วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
เปิดศักราชใหม่ปี 2569 พอเริ่มต้นก็มีสัญญาณของความไม่สงบสุขบนโลกใบนี้ปรากฏเค้าลางขึ้นมาทันที เมื่อสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ จากการส่งกองกำลังหน่วยรบพิเศษเข้าไปในประเทศเวเนซุเอลา และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของเวเนซุเอลา ก่อนจับกุมประธานาธิบดี นิโกลัส
มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาและภริยา นำตัวขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 3มกราคมที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นด้วยการตัดกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่ของกรุงการากัส พร้อมการโจมตีทางอากาศ เพื่อเปิดทางให้หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวนายมาดูโร วัย 63 ปี และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังเรือนจำลอยน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ นอกชายฝั่ง และส่งตัวบินตรงมายังสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ดี ปฏิบัติการเยี่ยงมหาโจรของสหรัฐฯครั้งนี้ภายใต้ข้ออ้างว่าประธานาธิบดีมาดูโรเป็นผู้นำของแก๊งยาเสพติดนั้น ที่แท้แล้วก็เพื่อต้องการเข้าไปควบคุมและยึดครองน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก โดยมีน้ำมันสำรองประมาณกว่า 3.3 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าประเทศซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน และอิรัก
เรื่องจริงก็มีแค่นั้น คือผลประโยชน์เกี่ยวกับน้ำมันที่สหรัฐอเมริกาต้องการเข้าไปยึดครองเวเนซุเอลาเป็นเมืองขึ้น เป็นการล่าอาณานิคมเหมือนฝูงสัตว์ที่ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ในศตรวรรษที่ 21 ซึ่งสามารถยืนยันได้จากการแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ภายหลังการปฏิบัติการทางทหารจับกุมตัวมาดูโรและภริยาว่าสหรัฐอเมริกาจะเข้าบริหารเวเนซุเอลาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอ้างว่าจนกว่าเวเนซุเอลาจะมี“การเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัยเหมาะสม และรอบคอบ”
พร้อมกันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ เจ้าของฉายา“ทรัมป์บ้า”ยังเผยธาตุแท้อันเป็นสันดานของผู้กระหายสงครามและนักล่าอาณานิคม แต่อ้างสันติภาพแบบ“ซาตานในคราบนักบุญ”ว่า หากมีความจำเป็นสหรัฐอเมริกายังจะส่งกําลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในเวเนซุเอลาอีกด้วย
และ“ทรัมป์”ยังบอกเป็นนัยเหมือนสหรัฐอเมริกาจะยึดครองเวเนซุเอลาเป็นประเทศอาณานิคมว่า วอชิงตันจะไม่เสี่ยงปล่อยให้ผู้นําคนอื่นเข้ามามีอํานาจโดยไม่คํานึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนชาวเวเนซุเอลา ทั้งนี้ทำเนียบขาวจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รวมถึง“มาร์โก รูบิโอ”รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ“พีต เฮกเซธ”ทำงานร่วมกับ“ทีมงาน”เพื่อช่วยบริหารประเทศเวเนซุเอลา โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะสิ้นสุดหรือถอนตัวออกจากเวเนซุเอลาเมื่อใด
ในอีกด้านหนึ่ง ขณะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งได้เผยตัวตนอันแท้จริงเยี่ยงมหาโจรที่ต้องการจะปล้นชิงประเทศที่มีกำลังด้อยกว่าเป็นประเทศอาณานิคม ทางฝั่งเวเนซุเอลา โดยนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “นิโกลัส มาดูโร” คือประธานาธิบดีเพียงหนึ่งเดียวของเวเนซุเอลา และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบและมีความสามัคคีเพื่อปกป้องประเทศจาก“การลักพาตัว”นายมาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขา
ไม่เพียงแต่เท่านั้น นางเดลซี โรดริเกซ ยังได้จัดประชุมสภาป้องกันประเทศวาระพิเศษ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของผู้นำระดับสูงของหน่วยงานรัฐทุกองค์กรเพื่อหามาตรการตอบโต้การโจมตีต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเวเนซุเอลาจากการรุกรานของสหรัฐอเมริกา โดยนางโรดริเกซยืนยันว่า เวเนซุเอลาจะปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของตนอย่างถึงที่สุด และจะไม่กลับไปเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิใดอีก
นางเดลซี โรดริเกซ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐจากกรุงการากัส โดยแถลงร่วมกับ“ฮอร์เก โรดริเกซ”พี่ชายของเธอซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาแห่งชาติ, “ดิออสดาโด คาเบโย” รัฐมนตรีมหาดไทย รวมถึง“อีวาน กิล” รัฐมนตรีต่างประเทศ และ“วลาดิมีร์ ปาดริโนโลเปซ” รัฐมนตรีกลาโหม ว่าปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯในครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคละตินอเมริกาได้ในอนาคต และเรียกร้องให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยเร็ว
ส่วนนานาชาติต่างก็ได้ทยอยออกมาแสดงความคิดเห็น มีทั้งประณามและสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายที่ประณามสหรัฐฯก็มีประเทศหลักๆ เช่น จีน และรัสเซีย ในฐานะสมาชิกถาวร 5 ประเทศในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ประณามว่าการกระทำของสหรัฐอเมริกาเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซง รวมทั้งประเทศอื่นๆอีก ที่ประณามสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน, โคลอมเบีย, ชิลี, อุรุกวัย, เบลารุส, และเม็กซิโก เป็นต้น
ทั้งนี้กระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุว่า “สหรัฐอเมริกาได้ก่อการรุกรานทางอาวุธต่อเวเนซุเอลา นี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งและสมควรถูกประณาม” ส่วนจีนระบุว่า “จีนรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง และขอประณามอย่างรุนแรงต่อการที่สหรัฐฯ ใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่อรัฐอธิปไตย และการกระทำต่อประธานาธิบดีนิโกลัสมาดูโร การใช้อำนาจที่เหนือกว่าเข้าครอบงำดังกล่าวของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง ทั้งยังคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน”
สำหรับประเทศไทยของเรา ยังถือว่าแสดงท่าทีได้อย่างพอประมาณตน จากแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 4 มกราคมวานนี้ ที่เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยให้เคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งใช้ความยับยั้งชั่งใจที่จะไม่นำไปสู่ความรุนแรงที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพลเรือนและเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชนชาวเวเนซุเอลา ซึ่งประเด็นสุดท้ายคงหมายถึงเรียกร้องไปยังสหรัฐฯ โดยตรง
ขณะที่“ไทยมุง”ในโลกโซเชียล ส่งเสียงกันให้อื้ออึงว่า ในเมื่อสหรัฐฯยังทำกับเวเนซุเอลาได้ ทำไมไทยไม่บุกกรุงพนมเปญแล้วอุ้ม“ฮุนเซน”ฐานที่เป็น“เจ้าพ่อสแกมเมอร์ของโลก”มาดำเนินคดีให้รู้แล้วรู้รอดไป มิหนำซ้ำยังมีความชอบธรรมด้วย เพราะ“ฮุนเซน”เป็นอาชญากรร้ายตัวจริง !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดร อานนท์ จวก พรรคส้ม ภัยความมั่นคงของชาติ หากมีอำนาจรัฐจะนำไปสู่การสิ้นชาติได้
'ส้มเฒ่า'เชื่อ'เท้ง' รั้วกั้น'เขมร'สิ้นเปลือง-ไร้ประโยชน์
ด้อมBBใจคอไม่ดี จับตา บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ เบสท์ รักษ์วนีย์ อันฟอลโลว์ไอจี ส่อแววคู่จิ้นล่ม?
พบ'คลังแสงกัมพูชา' ซุกกาสิโนทมอดา RPG-เครื่องยิงลูกระเบิด-กระสุนนับหมื่นนัด
ป๋าชวนแซว 'ยิงไม่เข้า' เก่ง ลายพราง ตอบกลับอย่างพีค ฮาสนั่นซอยรัชดา 7

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี