วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
ฮุนเซน จอมทรยศหักหลังผู้สร้างความยิ่งใหญ่บนกองกระดูกและคราบเลือด ตลอดเวลากว่าสี่ทศวรรษในกัมพูชา อาทิตย์ต้นเดือน มกราคม 2569 ฮุนเซน ฉลองครบรอบ 47 ปีแห่งชัยชนะพรรคประชาชนกัมพูชา อ้างว่าสามารถโค่นล้มเขมรแดงลงได้ เขาส่งสารขอบคุณความสามัคคีของประชาชนกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่ถูกไทยรุกรานอย่างโหดร้าย
ฮุนเซน ฉลองชัยชนะในขณะที่มีท่าทีเนรคุณไทยและเวียดนาม ที่ลืมไปว่า วันที่ฮุนเซน ทรยศต่อเขมรแดงโดยการหนีทัพไปหาเวียดนามนั้น เขาได้รับการช่วยเหลือจากคนไทยให้ลงเรือจากมหาชัยล่องไปเวียดนามอย่างปลอดภัย สามปีต่อมา ฮุนเซน กับคณะพรรคประชาชนกัมพูชา เดินตามหลังทหารเวียดนาม 500,000 นาย เข้าไปขับไล่เขมรแดงออกจากพนมเปญได้สำเร็จเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2522
แต่วันที่ ฮุนเซน เฉลิมฉลองชัยชนะเขมรแดง เขาไม่ได้เอ่ยถึงกองทัพเวียดนามที่ขับไล่เขมรแดงแล้วอุปโลกน์ เฮง สัมริน เจียซิม และฮุนเซน ขึ้นเป็นรัฐบาลพนมเปญ แถมยังเนรคุณคนไทยที่ช่วยให้เขาและคณะเดินทางไปเวียดนามอย่างปลอดภัย
ในวันที่ฮุนเซนจอมทรยศอ้างชัยชนะเขมรแดงผู้เป็นต้นเหตุให้คนเขมรล้มตายกว่าสองล้านคนนั้น หลายฝ่ายเข้าใจว่าเขาหักหลังนายเฉิน จื้อ ตัวการสำคัญขบวนการสแกมเมอร์ หรือฉ้อโกงออนไลน์ ผู้สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้ฮุนเซน โดยการจับตัวเจ้าพ่อ สแกมเมอร์ ส่งให้จีนดำเนินคดี
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกล่าวว่า การจับ เฉิน จื้อ “น่าจะทำให้ท่อน้ำเลี้ยงฮุนเซน ลดลง และทำให้จีนดูดี และมีแต้มต่อมากขึ้น”
ผู้เขียนมีความเห็นว่า หากเขาส่งเฉิน จื้อให้จีนดำเนินคดีจริง ไม่ได้หมายความว่าฮุนเซนหักหลังเฉิน จื้อ แต่เขาจำใจต้องให้ความร่วมมือกับปักกิ่งโดยการส่งมอบ เฉิน จื้อให้จีน ก่อนวอชิงตันปฏิบัติการเช่นเดียวกันกับเวเนซุเอลา
จึงพูดได้ว่า ฮุนเซน ทรราชกัมพูชาอยู่ระหว่างเขาควายของสหรัฐมหาอำนาจตะวันตกกับจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจตะวันออก ชะตากรรมตระกูลฮุน จึงขึ้นอยู่กับว่าเขาควายข้างไหนจะสะบัดแทงให้ไส้ทะลักก่อนเท่านั้น
พิเคราะห์จากข่าวจับ เฉิน จื้อ ให้จีนดำเนินคดีบ่งชี้ว่าปักกิ่งลงมือกำจัดสปอนเซอร์รายใหญ่ที่สุดของระบอบฮุนเซนก่อน วอชิงตันปฏิบัติการจับตัว เฉิน จื้อ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในการ
ต่อสู้ทางภูมิรัฐศาสตร์ของสองมหาอำนาจ
จากความจริงที่ว่าทั้งจีน และสหรัฐฯรู้มานานแล้วว่าเฉิน จื้อ และ ตัวการใหญ่ในหัวขบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์หรือบรรดาหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็น เฉิน จื้อ เบน สมิธ ลี ยงพัด ก๊ก อาน และคนอื่นๆ อยู่ในเซฟเฮ้าส์หลังไหนห้องชุดไหนในกัมพูชา เนื่องจากเอฟบีไอถูกส่งเข้าไปสืบสวนสอบสวนในกัมพูชาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีกลาย
ในเวลาเดียวกันจีนมีกองกำลังติดอาวุธประจำการ ในทุกประเทศที่จีนลงทุนมากมายมหาศาล กองกำลังติดอาวุธของจีนเข้าไปประจำการในรูปหน่วยรักษาความปลอดภัยกิจการและผลประโยชน์ของจีนในกัมพูชา ดังนั้น ปักกิ่งกับวอชิงตัน จึงรู้พอกันว่าหัวโจกขบวนการหลอกลวงออนไลน์อยู่จุดไหน
เป็นที่น่าสังเกตว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการ Absolute resolve ถล่มทำลายฐานที่มั่นทางทหารเวเนซุเอลาและใช้กำลังบุกจับประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร และภริยา ไปดำเนินคดีในสหรัฐฯข้อหาค้ายาเสพติดไม่กี่วันก่อนหน้า
การบุกจับมาดูโรและควบคุมเวเนซุเอลา ทำให้จีนเสียหายและเสียหน้าเนื่องจาก จีนลงทุนในเวเนซุเอลา 15,000-20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นหลักประกันว่าน้ำมัน 800,000 บาร์เรล/วันอยู่ใน Supply line ส่งให้จีน เมื่อสหรัฐเข้าควบคุมเวเนซุเอลา ความไม่แน่นอนการส่งน้ำมันก็อาจเกิดขึ้นได้
เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯลักพาตัวสปอนเซอร์ใหญ่ของฮุนเซน แล้วส่ง สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยในฝรั่งเศสและตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเข้าไปบริหารกัมพูชา เนื่องจากมีรายงานว่า สม รังสี อยู่ในวอชิงตันตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่จึงมีความเป็นไปได้ว่า ปฏิบัติการ Absolute resolve อาจเกิดขึ้นในกัมพูชา เพื่อป้องกันสถานการณ์เลวร้ายปักกิ่งจึงนำตัว เฉิน จื้อ ไปดำเนินคดีตัดหน้าสหรัฐแล้วให้รัฐบาลกัมพูชาแถลงข่าวรักษาหน้า
รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์กลางดึกวันที่ 6 มกราคม ว่าจับนายเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลเชื้อสายจีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์ในกัมพูชาได้แล้ว และเขาถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน : แถลงการณ์ที่ออกมาไม่มีรูปถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวนายเฉิน จื้อ!
กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 ราย ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี่ จี้ เหลียง (Xu Ji Liang) และ เซ่า จี้ ฮุย (Shao Ji Hui) และได้ส่งตัวบุคคลดังกล่าวให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นไปตามคำร้องขอจากทางการจีน
เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลกัมพูชาเคยออกแถลงการณ์ปกป้อง นายเฉิน จื้อ เมื่อพฤศจิกายน 2568 ว่าออกญาเฉิน จื้อนักธุกิจใจบุญผู้เป็นกำลังหลักในพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกัมพูชา ถูกกล่าวเลื่อนลอยไม่มีหลักฐานว่าเขากระทำผิดกฎหมาย แต่ในแถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า เขาถูกถอนสัญชาติกัมพูชา ในเดือนธันวาคม 2568
ตามรายงานที่ว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2568 รัฐบาลสหรัฐฯได้กล่าวหา เฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Prince Holding Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ว่า เป็นตัวการใหญ่
ในขบวนการต้มตุ๋นเงินคริปโตมูลค่านับล้านล้าน และเกี่ยวข้องกับการกักขังเหยื่อค้ามนุษย์ในค่ายบังคับใช้แรงงาน
ทั้งนี้ นายเฉิน จื้อ ถูกศาลสหรัฐตั้งข้อหาลับหลังจำเลย ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงิน หลังจากที่เขาและผู้ร่วมขบวนการที่ไม่เปิดเผยชื่อ ถูกกล่าวหาว่าได้ประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน เพื่อหลอกลวงนักลงทุน และนำเงินที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อเรือยอชต์เครื่องบินเจ็ต รวมถึงภาพวาดของปิกัสโซ่
สหรัฐฯยังยึดบิตคอยน์ (Bitcoin) มูลค่ารวมกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนาย แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) กล่าวในตอนนั้นว่านี่เป็นการทลายขบวนการฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ของเฉิน จื้อ ยังถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการร่วมกันเพื่อกวาดล้าง “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
นายเฉิน จื้อ ในวัย 37 ปี เป็นประธานผู้ก่อตั้ง Prince Holding Group ซึ่งดำเนินธุรกิจในหลากหลายสาขา เช่น อสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค
หน่วยธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย Prince Real Estate Group, Prince Huan Yu Real Estate Group และ Prince Bank โดยกลุ่มบริษัทนี้มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชามูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ “Prince Plaza” ในกรุงพนมเปญ
ตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมา นายเฉิน จื้อ เกิดที่ประเทศจีน และถือครองทั้งสัญชาติกัมพูชา สัญชาติอังกฤษ ไซปรัส และวาลูอาตู
ขณะที่บนเว็บไซต์ของบริษัท มีการระบุว่า เฉิน จื้อ เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับความเคารพนับถือและเป็น “ผู้ใจบุญ”ที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจของกัมพูชา มีส่วนร่วมในกิจกรรมการกุศลต่างๆ ผ่าน “มูลนิธิพรินซ์” (Prince Foundation)ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณกุศลของบริษัท
นายเฉิน จื้อ เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของ สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นอกจากนี้ เขายังได้รับบรรดาศักดิ์ทางราชการที่รัฐบาลมอบให้ คือ “เนียะ ออกญา” (Neak Oknha) ซึ่งหมายถึง “มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในกัมพูชาที่บริจาคเงินให้รัฐบาล 500,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป”
วันนี้สปอนเซอร์รายใหญ่ของฮุนเซน ถูกจีนนำตัวไปดำเนินคดี จึงนับเวลาถอยหลังได้ว่าจีนจะถอดท่อออกซิเจนช่วยหายใจระบอบฮุนเซนวันไหน โดยการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แทนสกุลฮุนและมั่นใจได้ว่า กัมพูชาโดยการนำของตระกูลฮุน ไม่อยู่ในฐานะจะปะทะกับกองทัพไทยในรอบสามได้อีกต่อไป
สุทิน วรรณบวร

จากพระเอกสู่ผู้ร้าย! 'ชูวิทย์' ฟาดแรงพรรคส้ม เตือนเดินเกมอันตรายจนศรัทธาล่มสลาย
โปรดเกล้า พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ 27 ราย เหตุสู้รบชายแดนไทย กัมพูชา
มวลอากาศเย็นกำลังแรงถล่มไทยตอนบน อีสานเลขตัวเดียว-ยอดดอยติดลบระวังน้ำค้างแข็ง
‘บิ๊กโจ๊ก’หมดสิทธิ์กลับ‘สตช.’ ศาลชี้คำสั่งให้ออกชอบด้วยกม.
One Day Trip with 7 เจี๊ยบ พาน้อง ๆ เรียนรู้ผ่านภาพยนตร์และโลกใต้ทะเล Sea Life

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี