วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเวลานี้ ได้เห็น 2 พรรคการเมืองใหญ่ “ส้ม” กับ “แดง” คือพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย กลายเป็นตัวตลกให้คนในโลกโซเชียล และชาวบ้านทั่วไปเขารู้สึกว่า นักการเมืองพวกนี้เชื่อถือไม่ได้เลย มีแต่คำโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนทอง
คือนักการเมืองพวกนี้ คิดว่าสิ่งที่ตนเองพูดนั้น“ประชาชนกินหญ้า”ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่เอาเข้าจริงนักการเมืองพวกนี้เสียด้วยซ้ำที่ฉลาดน้อยกว่าประชาชน เพราะทุกเรื่องราวที่ตนเองได้เคยพูดไว้นั้น ล้วนมีข้อมูลที่ถูกบันทึกโดยสังคมออนไลน์ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า“Digital Footprint” แปลไทยก็หมายความว่า “ร่องรอยดิจิทัล” ซึ่งคล้ายกับวลีที่ว่า“อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ” จากการก่อคดีอาชญากรรม
ถึงกระนั้นก็ดี “ร่องรอยดิจิทัล”กับวลีที่ว่า “อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ” ก็ยังมีความต่างกัน เพราะในคดีอาชญากรรม ผู้กระทำความผิดหรืออาชญากร ที่มักจะทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานทางกายภาพ เช่น ลายนิ้วมือ, รอยเท้า, เส้นผม, สี, สารเคมีและ DNA หรือไม่ก็ภาพจากกล้องวงจรปิดไว้นั้น ยังจะต้องหาพยานแวดล้อมอื่นมาประกอบด้วย จึงจะยืนยันความผิดได้
แต่สำหรับ“ร่องรอยดิจิทัล” เป็นพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เนตและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่มีร่องรอยทิ้งไว้ โดยไม่ต้องหาพยานแวดล้อมอื่นมาประกอบ ซึ่งมีทั้งรูปภาพ คลิปเสียง รวมทั้งข้อความต่างๆ ที่ถูกบันทึกอยู่ในสมาร์ทโฟน แท็บเลตคอมพิวเตอร์ และโซเชียลมีเดียทั้งหลาย อันเป็นประจักษ์พยานชัดเจน ที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ในตัวของมันเอง
เฉพาะพรรคเพื่อไทย คงไม่ต้องพูดมาก เพราะจากการปฏิบัติจริงด้วยนโยบายขายฝันตั้งแต่รัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” และรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร” ได้ทิ้งร่องรอยให้เห็นแล้วว่า “2 ปี-2 นายกรัฐมนตรี”ของรัฐบาลเพื่อไทย คือ นโยบาย“ล้างหนี้ประชาชน-พักหนี้เกษตรกร-ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด” นั้น มีแต่น้ำลายที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ มาคราวนี้ก็หยิบมาปัดฝุ่นกันใหม่ พร้อมกับการเพิ่มเติมข้อความขายฝันแบบโฆษณาชวนเชื่อให้ฟังดูดีว่า “ไม่จบไม่เลิก-เพื่อปลดโซ่ตรวนให้กับประชาชน”
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยพรรคเดียว จะโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนทองอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับนักการเมืองพรรคส้มหรือพรรคประชาชน เพราะพรรคนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล จึงไม่มีหลักฐานใดๆ “ทิ้งร่องรอย”ไว้ จึงทำให้สามารถหลอกประชาชนคนไทย ที่ตกอยู่ในสภาพ“หูหนวกตาบอด” และไร้สติปัญญาในการแยกแยะ หลงเชื่อคล้อยตามได้
ขณะที่ประชาชนคนไทยอีกฟากหนึ่งที่มีสติปัญญาพอจะแยกแยะได้ ต่างก็ได้รู้เช่นเห็นชาติว่า นักการเมืองพรรคสีส้มที่กำลังเดินหาเสียงอยู่ในเวลานี้เป็นประเภท“เด็กเลี้ยงแกะ” คือพูดโกหกจนเป็นนิสัย ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทุกวัน เดินไปหาเสียงที่ไหนก็ถูกชาวบ้านร้านถิ่นในย่านนั้นไล่ส่ง หรือไม่ก็ถูกตั้งคำถามจนไปไม่เป็น ทั้งเรื่อง“มีทหารไว้ทำไม” เรื่อง“มาตรา 112” และเรื่อง“การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
อย่างเรื่องมาตรา 112 ที่ส่งผลให้พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมาแล้ว ฐานมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองด้วยการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน และยังมีอดีต 44 สส.ของพรรคก้าวไกลที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กำลังถูก ป.ป.ช.ไต่สวนมูลฟ้องอยู่ในเวลานี้ พอไปหาเสียงเมื่อถูกประชาชนตั้งคำถาม ก็โกหกแบบขายผ้าเอาหน้ารอดว่า “ไม่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112”อีกแล้ว
ทั้งที่ ประชาชนคนไทยที่หูตาสว่างจับได้ไล่ทันว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของพรรคประชาชนที่เพิ่มเปิดตัวมา คือ นายมุนินทร์ พงศาปานซึ่งเป็นอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั้น มี“ร่องรอยดิจิทัล”ว่า เป็นหัวหอกสำคัญในเรื่องนี้ และยังโยงใยไปถึง“แกนนำม็อบสามกีบ”อย่าง“อานนท์ นำภา”ผู้ต้องโทษคดีอาญามาตรา 112 ที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาสั่งจำคุกจากทั้งหมด 10 คดีเป็นเวลา 27 ปี 4 เดือน และเวลานี้ก็ยังอยู่ในเรือนจำ
อีกเรื่องหนึ่ง คือมี“ทหารไว้ทำไม”ซึ่งเปรียบเสมือน“ชนักติดหลัง”ที่จะแก้ตัวอย่างไร ประชาชนคนไทยที่หูตาสว่างก็ไม่เชื่อ ซึ่งล่าสุด “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของประชาชน “จัดเอง”เลย โกหกหน้าตายกับประชาชนจากการเดินหาเสียงช่วยลูกพรรคที่จังหวัดชลบุรี
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” บอกกับคนชลบุรีว่าอย่างนี้ “ฝากช่วยกันประชาสัมพันธ์ช่วยกันสื่อสาร เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามกองทัพ เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามการซื้ออาวุธ อาวุธอะไรที่จำเป็น เราสนับสนุน..แม่รู้มั้ยใครเป็นคนสนับสนุนให้ซื้อเครื่องบินรบกริพเพน (Gippen) ที่ไปทิ้งไข่ที่กัมพูชา” ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนผู้นี้โกหกแบบหน้าด้านๆ กับสุภาพสตรี
ที่ยืนขอเสียงอยู่ตรงข้างหน้าและเรียกขานว่า“แม่”ทันทีว่า พรรคประชาชนเป็นผู้สนับสนุน
ก็อย่างที่ว่ามาทั้งหมด “ร่องรอยดิจิทัล”ได้บันทึกไว้หมดแล้วว่า “Gippen”ฝูงที่ไป“เสิร์ฟไข่”ในกัมพูชานั้น จัดซื้อในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว
เห็นทีว่า จากฉายา“เท้ง เด็กทอน” ก็อาจจะต้องตั้งฉายาใหม่ว่า “เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ”
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ใจเด็ดเวอร์! คุณแม่คลอดลูกเองบนรถ อุ้มลูกโชว์สุดชิลทั้งที่สายสะดือยังติดอยู่ (คลิป)
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ม.ค.69
ครอบครัวแตกหัก บรู๊คลิน เบ็คแฮม บอก พ่อแม่ จะคุย ต้องผ่านทนายเท่านั้น
ไต้หวันเริ่มระส่ำระสาย ทรัมป์ ลั่นชะตากรรมไต้หวัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสี จิ้นผิง
‘พิธา’โอดเสียใจ ขอโทษด้อยค่าทหารอ้างพูดไม่ชัด พท.โวกวาดสส.เชียงใหม่-ลำพูน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี