วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
ใกล้เลือกตั้งใหม่ในไม่กี่วันข้างหน้าเกิดปรากฏการณ์รวบรวมบ้านใหญ่ จับปลาในบ่อเพื่อน นักการเมืองบ้านใหญ่และนักการเมืองหน้าใหม่ย้ายพรรคกันให้พล่าน เหมือนการเมืองไทยย้อนหลังไปกว่า 20 ปีการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง จึงไม่ก้าวหน้าไปไหน สาเหตุใหญ่มาจากนักการเมืองขาใหญ่มัวแต่ย้ายพรรคเข้าหาอำนาจใหม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเริ่มต้นชีวิตการเมืองกับพรรคไทยรักไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรผู้สร้างไทยรักไทย ให้ยิ่งใหญ่ด้วยการรวบรวมนักการเมืองบ้านใหญ่และรวมพรรคการเมืองทำให้ชนะเลือกตั้งครั้งแรกได้สส.เข้าสภา 248 คน ซึ่งสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้
นอกจากนั้น ทรท.ยังมีพรรคการเมืองในเครือข่ายที่ทำให้กลายเป็นเผด็จการสภา ซึ่งพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถรวบรวมเสียงมากพออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เป็นเหตุให้รัฐบาลใช้เผด็จการรัฐสภา บริหารประเทศเหมือนเป็นบริษัทส่วนตัวได้ตามอำเภอใจ
เป็นนิสัยถาวรของนักการเมืองบ้านใหญ่ ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตัว และพวกพ้องของแต่ละกลุ่ม ที่ต้องให้การอุปถัมภ์ค้ำชูฐานเสียงในพื้นที่ตัวเองเป็นสำคัญ
การรับเหมางานโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทา ที่นักการเมืองบ้านใหญ่กลุ่มใครกลุ่มมันจัดสรรกันลงตัว ดังนั้นเมื่อนักการเมืองบ้านใหญ่มาร่วมรัฐบาล จึงไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจมหภาค และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ตลอดถึงปฏิรูปการศึกษา และไม่สามารถพัฒนาบุคลากรของชาติในภาพรวมได้
แกนนำรัฐบาลที่เป็นศูนย์รวมบ้านใหญ่ จึงมักปรับย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อรองรับระบอบอุปถัมภ์ค้ำชู และต้องมีนโยบายประชานิยมเพื่อเอาใจ และเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนจากการทุจริตทางนโยบายที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายนับล้านล้านบาท ในห้วงเวลายี่สิบกว่าปีก่อนหน้านี้
เนื่องจากการทุจริตทางนโยบายทำได้ง่ายในรัฐบาลศูนย์รวมนักการเมืองบ้านใหญ่ เป็นเหตุให้นักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดถึงนักธุรกิจ พ่อค้านายธนาคารถูกศาลตัดสินจำคุกหรือไม่ก็หนีไปต่างประเทศไม่น้อยกว่าสองร้อยคน ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงวันนี้
ความเลวร้ายของทุจริตคอร์รัปชั่น และใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือทางการเมือง ล้วนเป็นผลพวงจากการรวมกลุ่มของนักการเมืองบ้านใหญ่ ใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาแสวงหาผลประโยชน์ ที่รัฐบาลไทยรักไทย รวบรวมพรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้ามาอยู่ในค่าย โดยพรรคที่เข้าร่วมหลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 ส่วนหนึ่งคือ พรรคชาติไทย และ พรรคความหวังใหม่ นอกจากนี้ พรรคไทยรักไทยยังรวมสมาชิกจาก พรรคชาติพัฒนา และ พรรคเสรีธรรม ไว้ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นด้วย
ทรท.ซึ่งเป็นพรรคแม่ พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยครองความเป็นใหญ่ในแวดวงการเมืองมากว่ายี่สิบปีและตกต่ำที่สุดเกือบล่มสลายเมื่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของดีเอ็นเอไทยรักไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตลอดไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568
และ 11 วัน ต่อมา วันที่ 9 กันยายนนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยและผู้นำจิตวิญญาณรัฐบาลเพื่อไทยถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งให้รับโทษจำคุกหนึ่งปีตามคำสั่งศาลก่อนหน้า พรรคเพื่อไทยจึงอยู่ภาวะตกต่ำเกือบล่มสลาย
เมื่อต้นแบบศูนย์รวมบ้านใหญ่ล่มสลายก็เป็นโอกาสของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สืบทอดแผนการรวมบ้านใหญ่ และจับปลาในบ่อเพื่อน
เป็นที่น่าสังเกตว่า การทำการเมืองแบบจับปลาในบ่อเพื่อน เพิ่งมีขึ้นในทศวรรษ 2560 และรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองมีอายุยาวนานที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองในประเทศไทย ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากทำงานการเมืองแบบจับปลาในบ่อเพื่อน
ปี 2560 พรรคพลังประชารัฐของ 3 ป.ดูด สส. ปชป. ไปกลุ่มใหญ่ ส่วนหนึ่งออกไปตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็อยู่ภายใต้ร่มเงาของ3 ป. และเมื่อ 3 ป.แตกคอกันปี 2565 ลุงตู่ ตั้ง
พรรครวมไทยสร้างชาติ สส.ปชป.ชุดใหญ่ไหลไปอยู่ รวมไทยสร้างชาติ อาศัยบารมีลุงตู่เข้าสภา และเมื่อลุงตู่ล้างมือทางการเมือง อดีตสส.ปชป. และ สส.ปชป. ปัจจุบันหลายรายย้ายไปภูมิใจไทย
จึงพูดได้ว่า นายอนุทินนอกจากรับมรดกรวบรวมบ้านใหญ่จากไทยรักไทยแล้วยังมีนวัฒกรรมใหม่คือจับปลาในบ่อเพื่อน
ตั้งแต่นายอนุทินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 1 ตุลาคมถึงวันนี้ข้าราชการระดับอธิบดีและผู้ว่าฯถูกโยกย้ายสลับตำแหน่งไปมาแล้วไม่น้อยกว่า 80 คน ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทยย้ายลอตใหญ่เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือนมีนาคม 2569 หรืออาจเร็วกว่านั้น
เส้นทางการเมือง 29 ปี ของนายอนุทินเริ่มขึ้นในปี 2539 เขารับตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายประจวบ ไชยสาส์นต่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลไทยรักไทย สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
นายอนุทิน เติบโตในพรรคไทยรักไทยตั้งแต่ก่อตั้งจนถูกยุบพรรค แน่นอนเขาต้องซึมซับแผนการรวมนักการเมืองบ้านใหญ่ นักการเมืองขาใหญ่มาไว้ในพรรครัฐบาล จึงไม่แปลกใจที่นักการเมืองบ้านใหญ่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง อีสาน ตะวันออกและภาคใต้ไหลไปรวมที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมตัวเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีนาคมนี้
ในอดีตปัญหาใหญ่ของประเทศไทยคือนักการเมืองบ้านใหญ่ร่วมกับรัฐบาลบริหารประเทศโดยการทุจริตทางนโยบาย แต่ในปัจจุบันปัญหาร้ายแรงกว่า เมื่อมีข้อสงสัยว่า นักการเมืองบ้านใหญ่ และนักการเมืองขาใหญ่บางรายพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนันออนไลน์แล้วฟอกเงินมาใช้ทางการเมือง
นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน อภิปรายในสภา และเรียกร้องให้นายอนุทินกำจัดนักการเมืองขาใหญ่สงสัยพัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ และฟอกเงินออกจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พรรคส้มได้แต่อภิปรายกล่าวหาแต่ไม่กล้านำหลักฐานไปให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เว้นวรรคการเมืองไป 3 ปี และหวนกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. ด้วยความกังวลเรื่องเงินสีเทา สีดำจากสแกมเมอร์ นำเข้ามาฟอกใช้ทำลายการเมืองสุจริตโดยการซื้อเสียงเข้าสภา นายอภิสิทธิ์ใช้แคมเปญว่า “การเมืองสุจริต เศรษฐกิจเติบโต” ได้นำเอกสารหลักฐานยื่นให้คณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบนักการเมืองที่มีชื่อปรากฏในกฎหมายต่อต้านปราบปรามสแกมเมอร์ของสหรัฐอเมริกา
การตรวจสอบนักการเมืองขององค์กรอิสระ เช่นป.ป.ช. กกต.และอัยการ มักใช้เวลา หลายคดีใช้เวลาหลายปี ในบางกรณีผู้ต้องหาตายไปแล้วยังสรุปสำนวนไม่ได้ ในบางกรณีใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะนำคนผิดมาลงโทษได้
กรณีนายอภิสิทธิ์ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนักการเมืองสงสัยพัวพันสแกมเมอร์ ก็เช่นกัน คาดว่าหลังยุบสภาเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ว่า มีนักการเมืองพัวพันกับการฟอกเงินจากสแกมเมอร์หรือไม่
ความล่าช้าของหน่วยงานอิสระและกระบวนการยุติธรรมกลางน้ำ ต้นน้ำ เป็นเหตุให้นักการเมืองสีเทาบ้านใหญ่ได้ใจ ตัวอย่างเช่น นักการเมืองใหญ่แห่งสมุทรปราการ ถูกดำเนินคดีหนีไปเปิดบ่อนในปอยเปต ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้หลายสิบปี หรือบ้านใหญ่ภาคตะวันออกใกล้เสียชีวิตถึงโผล่ออกมามอบตัว ใช้สิทธิ์คนป่วยและผู้ชราไม่ต้องรับโทษในเรือนจำจนลาโลกนี้ไปอย่างผู้ยิ่งใหญ่
พรรคภูมิใจไทยรวบรวมบ้านใหญ่ ขาใหญ่สีเทามาไว้ในค่าย ด้วยความมั่นใจว่าถึงอย่างไรก็ไม่ถูกดำเนินคดีระหว่างที่เป็นรัฐบาล นี้ไม่ใช่รัฐบาลใช้อิทธิพลแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่มันเป็นธรรมชาติหรือนิสัยถาวรของกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำที่ทำงานล่าช้า
นายกรัฐมนตรีเองและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยก็ถูกฟ้องข้อหาฮั้วเลือกตั้งสว. ซึ่งคดีอยู่ระหว่างสอบสวนของ กกต. และ ดีเอสไอ แต่ก็มั่นใจได้ว่าเรื่องไม่ถึงศาลในรัฐบาลชุดนี้ที่อาจต่อเนื่องถึงรัฐบาลชุดหน้า
จึงเป็นความรับผิดชอบของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง52 ล้านคน จะยอมให้นักการเมืองบ้านใหญ่ นักการเมืองขาใหญ่ ฉุดรั้งประเทศไทยให้เป็นคนป่วยแห่งเอเชียต่อไป หรือปลดแอกขาใหญ่ให้ประเทศไทยพัฒนาทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง
สุทิน วรรณบวร

บุกทลายยานรก จับชาวยิวอัพยา ภายในวิลล่าหรู กลางเกาะพะงัน
เปิดศักราชกับซีรีส์จีนฟอร์มล้ำ ! ‘Love Between Lines – เกมรักข้ามบทบาท’
‘ยูโร’ เปิดใจขอบคุณแฟนละครที่ติดตาม บทสรุป ‘ลวง’ปิดม่านสุดตราตรึงหัวใจ
สอบสินบนทองคำ ตร.ยันเดินหน้าคดีตามก.ม. ทนาย‘บิ๊กโจ๊ก’บุกร้องปปช.
เมื่อความหน้าเด็กทำคนเข้าใจผิด… ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’เจอคอมเมนต์ฮา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี