วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
เหลือเชื่อ... ในช่วงที่โลกมีสงครามในตะวันออกกลาง ถล่มโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน ปิดช่องแคบฮอร์มุซกันเห็นๆ
ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งกระฉูด...
แต่กลับมีพิธีกรข่าวชื่อดัง ตั้งคำถามยียวน ชี้นำให้คนสับสน เจตนาเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ในทำนองว่า ทำไมต้องประหยัดน้ำมัน ก็ไหนว่ารัฐบาลจัดหาได้ มีน้ำมันสำรองใช้อย่างน้อย 60 วัน ไม่ขาดแคลน ฯลฯ
น่าสงสัยว่า... นี่มันโง่ หรือมันงั่ง หรือมันอคติเพราะพรรคที่ตนเองเชียร์ไม่ได้เป็นรัฐบาลจนสมองพิการไปแล้วหนอ?
1.ข้อเท็จจริง ขณะนี้ ราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง
รัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันฯเข้ามาอุ้มน้ำมันบางชนิด เพื่อไม่ให้ต้นทุนการผลิตและบริการที่จะกระทบค่าครองชีพประชาชนทั่วไปพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างจริงง่ายๆ
ในน้ำมันดีเซลทุกลิตรที่ประชาชนและผู้ประกอบการไปเติมที่หน้าปั๊มในวันนี้ราคา 29.94 บาทต่อลิตรนั้น ได้รับเงินจากกองทุนน้ำมันฯเข้าไปช่วยอุ้มลิตรละ 12.73 บาท!!!
พูดง่ายๆ ว่า กองทุนน้ำมันฯ ช่วยจ่ายลิตรละ 12.73 บาท
ถ้ากองทุนน้ำมันฯ ไม่อุ้ม ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันดีเซลลิตรละเกิน 40 บาททันที !!!
2.โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน
เพจ Aeromechx ได้สรุปข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลแบบง่ายๆ
“...เจาะลึกโครงสร้างราคาดีเซล 29.94 บาท: จ่ายไปแล้ว เงินไหลไปไหนบ้าง?
วันที่ 9 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นราคาที่รัฐพยายามดูแลให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพและต้นทุนขนส่งมากเกินไป
แต่หากเจาะลึกลงไปในโครงสร้างราคา จะพบว่าราคาที่เห็นหน้าปั๊มไม่ได้สะท้อนต้นทุนจริงทั้งหมด
เพราะยังมีการใช้กลไกกองทุนน้ำมันและมาตรการด้านภาษีเข้ามาช่วยพยุงราคาอยู่
ต้นทุนหลัก: ราคาหน้าโรงกลั่น
องค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของราคาดีเซลคือ ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งสะท้อนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่อ้างอิงกับตลาดโลก
ราคาหน้าโรงกลั่นของดีเซลอยู่ที่ประมาณ 31.05 บาทต่อลิตร
ตัวเลขนี้สูงกว่าราคาขายปลีกหน้าปั๊มเสียอีก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหากไม่มีมาตรการแทรกแซงจากภาครัฐ ราคาดีเซลในประเทศไทยมีแนวโน้มจะสูงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน
ราคาหน้าโรงกลั่นได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันดิบโลกค่าการกลั่นค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์อุปสงค์พลังงานในตลาดโลก
ภาษี: ส่วนสำคัญของโครงสร้างราคา
น้ำมันดีเซลในไทยยังมีภาษีหลายประเภทที่รวมอยู่ในราคาขาย
ภาษีสรรพสามิต 6.92 บาทต่อลิตร
ภาษีเทศบาล 0.692 บาทต่อลิตร
รวมภาษีสองส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 7.61 บาทต่อลิตร
ภาษีสรรพสามิตถือเป็นรายได้สำคัญของรัฐบาล และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารนโยบายพลังงาน รวมถึงการดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ
กองทุนน้ำมัน: กลไกสำคัญในการตรึงราคา
หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของราคาดีเซลในปัจจุบันคือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ในโครงสร้างราคา วันที่ 9 มีนาคม 2569 พบว่าเงินกองทุนน้ำมันอยู่ที่ -11.73 บาทต่อลิตร
เครื่องหมายลบหมายความว่า รัฐกำลังนำเงินกองทุนมาช่วย อุดหนุนราคาดีเซล
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หากไม่มีการอุดหนุนผ่านกองทุน ราคาดีเซลจะสูงกว่าปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 0.05 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นเงินที่นำไปใช้สนับสนุนโครงการด้านพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานของประเทศ
ราคาขายส่งและภาษีมูลค่าเพิ่ม
หลังรวมต้นทุนและภาษีต่างๆ จะได้ ราคาขายส่งน้ำมัน
ราคาขายส่งดีเซล26.99 บาทต่อลิตร
เมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้วจะอยู่ที่ 28.87 บาทต่อลิตร
.png)
.png)
นี่คือราคาที่ปั๊มน้ำมันซื้อจากผู้ค้าส่งก่อนนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค
ค่าการตลาด: ส่วนของผู้ค้าน้ำมัน
อีกส่วนหนึ่งของราคาน้ำมันคือ ค่าการตลาด ซึ่งเป็นรายได้ของผู้ค้าน้ำมันและสถานีบริการ
ค่าการตลาดดีเซลอยู่ที่ประมาณ 0.9956 บาทต่อลิตร เมื่อรวม VAT ของค่าการตลาดแล้ว จะเพิ่มขึ้นอีก 0.0697 บาทต่อลิตร รวมกันแล้วประมาณ 1.06 บาทต่อลิตร
ตัวเลขนี้ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในหลายช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบางช่วงเคยสูงกว่า 2 บาทต่อลิตร
ราคาหน้าปั๊มที่ผู้บริโภคจ่าย เมื่อรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร
สรุปโครงสร้างโดยย่อ
ราคาหน้าโรงกลั่น 31.05 บาท
ภาษีสรรพสามิต 6.92 บาท
ภาษีเทศบาล 0.69 บาท
กองทุนน้ำมัน- 11.73 บาท
กองทุนอนุรักษ์พลังงาน 0.05 บาท
ค่าการตลาด 0.99 บาท
VAT ค่าการตลาด 0.07 บาท
ราคาขายปลีก 29.94 บาท
หากไม่มีการอุดหนุน ราคาดีเซลจะเป็นเท่าไร
จากโครงสร้างราคาจะเห็นได้ว่า กองทุนน้ำมันกำลังช่วยลดราคาดีเซลประมาณ 11.73 บาทต่อลิตร
หากยกเลิกการอุดหนุนผ่านกองทุน ราคาดีเซลมีโอกาสพุ่งขึ้นไปใกล้ระดับ 40 บาทต่อลิตรหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันตลาดโลกในช่วงเวลานั้น”
3.“น้ำมันสำรองไทย 95 วัน” สรุปชัดๆ มาจากไหน-เก็บไว้ที่ไหน?
รัฐมนตรีพลังงานคนปัจจุบันยืนยันว่า“ไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 95 วัน”
เพจทีมสุดซอย-ทุบทุนเทา ของคุณเอกนัฏและทีมงาน (มีชื่อตัวเต็งว่าที่รมว.พลังงานคนใหม่) สรุปข้อมูลว่า ตัวเลข 95 วันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร? และน้ำมันมหาศาลขนาดนี้ถูกจัดเก็บไว้ที่ไหน?
“...หลายคนสงสัยว่าจากเดิมบอกว่ามีแค่ 60 วัน ทำไมพุ่งมายังไงอีก 30 วัน? ไม่ใช่ตัวเลขลอยๆ ค่ะ นี่คือคำตอบ:
ก่อนอื่นเราต้องดูที่ “ปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ยรายวัน” ของคนไทยในสภาวะปกติ
จากข้อมูลล่าสุดของ กรมธุรกิจพลังงาน (กธ.) สรุปภาพรวมในปี 2568 และต้นปี 2569 ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรวมของไทยอยู่ที่ประมาณ 154.85 ล้านลิตรต่อวัน
ปริมาณสำรองน้ำมันปัจจุบัน
1. ปริมาณน้ำมันคงเหลือในประเทศ (Stock): ประมาณ 4,877 - 4,925ล้านลิตร (เพียงพอใช้ได้ทันทีประมาณ 38 วัน)
2. น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว: มีอีกประมาณ 2,870 ล้านลิตร (ระยะเวลาการใช้ได้อีกประมาณ 22-23 วัน)
3. แหล่งน้ำมันนอกตะวันออกกลางได้รับการยืนยันแล้วว่า จะทยอยเข้ามาเพิ่มอีก30 วัน จนถึงเดือนเมษายน และตัวเลขจะทยอยเติมเข้ามาเรื่อยๆ
แล้วน้ำมันพวกนี้ “อยู่ที่ไหน” บ้าง?
ปั๊มน้ำมันแถวบ้านหมด แต่ไม่ได้หมดคลังค่ะ#อย่าตื่นตระหนกน้ำมันถูกเก็บไว้กระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ:
1.คลังยักษ์หน้าโรงกลั่น: จุดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ ศรีราชา (ชลบุรี) และ มาบตาพุด (ระยอง)
2.โครงข่ายคลังน้ำมันภูมิภาค: กระจายตัวตามเส้นทางท่อขนส่ง เช่น คลังลำลูกกา, คลังบางปะอิน และจุดพักน้ำมันใหญ่ๆ ใน ขอนแก่น, ลำปาง และสุราษฎร์ธานี
3.คลังลอยน้ำ (Floating Storage): น้ำมันบางส่วนถูกเก็บไว้ในเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่จอดลอยลำเตรียมพร้อมระบายเข้าสู่ระบบ
4.ในระบบท่อขนส่งใต้ดินความยาวหลายร้อยกิโลเมตร
ย้ำอีกครั้งนะคะ#น้ำมันไม่ขาดแคลน#ไฟฟ้าไม่ดับแน่นอนค่ะ!”
4.น้ำมันไม่หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ทำไมต้องประหยัด?
คาดว่า น้ำมันไม่หมดสิ้นประเทศไทยแน่นอน
เรายังสามารถจัดหามาเพิ่มเติมได้อีก แต่ในราคาสูงขึ้นแน่ๆ
ดังนั้น ก็จะมีแรงกดดันให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยแพงขึ้นตามไปด้วย
เพราะถ้ารัฐบาลไม่ให้ราคาขยับขึ้น ก็ย่อมไม่มีเอกชนรายไหนจะยอมขาดทุนนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามากลั่นขายในประเทศต่ำกว่าราคาต้นทุน (ถ้าจะขายถูก รัฐบาลก็ต้องใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุน จะอุดหนุนได้แค่ไหน โลกนี้ไม่มีของฟรี)
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยืนยันว่า
- กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งการให้ผู้ค้าน้ำมันปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% ภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ ซึ่งจะช่วยยืดปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศได้เพิ่มอีก 7 วัน และ
- การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 คาดว่าจะมีผลภายในวันที่14 มีนาคม 2569 ซึ่งสอดรับกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ออกมาพอดีในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้ด้วย รวมทั้งจะส่งเสริมการใช้ E20 โดยจะเตรียมปรับราคาให้มีส่วนต่างกับ E10 มากขึ้นเพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนใช้ E20 มากขึ้น
- การผลิตไฟฟ้า ได้จัดหาก๊าซธรรมชาติทดแทนในส่วนที่ไม่สามารถส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น ยังเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย การนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้น ทั้งหมดเทียบเท่ากับปริมาณ LNG ประมาณ2 ลำเรือ จึงขอยืนยันว่าพลังงานไฟฟ้าจะไม่ขาดแคลนแน่นอน
- ตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไปอีก 2 เดือน (เมษายน - พฤษภาคม)
- การให้ทำงานจากที่บ้าน (Work From Home)
การประหยัดพลังงาน จึงเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ เป็นประโยชน์กับประชาชนเอง และกับประเทศชาติในยามวิกฤตในตะวันออกกลางเช่นนี้ด้วย
สารส้ม


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี