วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเวลานี้ ได้เห็น 2 พรรคการเมืองใหญ่ “ส้ม” กับ “แดง” คือพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย กลายเป็นตัวตลกให้คนในโลกโซเชียล และชาวบ้านทั่วไปเขารู้สึกว่า นักการเมืองพวกนี้เชื่อถือไม่ได้เลย มีแต่คำโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนทอง
คือนักการเมืองพวกนี้ คิดว่าสิ่งที่ตนเองพูดนั้น“ประชาชนกินหญ้า”ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่เอาเข้าจริงนักการเมืองพวกนี้เสียด้วยซ้ำที่ฉลาดน้อยกว่าประชาชน เพราะทุกเรื่องราวที่ตนเองได้เคยพูดไว้นั้น ล้วนมีข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยสังคมออนไลน์ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า“Digital Footprint” แปลไทยก็หมายความว่า “ร่องรอยดิจิทัล” ซึ่งคล้ายกับวลีที่ว่า“อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ” จากการก่อคดีอาชญากรรม
ถึงกระนั้นก็ดี “ร่องรอยดิจิทัล”กับวลีที่ว่า “อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ” ก็ยังมีความต่างกัน เพราะในคดีอาชญากรรม ผู้กระทำความผิดหรืออาชญากร ที่มักจะทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานทางกายภาพ เช่น ลายนิ้วมือ, รอยเท้า, เส้นผม, สี, สารเคมีและ DNA หรือไม่ก็ภาพจากกล้องวงจรปิดไว้นั้น ยังจะต้องหาพยานแวดล้อมอื่นมาประกอบด้วย จึงจะยืนยันความผิดได้
แต่สำหรับ“ร่องรอยดิจิทัล” เป็นพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เนตและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่มีร่องรอยทิ้งไว้ โดยไม่ต้องหาพยานแวดล้อมอื่นมาประกอบ ซึ่งมีทั้งรูปภาพ คลิปเสียง รวมทั้งข้อความต่างๆ ที่ถูกบันทึกอยู่ในสมาร์ทโฟน แท็บเลตคอมพิวเตอร์ และโซเชียลมีเดียทั้งหลาย อันเป็นประจักษ์พยานชัดเจน ที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ในตัวของมันเอง
เฉพาะพรรคเพื่อไทย คงไม่ต้องพูดมาก เพราะจากการปฏิบัติจริงด้วยนโยบายขายฝันตั้งแต่รัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” และรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร” ได้ทิ้งร่องรอยให้เห็นแล้วว่า “2 ปี-2 นายกรัฐมนตรี”ของรัฐบาลเพื่อไทย คือ นโยบาย“ล้างหนี้ประชาชน-พักหนี้เกษตรกร-ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด” นั้น มีแต่น้ำลายที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ มาคราวนี้ก็หยิบมาปัดฝุ่นกันใหม่ พร้อมกับการเพิ่มเติมข้อความขายฝันแบบโฆษณาชวนเชื่อให้ฟังดูดีว่า “ไม่จบไม่เลิก-เพื่อปลดโซ่ตรวนให้กับประชาชน”
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยพรรคเดียว จะโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนทองอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับนักการเมืองพรรคส้มหรือพรรคประชาชน เพราะพรรคนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล จึงไม่มีหลักฐานใดๆ “ทิ้งร่องรอย”ไว้ จึงทำให้สามารถหลอกประชาชนคนไทย ที่ตกอยู่ในสภาพ“หูหนวกตาบอด” และไร้สติปัญญาในการแยกแยะ หลงเชื่อคล้อยตามได้
ขณะที่ประชาชนคนไทยอีกฟากหนึ่งที่มีสติปัญญาพอจะแยกแยะได้ ต่างก็ได้รู้เช่นเห็นชาติว่า นักการเมืองพรรคสีส้มที่กำลังเดินหาเสียงอยู่ในเวลานี้เป็นประเภท“เด็กเลี้ยงแกะ” คือพูดโกหกจนเป็นนิสัย ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทุกวัน เดินไปหาเสียงที่ไหนก็ถูกชาวบ้านร้านถิ่นในย่านนั้นไล่ส่ง หรือไม่ก็ถูกตั้งคำถามจนไปไม่เป็น ทั้งเรื่อง“มีทหารไว้ทำไม” เรื่อง“มาตรา 112” และเรื่อง“การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
อย่างเรื่องมาตรา 112 ที่ส่งผลให้พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมาแล้ว ฐานมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองด้วยการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน และยังมีอดีต 44 สส.ของพรรคก้าวไกลที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กำลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนมูลฟ้องอยู่ในเวลานี้ พอไปหาเสียงเมื่อถูกประชาชนตั้งคำถาม ก็โกหกแบบขายผ้าเอาหน้ารอดว่า “ไม่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112”อีกแล้ว
ทั้งที่ ประชาชนคนไทยที่หูตาสว่างจับได้ไล่ทันว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของพรรคประชาชนที่เพิ่มเปิดตัวมา คือ นายมุนินทร์ พงศาปานซึ่งเป็นอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั้น มี“ร่องรอยดิจิทัล”ว่า เป็นหัวหอกสำคัญในเรื่องนี้ และยังโยงใยไปถึง“แกนนำม็อบสามกีบ”อย่าง“อานนท์ นำภา”ผู้ต้องโทษคดีอาญามาตรา 112 ที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาสั่งจำคุกจากทั้งหมด 10 คดีเป็นเวลา 27 ปี 4 เดือน และเวลานี้ก็ยังอยู่ในเรือนจำ
อีกเรื่องหนึ่ง คือมี“ทหารไว้ทำไม”ซึ่งเปรียบเสมือน“ชนักติดหลัง”ที่จะแก้ตัวอย่างไร ประชาชนคนไทยที่หูตาสว่างก็ไม่เชื่อ ซึ่งล่าสุด “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของประชาชน “จัดเอง”เลย โกหกหน้าตายกับประชาชนจากการเดินหาเสียงช่วยลูกพรรคที่จังหวัดชลบุรี
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” บอกกับคนชลบุรีว่าอย่างนี้ “ฝากช่วยกันประชาสัมพันธ์ช่วยกันสื่อสาร เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามกองทัพ เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามการซื้ออาวุธ อาวุธอะไรที่จำเป็น เราสนับสนุน..แม่รู้มั้ยใครเป็นคนสนับสนุนให้ซื้อเครื่องบินรบกริพเพน (Gippen) ที่ไปทิ้งไข่ที่กัมพูชา” ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนผู้นี้โกหกแบบหน้าด้านๆ กับสุภาพสตรี
ที่ยืนขอเสียงอยู่ตรงข้างหน้าและเรียกขานว่า“แม่”ทันทีว่า พรรคประชาชนเป็นผู้สนับสนุน
ก็อย่างที่ว่ามาทั้งหมด “ร่องรอยดิจิทัล”ได้บันทึกไว้หมดแล้วว่า “Gippen”ฝูงที่ไป“เสิร์ฟไข่”ในกัมพูชานั้น จัดซื้อในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว
เห็นทีว่า จากฉายา“เท้ง เด็กทอน” ก็อาจจะต้องตั้งฉายาใหม่ว่า “เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ”
รุ่งเรือง ปรีชากุล

6 ตัวแทนเฝ้าหีบ แถลงโต้ กกต. ปมกล่าวหาปลอมเอกสารใบขีดคะแนน ชลบุรี เขต 1
ACSC เตือนภัย เช็กก่อนรับ! ระวังมิจฉาชีพตีเนียนส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง
ภราดร สวนหมัด จูรี ปมทวงเงินน้ำท่วม ยันพร้อมจ่าย รอ กกต.ไฟเขียว
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ล้างบางแก๊งสแกมเมอร์! ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี