธีราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี, พระเทพวชิรธีรคุณ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ, พระเทพพัชราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พระเทพวัชรสิทธิเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และพระเทพปวรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสฯ กรุงเทพฯ
สุดท้ายอีกหนึ่งเหตุการณ์ใหญ่ในรอบปี 2568 ที่จะต้องบันทึกไว้ก็คือ เพราะเรามีรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา ระหว่าง“ตระกูลชินวัตร” กับ“ตระกูลฮุน”ของเขมร โดยมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“แพทองธาร ชินวัตร” เป็นผู้นำประเทศ จึงเป็นเหตุให้กัมพูชาโดย“ฮุน เซน”เหิมเกริมก่อสงครามรุกรานไทย เพราะผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวระหว่างสองตระกูล และแม้วันนี้จะมีการลงนาม“หยุดยิง”แล้ว แต่ไฟสงครามก็ยังคุกรุ่น จากความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา ที่เชื่อกันว่าปีหน้าฟ้าใหม่ในปี 2569 สุนัขลอบกัดอย่าง“ฮุน เซน” ก็คงจะหาเรื่องเปิดศึกรอบใหม่กับไทยอีกเป็นครั้งที่สาม
ทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราคนไทย ก็คือ การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อีกสองเดือนข้างหน้านี้ จงใช้สติเลือกพรรคการเมืองที่คิดว่า เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว จะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเราอย่างเต็มกำลังสามารถ โดยไม่คิดคดทรยศต่อชาติบ้านเมือง
ขอให้โชคดีมีสุขในปีใหม่ 2569 กันทุกท่านครับ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กต.อัพเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง คนไทยในอิหร่านขอกลับแล้ว 138 คน
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4-10 มี.ค.69
รัฐบาลเล็งทำสัญญาซื้อ LNG มาเลย์เพิ่ม เอกนิติ สั่งคุมเข้มผู้ค้าไม่ขึ้นราคา
ร้อนตับแตก! เปิด 10 อันดับอุณหภูมิสูงสุดวันนี้ เมืองลพบุรียืนหนึ่ง แตะ 39.7 องศา
4 ยอดพธูสะท้านแผ่นดิน ส่องรายชื่อนางเอกจีนเจนใหม่ ใครคือตัวจริง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี