วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
เขมรยิงปืน ค. มาตกฝั่งไทยที่เนิน 469 ในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อเช้าวันที่ 6 มกราคมวานนี้ ทำให้ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่า“เชกูว่าแล้ว”
คือให้หลังเพียงแค่ 10 วันจากการลงนามหยุดยิงในวันที่ 27 ธันวาคมปลายปีที่แล้วที่จังหวัดจันทบุรี อันเป็นผลมาจากการประชุม“GBC”หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป“ไทย-กัมพูชา” ระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย กับ พล.อ.เตีย เซยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งก็ปรากฏว่าเป็นไปตามที่ประชาชนคนไทยเชื่อว่า เขมรนั้นเชื่อใจไม่ได้ คงต้องเบี้ยวข้อตกลงเหมือนที่เคยเบี้ยวมาแล้วอย่างซ้ำซาก แล้วก็เป็นจริงตามนั้น
และถ้านับกันจริงๆ ก็ต้องถือว่ายังไม่เกิน 7 วันเสียด้วยซ้ำ คือต้องเริ่มนับตั้งแต่เที่ยงวัน วันที่ 30 ธันวาคม 2568 หลังจากรอ“วัดใจ”กัน 72 ชั่วโมงนับแต่วินาทีแรกที่ลงนามกัน ว่าใครจะเบี้ยวใครก่อน ซึ่งหากเปรียบเป็นงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมผู้ล่วงลับ ก็ต้องถือว่ายังไม่ทันฌาปนกิจ โลงก็แตกกลางศาลาวัดเสียแล้ว
ทั้งนี้ เขมรหรือกัมพูชาอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งฟังแล้วก็เป็นข้ออ้างที่ง่ายดี แต่ข้ออ้างนี้ก็ดูจะมีพิรุธ เพราะเป็นอุบัติเหตุที่ตกลงมากลางฐานที่ตั้งกองกำลังทหารไทยอย่างตรงเป้าตรงพิกัดพอดิบพอดี
ดีว่าเรามีนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ชื่อ“อนุทิน ชาญวีรกูล” ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหลานอังเคิล หรือนายกรัฐมนตรีที่เป็นดองกับผู้นำเขมร และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ชื่อ“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เราคนไทยจึงไว้วางใจได้ว่า รัฐบาลไทยชุดนี้จะไม่ยอมเออออกับเขมรกันแบบง่ายๆ ซึ่งเขมรอ้างอย่างไรก็เชื่อไปตามนั้น
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มกราคมวานนี้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการแถลงข่าวของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล ว่า ถ้าหากการกระทําดังกล่าวของกัมพูชามีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย ทางฝ่ายไทยก็จะดําเนินการด้วยความเหมาะสมตามหลักการโต้ตอบอย่างสากล และแม้ว่ากัมพูชาจะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่รัฐบาลไทยก็ได้เรียกร้องให้แสดงความจริงใจ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือประท้วงไปแล้ว
นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังอ้างคำยืนยันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีต่อประชาชนคนไทยว่า ผลการดําเนินการต่อไปจะทําอย่างไรนั้น รัฐบาลจะแจ้งให้ทราบ แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า รัฐบาลจะโต้ตอบกัมพูชาและรักษาอธิปไตยของประเทศไทยไว้สูงสุด เหมือนที่เคยดําเนินมา
ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาแล้ว เพื่อให้กัมพูชาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดูว่าเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า“กัมพูชาอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ” นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตอบว่า “กัมพูชาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ต้องดูในคำชี้แจง เพราะหากไม่ตั้งใจแต่ก็มีทหารไทยบาดเจ็บ ฉะนั้น ก็ต้องไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก อย่างที่เคยบอกก่อนหน้านี้ในช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งนี้ แม้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ต้องดูว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และต้องอย่าให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะจะต้องมีการแสดงความรับผิดชอบโดยการขอโทษ”
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งเวลานี้มีสถานภาพเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยลำดับที่สองคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้ตอบคำถามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก ทางการทหารสามารถดำเนินการตอบโต้ได้ตามหลักการหรือไม่”นายสีหศักดิ์กล่าวว่า “การตอบโต้สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ซึ่งต้องได้สัดส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเขาชี้แจงได้ว่ามันไม่ใช่ แล้วจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก การตอบโต้ก็คือการประท้วง แต่หากเป็นการจงใจก็จะอีกเรื่องหนึ่ง โดยจะต้องพิจารณาตามสัดส่วนสถานการณ์”
อย่างไรก็ดี ปัญหาข้อพิพาทระหว่าง“ไทย-เขมร”นั้น ไม่น่าจะจบกันง่ายๆ ดังนั้นเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เดือนหน้า ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องคิดกันให้จงหนัก ว่าจะเลือกพรรคไหนเป็นรัฐบาล และเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อรับมือและต่อกรกับเขมรได้อย่างแข็งขัน โดยที่เราไม่เพลี่ยงพล้ำหรือพ่ายแพ้ต่อเขมรผู้มีสันดานเยี่ยง“สุนัขลอบกัด”
ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็ได้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“อนุทิน ชาญวีรกูล” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ชื่อ“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ซึ่งสามารถสานงานต่อได้ทันที อีกทั้งยังมีความเป็นเอกภาพกับกองทัพ ที่จะทำให้การเดินเกมเชิงรุกทางการทูตในเวทีโลก กับการปฏิบัติการทางทหารในสมรภูมิรบ ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน และมีชัยชนะเหนือศัตรูอย่างเขมร
ในที่สุด
หรือถ้าเลือกพรรคเพื่อไทย ก็ได้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” หลาน“ทักษิณ ชินวัตร”และ“ดองเก่าเขมร” ที่ไม่ต่างจาก“หลานอังเคิล”ตามที่ปรากฏเสียงใน“คลิปอัปยศ”จนต้องกระเด็นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยคำพูดที่ว่า “อยากให้ท่านฮุนเซน เห็นใจหลานหน่อย เพราะว่าตอนนี้คนที่ประเทศไทย เขาไล่เราไปเป็นนายกฯ ที่เขมรหมดแล้ว และถ้าท่านอยากได้อะไร ก็ให้บอกมาได้เลย เดี๋ยวจะจัดการให้”
สุดท้ายถ้าไม่เลือกทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ก็เลือกพรรคประชาชน แล้วได้“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่พรรคประชาชนเพิ่งจะประกาศตัว คือ นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตนักการทูตที่โอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกา และมีแนวคิด“การทูตที่กินได้” คือนักการทูตจะต้องทำหน้าที่ทางด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการทำหน้าที่ด้านการทูตพร้อมกันไปด้วย
หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิ์ครับ ว่าจะเลือกตีตั๋วขึ้นรถเมล์สีไหนสายอะไร ระหว่าง 3 พรรคซึ่งมีโอกาสไปถึงป้ายสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล คือ“สีน้ำเงินสาย 37”, “สีแดงสาย 9” และ“สีส้มสาย 46” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี