วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
ยังจำได้ เหตุการณ์น้ำท่วมปางช้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า มีช้างตายที่ปาง ENPของนางแสงเดือน ชัยเลิศ จำนวน 2 เชือก
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าทำไมปางช้างดังกล่าวไม่อพยพย้ายช้างไปที่สูงให้หมดเหมือนปางช้างอื่นๆ (ที่ไม่ตายเลย), การเตรียมแผนเผชิญเหตุและการจัดการช่วยเหลือช้างในสถานการณ์น้ำท่วมทำอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่? มาตรการดูแลช่วยเหลือช้างเป็นอย่างไร เพราะมีช้างเยอะ ยิ่งต้องมีมาตรฐานสูง? ฯลฯ
หลังจากนั้น ก็มีข่าวว่า เจ้าของปางช้างดังกล่าว ใช้วิธีฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
ล่าสุด คดีเหล่านั้น เริ่มมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว
ขณะที่ยังมีคำถามว่า ใครต้องรับผิดชอบกับการตายอย่างน่าอนาถของช้างที่ปาง ENPในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย กำกับดูแลแก้ไขให้มีมาตรฐานในการดูแลช้างมากกว่าเดิมแล้วหรือยัง ?
1. ล่าสุด เมื่อ 20 ม.ค. 2569 เพจ Elephant Hearts Thailand ได้รายงานว่า ศาลยกฟ้อง “สันติสุข มะโรงศรี” คดีปางช้างเชียงใหม่ ชี้ติชมโดยสุจริต มุ่งแก้ปัญหาดูแลช้าง
ระบุว่า “จากกรณีเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2567 โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่แตง ซึ่งมีปางช้างตั้งอยู่ถึง 38 แห่ง และเกิดเหตุช้างล้มเสียชีวิต 2 เชือก จากปางช้างแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ถึงการขาดการวางแผนอพยพช้าง และการไม่เคลื่อนย้ายช้างออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะช้างดุที่ถูกขังอยู่ในคอก
ต่อมา ผู้บริหารปางช้างดังกล่าวได้ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิด นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าวสถานีท็อปนิวส์ (TOP NEWS) จากกรณีการนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุด นายสันติสุข มะโรงศรี ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ศาลอาญามีคำพิพากษา ยกฟ้อง ในคดีดังกล่าว โดยระบุว่า
“สุจริตเป็นเกราะคุ้มกันครับ ศาลอาญาพิพากษา ยกฟ้องครับ ที่ผมโพสต์เรื่องน้ำท่วมปางช้าง มีปัญหาการย้ายช้าง และมีช้างตาย”
นายสันติสุข ระบุเพิ่มเติมว่า ในการนำเสนอข่าวและโพสต์ข้อความ มีการใช้ถ้อยคำในเชิงเปรียบเปรย อาทิ “ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด”
รวมถึงการแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมภาพถ่ายและข้อมูลที่ปรากฏในข่าวทั่วไป
ทั้งนี้ จากการรับฟังคำพิพากษา ศาลเห็นว่า จำเลยนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อทั่วไป และส่วนที่เป็นการแสดงความคิดเห็น ถือเป็นการติชมโดยสุจริต มีเจตนาเพื่อให้เกิดการแก้ไขปรับปรุงการดูแลช้างให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวอยู่ภายใต้สิทธิที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญคุ้มครอง
นายสันติสุข ยังได้กล่าวขอบคุณศาลยุติธรรม พร้อมขอบคุณทีมทนายความที่ให้ความช่วยเหลือในคดีนี้ และระบุว่า คำพิพากษาดังกล่าวยังเป็นคำพิพากษาศาลอาญา ชั้นต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้ฟ้องกลับนั้น นายสันติสุข ระบุว่าขอรอพิจารณาคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้”
2. “เหตุน้ำท่วมช้างตาย ช้างคือเหยื่อ ช้างคือผู้เสียหาย”
ถ้าย้อนกลับไปดูสิ่งที่นายสันติสุข มะโรงศรี เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
“เหตุน้ำท่วมช้างตาย ช้างคือเหยื่อ ช้างคือผู้เสียหาย
ปางไหน จะขายการเลี้ยงแบบอิสระเสรียังไงก็ว่าไปเถิด ผมก็คนโลกสวย
แต่มันต้องมีคำตอบ ว่าจะไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมแล้วช้างตาย แบบที่เกิดขึ้นแล้วได้ยังไง
ความจริง คือ มีช้างยังถูกขังอยู่ในคอกตอนน้ำท่วมวิกฤตกว่า 10 เชือก !!! (ตาย 2 เชือก)
ภาษาอีสานเรียก “โส-ถิ่ม” คือ ปล่อยให้มันไปตามยถากรรม ถ้าน้ำลด ก็รอด น้ำไม่ลดก็ตาย มันเกิดขึ้นได้อย่างไร (มีทั้งคลิป บันทึกของทีมจากปางอื่นๆ ที่เข้าไปช่วยร่วมกับ จนท.ปางดัง)
แบบนี้ ไม่ใช่มาตรฐานที่ยอมรับได้ครับ โดยเฉพาะคนที่แสดงตัวว่า รักช้าง
“ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด” แต่นี่ตั้ง 2 เชือกนะครับ ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง”
นอกจากนี้ มีอีกโพสต์ ระบุว่า เมื่อจุดขาย (จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม) กลายเป็นจุดตาย จึงต้องบิดประเด็น ?
“1. ปางช้างเดียวที่มีช้างตาย มีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่าง เป็นจุดขาย คือ โชว์การให้อิสระเสรีกับช้าง ทำกรงกว้างใหญ่ ไม่ล่ามโซ่ ไม่ให้ควาญใช้ตะขอฝึกควบคุมช้าง
พอถึงเวลาวิกฤต ปางอื่นมีควาญควบคุมช้าง ย้ายไปที่ปลอดภัยหมด แต่ปางนี้ไม่สามารถควบคุมช้างเพื่อย้ายออกได้ หรือไม่มีแผนเผชิญเหตุ จนควาญช้างปางอื่นๆ ต้องมาช่วย (ทั้งที่เคยถูกด้อยค่า) ทีมคชบาลระดมกันมาช่วย ฯลฯ (ผมก็ออกข่าวช่วย)
2. ผู้บริหารปางนี้ ให้สัมภาษณ์สื่อ “ถ้าล่ามโซ่สิ ช้างตายแน่ๆ เพราะขาไม่อิสระ ฯลฯ”
สะท้อนว่า ไม่ได้คิดทบทวนอะไรเลย หรือเจตนาบิดเบือนประเด็น?
ประเด็น ไม่ใช่แค่ล่ามโซ่ แต่มันคือการเลี้ยงช้างที่ต้องให้ควาญฝึกช้าง ควบคุมช้าง และยามวิกฤตก็สามารถควบคุมจัดการได้ (ไปอ่านบันทึกของทีมหน้างานที่เข้าไปช่วยช้างหนีน้ำที่ปางนี้เขียนไว้ชัดเจน)
.png)
.png)
ช้างปางอื่น ไม่มีใครล่ามโซ่ช้างตัวเองให้จมน้ำ เขาควบคุมได้ จึงให้ควาญพาขึ้นไปล่ามบนที่สูง จนควาญมีเวลาลงมาช่วยปางคุณป้าด้วยไงครับ
คือ ต่อให้ป้าจะเลี้ยงแบบเดิมต่อไป เพราะมันเป็นจุดขาย โรแมนติก โลกสวย ฝรั่งชอบ คนสงสารช้างชอบ ฯลฯ แต่จะไปบิดประเด็นต่อทำไม ควรขอบคุณควาญช้างที่สามารถควบคุมช้าง ที่เขามาช่วย แล้วสรุปบทเรียนหาแผนเผชิญเหตุของปางช้างคุณป้า ถ้ามีแบบนี้อีกจะทำยังไง ดีกว่ามั้ยครับ
ด้วยความปรารถนาดีครับ”
.png)
.png)
3. “ช้างไม่เคยผ่านการฝึก หรือสื่อสารกับคนเลี้ยงอย่างใกล้ชิดมาก่อน”
สำหรับบันทึกของทีมที่เข้าไปช่วยช้างหนีน้ำที่ปาง ENP ปรากฏอยู่ในเพจ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang
เนื้อหาบางส่วน ระบุว่า
“บันทึกเตือนความจำ...
...ปางช้างขนาดใหญ่ (มีช้างมากกว่าหนึ่งร้อยเชือก) ของมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อม ยังคงสาละวนและพยายามขนย้ายช้างและสัตว์อื่นๆ อีกนับพัน อาทิ สุนัข แมว แพะ โค กระบือ และสุกร ซึ่งยังคงไม่ทันการณ์ เป็นผลให้มวลน้ำจำนวนมหึมาไหลเข้าสู่ปางช้าง (ระดับน้ำสูงมากกว่า ๑.๕-๒.๐ เมตร เมื่อประเมินด้วยสายตา) การขนย้ายช้างนับร้อย เป็นเรื่องที่ยากและสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียมากทั้งชีวิตคนและช้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อช้างเหล่านี้มิได้ถูกฝึกหรือสื่อสารกับคนเลี้ยงอย่างใกล้ชิดมาก่อนเราเริ่มจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะพอช่วยเหลือสนับสนุนอะไรได้บ้าง
คณะของสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อเช้าตรู่ของวันศุกร์ จากการร้องขอของเจ้าหน้าที่มูลนิธิทางโทรศัพท์ โดยเบื้องต้นรับทราบมาว่าให้ช่วยเคลื่อนย้ายและดูแลช้างเพศผู้ที่ยังอยู่ในคอกแต่ไม่สามารถออกมาได้ ในขณะที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คณะทำงานถูกตามตัว รวมทีมและประชุมอย่างเร่งด่วน และออกเดินทางในช่วงสายของวันนั้น
เมื่อแรกไปถึงพบว่าเส้นทางเข้าถึงปางช้างถูกตัดขาด ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด การติดต่อด้วยโทรศัพท์ไม่สามารถทำได้ ต้องสื่อสารผ่านวิทยุสื่อสารคลื่นสั้นเท่านั้น คณะจึงต้องรอจนถึงบ่ายแก่ๆจึงได้เรือจากหน่วยกู้ภัย จ.กาฬสินธ์ุ ข้ามน้ำเพื่อไปดูช้างตัวผู้ในคอกต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์
เราพบว่า ช้างตัวผู้ยังอยู่ครบทั้งสิบเชือก ในสภาพที่ช้างลอยคออยู่ภายในคอก
แต่ที่แปลกใจคือยังมีช้างตัวเมียอีกหลายสิบเชือกติดค้างอยู่ในคอกด้วย บ้างก็พิการขาเป๋ ตาบอด
และยังทราบอีกว่าช้างอีกหลายเชือกได้สูญหายลอยไปกับน้ำด้วย เมื่อช่วงก่อนหน้า ซึ่งต่อมาพบซากของช้างฟ้าใส(วันเฉลิม)และพลอยทอง เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสีย
คณะจึงตัดสินใจแบ่งทีมงานออกเป็น ๒ ทีมเพื่อช่วยเหลือช้างให้ครอบคลุมทั้งสองกลุ่ม
การดำเนินการในภาวะวิกฤตและเร่งด่วนเช่นนี้ โดยหลักการแล้ว หากพบว่าช้างกับควาญสามารถสื่อสารกันได้ก็จะให้ควาญช้างเป็นผู้นำและกำหนดทิศทางการเดินของช้างเพื่อความปลอดภัย เพราะช้างเองมักเดินเฉพาะเส้นทางที่เคยชิน ซึ่งในกรณีนี้ช้างมักคุ้นชินกับการเดินแบบอิสระในทุ่งกว้างที่อยู่ติดกับน้ำแม่แตง ที่กำลังไหลเชี่ยว นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง ฉะนั้นจึงจำเป็นที่ช้างเหล่านี้จะต้องมีควาญเป็นผู้ควบคุมทิศทาง
ในกรณีช้างเพศเมียหรือช้างที่ไม่ดุร้าย หากช้างกับควาญมิได้มีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน หรือมีแต่เพียงเล็กน้อย ในทางทฤษฎีที่มีการเคลื่อนย้ายช้างป่ามักวางยาซึมและนำทางด้วยผ้าพรางแสงตลอดทางเดินเพื่อนำช้างไปยังจุดที่ต้องการ แต่ในกรณีนี้ มีน้ำท่วมสูงจึงค่อนข้างเสี่ยงที่จะวางยาซึม (ยาซึมช้างมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้งวงตกลงสู่พื้น) โดยในวันนั้นคณะทำงานที่ประกอบด้วยสัตวแพทย์ ควาญช้างจากสถาบันคชบาลแห่งชาติ ควาญพี่เบิ้ม(ปางที่อยู่ติดกัน) และภัทรฟาร์ม ซึ่งมีความชำนาญ ร่วมกับควาญช้างของมูลนิธิ ช่วยกันควบคุมและกำหนดเส้นทางด้วยเชือกให้ช้างเดินไปยังจุดที่ปลอดภัย แต่ก็ทุลักทุเลพอควร ด้วยเพราะควาญกับช้างสื่อสารกันแทบไม่รู้เรื่อง
วันนั้นทีมเราช่วยเหลือช้างตัวเมียได้บางส่วนจนกระทั่งมืดค่ำจึงยุติภารกิจในเวลา ๑๙.๓๐ น.
ในกรณีช้างเพศผู้ เราไม่สามารถวางยาซึมช้างในขณะที่ยังอยู่ในน้ำได้ ซึ่งจากข้อมูลที่ทีมงานได้รับ พบว่าช้างทุกเชือกไม่เคยผ่านการฝึก และบางเชือกมีประวัติทำร้ายคนมาก่อน จึงเกิดคำถามว่าหากเคลื่อนย้ายออกมาได้แล้วจะนำช้างไปผูกล่ามอย่างไร ที่ไหน ทั้งในภาวะซึมหรือปกติ ด้วยเพราะช้างไม่คุ้นเคยกับคนหรือช้างใดๆ ช้างแต่ละเชือกอยู่ตัวเดียวในคอกมานาน
ซึ่งจากการประเมินพบว่าช้างทุกเชือกยังมีสภาพร่างกายปกติ (ยกเว้นพลายขุนเดชที่บาดเจ็บที่ขาหน้า)
ดังนั้น จึงใช้วิธีวางแท่นพยุงให้ช้างสามารถใช้งวงยึดพยุงมิให้จมน้ำ หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะจากประสบการณ์ตรงของคณะทำงานพบว่าช้างมักลอยน้ำและอยู่ในน้ำได้นานถึง ๒ วัน ๑ คืนในสภาพน้ำนิ่ง โดยไม่เกิดอันตราย ซึ่งจากสภาพช้างภายในคอกพบว่ากระแสน้ำยังคงไหลแต่ไม่เชี่ยวมากนักเมื่อเทียบกับในลำน้ำ ช้างน่าจะยังพอพยุงตัวเองไว้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ด้วยเพราะธรรมชาติของน้ำทางภาคเหนือมักมาเร็วไปเร็ว ไม่น่าจะท่วมนาน เราจึงกำหนดให้ทำแพต้นกล้วยไว้ให้ช้างเพื่อช่วยพยุง ต้นกล้วยยังเป็นอาหารและมีน้ำช่วยประทังชีวิตให้ช้างได้อีกด้วย ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังพลายขุนเดชเป็นพิเศษ
โชคดีในช่วงเย็นของวันเดียวกันระดับน้ำเริ่มลดระดับลง เป็นสัญญาณว่าน้ำน่าจะลดลงเป็นปกติในไม่ช้า
วันรุ่งขึ้นระดับน้ำลดลง เหลือเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ ช้างเพศเมียถูกเคลื่อนย้ายขึ้นที่สูง ช้างตัวผู้ยังอยู่ในคอกของตัวเอง แต่ทุกตัวยังมีชีวิตอยู่แม้บางเชือกอาจแสดงอาการอ่อนเพลียบ้าง
...สรุปยอดรวมช้างในปางก่อนเกิดเหตุ จำนวน ๑๑๘ เชือก ภายหลังน้ำลด พบช้างเพศเมีย ๑๐๖ เชือก เป็นช้างเพศผู้ ๑๐ เชือก สูญหายและเสียชีวิต ๒ เชือก
วันนี้ฝนตกเบาบางลงแล้ว แต่หากเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก การเรียนรู้บทเรียนและเตรียมแผนเผชิญเหตุทั้งของปางและผู้เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่ต้องจัดทำ
แม้ในวันนี้ช้างบ้านของไทยจะมีสถานะเป็นทรัพย์สินของผู้ถือครองตามกฎหมาย (พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ ) แต่จากเหตุการณ์หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ล้วนกระทบจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ หลายส่วนยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่ทุกท่านพึงตระหนักให้ดีว่า “ช้าง” มีสถานะยิ่งกว่าทรัพย์สิน แต่เขาคือสิ่งที่มีคุณค่า ที่สูงค่าอันประเมินมูลค่ามิได้ ซึ่งเป็นสมบัติของคนไทยเราทุกคน...”
4. คดีที่เจ้าของปางช้างเลือกที่จะฟ้องผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้ว (ศาลชั้นต้น)
ก่อนหน้านี้ ศาลก็ยกฟ้อง คดีที่นักเขียนดัง นายปฏิพล อภิญญาณกุล ตกเป็นจำเลย
ศาลชี้ว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต
หลังจากนี้ คงจะมีอีกหลายคดี
แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังมีคำถามว่า ใครต้องรับผิดชอบกับการตายอย่างน่าอนาถของช้างที่ปาง ENP ในฐานะสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย?
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย กำกับดูแลแก้ไขให้มีมาตรฐานในการดูแลช้างมากกว่าเดิมแล้วหรือยัง ?
มีกระแสข่าวว่า นักการเมืองพรรคส้มมีความสนิทสนมกับเจ้าของปางช้างอย่างแนบแน่น เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยเกรงใจ ช่วยเหลือปางช้างบางแห่งมากเป็นพิเศษ กำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อันพึงกระทำ เพื่อช่วยเหลือใคร หรือไม่?
คนรักช้างจริง อย่าเมินเฉย
ช้างต้องไม่ตายเปล่า สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย
สารส้ม

โค้งสุดท้าย สมัคร ทหารออนไลน์ ทบ.เปิดรับถึง 25 ม.ค.
ทนายดังเตรียมแถลง ขอโทษครอบครัวนศ. กอด-หอมจริง แต่ล้วงจำไม่ได้
กรมอุตุฯพยากรณ์พรุ่งนี้ มวลอากาศเย็นลง อุณภูมิลดอีก1-3 องศา
สลด เด็กม.ต้นว่ายน้ำไม่เป็น ชวนเพื่อนเล่นน้ำ ก่อนจมหายในคลองรังสิตฯ
กรมควบคุมมลพิษ เปิดข้อกฎหมายห้ามเผา โทษปรับสูงสุด 2 ล้าน จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี