วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2568 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และการแข็งค่าของเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
ย้ำอีกหนปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่1.ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้าหลัก 2.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค 3.ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ 4.ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่ม ยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา และ5.การแข็งค่าของเงินบาท
หากขยายผลเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค ที่เขย่าโลกในขณะนี้ คือ กรณี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งกองกำลังพิศษ เข้าไปโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ออกนอกประเทศไปดำเนินคดี โดยมีเป้าหมายคือยึดขุมทรัพย์พลังงาน ท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลายประเทศ
พฤติกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าข่ายการล่าอาณานิคมในอดีต ผลกระทบที่ตามมาต้องอดอยากปากแห้งกันทุกฝ่ายยังไม่สามารถกำหนดได้ว่า ชะตากรรมเหตุการณ์เลวร้ายใน
เวเนซุเอลาจะจบสิ้นลงเมื่อใด
ขณะที่นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเมินแนวโน้มการเกษตรของไทยในปี 2569 คาดว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนรวม GDP ภาคการเกษตรจะเติบโตได้ที่
ร้อยละ 2-3% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา (2568) ที่เติบโตร้อยละ 3.3 เนื่องจากมีปริมาณน้ำต้นทุน ที่เป็นปัจจัยหนุนกำลังการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น
แต่ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีความท้าทายที่ต้องเผชิญหลายปัจจัย อาทิ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว สภาพอากาศแปรปรวนปริมาณฝนลดลง ระเบียบการค้าโลกที่หันมาใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อัตราภาษีต่างตอบแทนที่ปรับตัวสูงขึ้นกระทบต้นทุนการผลิต เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญหลังจากนี้จึงต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนของเกษตรกร เพิ่มมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เสริมนวัตกรรมให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และควบคุมความผันผวนทางด้านราคาสินค้าเกษตรให้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เกษตรกรไทยควรมีการพัฒนาวิธีการทำการเกษตรด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น และปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาสู่การปลูกแบบผสมผสานด้วยพืชมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันด้วย
ข้อห่วงใยในปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เชื่อว่าภาคธุรกิจเขาได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว ห่วงแต่ภาคเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ ยังไม่รู้ว่า เคราะห์หามยามร้ายจากปัจจัยเสียงเหล่านี้จะคุกคามซ้ำเติมมากน้อยแค่ไหน
ประเด็นเหล่านี้ฝ่ายการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งเขาไม่อยากจะพูดกัน และไม่กล้าเตือนหรือแนะนำประชาชนผู้เป็นเทพเจ้าเสียงสวรรค์ในฤดูการเลือกตั้ง เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง
แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่ภาคธุรกิจ ภาคเกษตรกร และเราๆ ท่านๆ มนุษย์เงินเดือนพึงจะรู้ว่า เผื่อจะหาทางหนีทีไล่ได้ทันเวลา
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี