วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
คำตอบหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง“ทหารมีไว้ทำไม” ที่นักการเมืองของ“พรรคส้ม” ด้อยค่าและดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหารไทยและกองทัพไทยมาโดยตลอดนั้น ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้าหรือชาติไหน ก็ได้เฉลยออกมาแล้วในยุคนี้
ทั้งบทเรียนจากสงครามกัมพูชารุกรานไทยทั้งสองรอบเมื่อปีที่แล้ว และปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาที่กระทำต่อเวเนซุเอลาเมื่อสองสามวันมานี้เอง โดยที่“ทหารมีไว้ทำไม”ได้เป็นคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่า ไว้ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของชาติบ้านเมือง รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถ้าไม่มีทหารไม่มีกองทัพ แผ่นดินไทยที่นักการเมืองพรรคส้มได้เกิดและอาศัยอยู่จนทุกวันนี้ก็คงจะถูกศัตรูผู้รุกรานยึดครองไปหมดแล้ว
ที่มาที่ไปของคำพูดดูหมิ่นเหยียดหยามกองทัพไทยและทหารไทยของนักการเมืองพรรคส้มนั้น เริ่มจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลสมัยที่แล้ว ได้ไปพูดหาเสียงเลือตั้ง สส. เมื่อวันที่18 มีนาคม 2566 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายพิธาระบุตอนหนึ่งว่า “80 ปีประเทศไทย ทหารมีไว้ทำไมก็จะไปรบกับใคร สมมุติมีคนมารุกราน ผมก็ไม่เชื่อว่าคุณจะรบชนะด้วย แล้วอีกอย่างคือตอนนี้เป็นเรื่องของอาวุธ ประเทศที่อยู่ใกล้ๆ กัน ที่เคยทะเลาะกัน มันไม่ทะเลาะกันแล้ว ทุกวันนี้บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำไป ถ้าผู้นำฉลาดพอ”
มาถึงวันนี้ หลังจาก พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เสนาธิการทหารบก ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ก็ปรากฏว่า ส่งผลให้นักการเมืองพรรคนี้ถึงกับเกิดอาการร้อนๆ หนาวๆ สะท้านกันไปทั้งพรรค จนต้องออกมาแก้ตัวแบบกลืนน้ำลายตนเองกันให้พัลวันไปหมดเพราะประเด็นนี้จะกระทบไปถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เดือนหน้า ซึ่ง พล.ท.ธีรนันท์ ได้ย้อนเกล็ดถามนักการเมืองพรรคส้มทำนองว่า “จะมีพรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม”
ย้อนกลับไปดูอีกครั้งเป็นการทวนความจำ เผื่อว่าอาจจะมีใครไม่ได้ติดตามข่าวในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ซึ่ง พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง พูดถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม และพูดแบบถูกจังหวะถูกเวลา หลังจากทหารหาญของไทยตลอดแนวรบชายแดน“ไทย-กัมพูชา” ได้แสดงความกล้าหาญให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ชนิดที่ยอมสละพลีชีพแบบสู้ตายถวายหัวเพื่อพิทักษ์ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยได้เขียนโพสต์ไว้อย่างนี้ :-
“ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่มีการทลาย วาทกรรม ที่ด้อยค่ากองทัพ และ ความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม คือ”
“1) มีทหารไว้ทำไม : วาทกรรม นี้ ถูกส่งออกมาเพื่อด้อยค่า ทหารและกองทัพอย่างชัดเจน พอมีคนอธิบาย ก็จะมีคนมาตอบว่า เขาไม่ได้หมายถึงทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดน เขาหมายถึง ทหารที่เข้ามายุ่งการเมือง แต่เวลาพูดถึงวาทกรรมนี้ จะถูกส่งออกกระทบทหารที่เหลือทั้งกองทัพ”
“2) ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ : วาทกรรมนี้ถูกส่งออกมาหลังวาทกรรม “มีทหารไว้ทำไม” เป็นวาทกรรมที่ตอกย้ำ ด้อยค่า ปรามาส ขีดความสามารถของกองทัพ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นในการจัดหาอาวุธที่ทันสมัย ควรเอางบประมาณไปทำอย่างอื่นดีกว่า”
“3) ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง : เป็นวาทกรรม ที่สร้างความแตกแยก ให้กับทหารในระดับต่างๆ มีการแบ่งแยกกันเองว่าเป็นคนละพวก ด้อยค่าสร้างความไม่เท่าเทียม ระหว่าง พลทหาร นายทหารชั้นประทวนนายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นนายพล”
“จากสถานการณ์การสู้รบกับ เขมร ใน 2 ครั้งที่ผ่านมาคิดว่าคงจะมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ ทั้ง 3 วาทกรรม ว่า ทหารมีไว้ทำไม-ทหารก็เหมือนอาชีพต่างๆ ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมคงจะไม่ใช่คำตอบ พรรคการเมือง ที่ส่งออกวาทกรรมนี้ ก็ไม่ต่างกันที่ สส.และผู้สมัคร สส. มีคนฉ้อโกง มีคนพัวพันยาเสพติด มีคนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วเราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมีพรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม
“ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ - สถานการณ์การสู้รบทั้ง2 ครั้งที่ผ่านมา คงเป็นคำอธิบายได้อย่างชัดเจน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ถึงความเป็นมืออาชีพในการสู้รบของทหารไทย”
“ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง - กองทัพก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่บุคคลหลายระดับในที่ทำงาน แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ที่ต่างกัน หัวหน้ามีน้อยกว่าลูกน้อง ซึ่งทหารก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เมื่อทหารออกไปทำการรบด้วยกัน เขาก็เป็นทีมเดียวกัน หัวหน้าลูกน้องก็ออกไปทำการรบตามตำแหน่งหน้าที่ตนเอง ทหารทุกคนที่ออกรบร่วมกัน เราถือว่าทุกคนเป็นสหายร่วมรบ เพราะกระสุนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร”
“จากการสู้รบกับเขมร 2 ครั้งที่ผ่านมา คงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถหักล้างวาทกรรมทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน พวกเรา ที่เป็นทหาร ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ บางคนก็ไม่ได้กลับมา บางคนกลับมาไม่ครบ 32 บางคนกลับมาแต่ต้องมาอยู่สภาวะที่หวาดกลัว”
“ผมอยากจะบอกว่า การรบครั้งนี้มีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนควบคุมบังคับบัญชาที่มีเอกภาพ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่สลับซับซ้อน มีนายทหารขั้นยศนายพลเดินเต็มแนวหน้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. แม่ทัพ ผบ.พล. ผบ.พล.ป. ผบ.พล.รพศ. ผบ.ขกท. ผบ.มทบ.ต่างๆ”
“สรุปก็คือ ท่านจะชอบหรือไม่ชอบเรา เราไม่ว่าเราไม่เคยเรียกร้อง เพราะเราก็จะทำหน้าที่ของเรากันต่อไป แต่อย่ามาด้อยค่าพวกเราเลย มันบั่นทอนความรู้สึกของคนที่ออกไปทำหน้าที่”
สำหรับ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง ที่ปีนี้อายุย่าง 57 ปีนั้น หากดูปูมหลังถึงเส้นทางในชีวิต เมื่อเทียบสติปัญญาและความคิดความอ่านตลอดจนประสบการณ์กับนักการเมืองของพรรคส้มแล้ว มีความน่าเชื่อถือมากกว่านักการเมืองพรรคนี้อาจจะทั้งหมดพรรคก็ว่าได้ จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และปริญญาเอกด้าน“Operations Research”อันเป็นหลักสูตรวิจัยเชิงลึก จาก“Florida Institute of Technology” สหรัฐอเมริกา ซึ่งชีวิตในราชการทหารผ่านมาแล้วทั้งสาย“บุ๋น” และ“บู๊”
โดยที่สาย“บุ๋น”เคยเป็นรองผู้อำนวยการกองศึกษาวิจัยยุทธศาสตร์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย และสาย“บู๊”เคยเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ (ฉก.90) กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก
และสำคัญที่สุด พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 และนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 37 รุ่นเดียวกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ผู้บัญชาการทหารบก, “แม่ทัพกุ้ง”พล.อ.บุญสิน พาดกลางอดีตแม่ทัพภาคที่ 2, พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เจ้าของวลีเด็ด “เป้าหมายกองทัพบกจะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน” และรวมทั้ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน
ไม่ว่าจะอะไรก็ตามแต่ บรรทัดนี้ผมยังยืนยันคำเดิมว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์เดือนหน้าไม่เลือกพรรคส้ม เพราะกลัวว่าบ้านเมืองจะวิบัติ ถ้านักการเมืองพรรคนี้ได้เข้าไปเป็น สส.และเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ระทึก! ไฟไหม้รถกระบะบนโทลเวย์ 3 ชีวิตหนีตาย
เข้ามะกันไม่ง่าย! เช็กด่วน 38 ชาติวางหลักประกันสูงครึ่งล้าน ยื่นขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ
อนุทิน สุดชิล เดินตลาดศรีย่าน แวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า ซื้อของกินก่อนเข้าทำเนียบฯ
เรืองไกร ร้อง กกต อ เจษฎ์ ชัยวุฒิ เต้นหาเสียง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
ธนาธร อ้อน ชาวศรีสะเกษ-สุรินทร์ เลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลง กาพรรคประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี