วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ในเวทีดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับพีพีทีวี จัดดีเบตแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม โดยมีคำถามจากพลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2ถามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 6 คน จากพรรคการเมืองว่า “หากท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะบริหารจัดการปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านอย่างไร”
อีกคำถามคือ “หากท่านเป็นนายกรัฐมนตรี จะปฏิรูปหรือพัฒนากองทัพอย่างไร”น่าเสียดายนายกรัฐมนตรีรักษาการวันนี้ และว่าที่นายกรัฐมนตรี หลังจากเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ มิได้มาร่วมดีเบต จึงได้แต่รับฟังนโยบายจากแคนดิเดตพรรคส้ม พรรคแดง และ พรรคสีฟ้า ส่วนอีกสามพรรค ที่เหลือไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งครั้งนี้ หรืออีกสิบปีข้างหน้า
การชี้แจงนโยบาย หรือ แสดงวิสัยทัศน์ในเวทีดีเบตแห่งชาติจึงไม่มีความหมาย หรือส่งผลใดๆ ต่อการพัฒนากองทัพ หรือ หากมีการปะทะกันรอบใหม่ เนื่องจากนโยบาย และวิสัยทัศน์ที่แสดงกันออกมาล้าหลัง ล้าสมัยจากกองทัพไทยไปหลายทศวรรษ
ประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา บางคนแสดงความคิดเห็นไปไกลถึงกับให้ประเทศไทยวิ่งไปหาจีนและอเมริกาเพื่อให้เข้ามาปรามกัมพูชา บางท่านกล่าวว่า ไม่ต้องไปไกลถึงปักกิ่งและวอชิงตัน เอาแค่ประสานงานกับประเทศอาเซียนด้วยกัน ให้เป็นสักขีพยาน และร่วมสังเกตการณ์ฝ่ายไหนละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และให้ไทยร่วมมือกับประเทศอาเซียนปราบปรามสแกมเมอร์ในกัมพูชา
อดีตนายทหารที่ผันมาทำงานการเมือง กล่าวว่า หากตนเป็นนายกฯจะให้กองทัพไทยบุกถล่มลึกเข้าในเมืองใหญ่ของศัตรูถล่มเมืองหลวงให้ราบคาบแล้วค่อยเจรจา
ฟังแคนดิเดตนายกทั้งหกคนแล้ว สรุปได้ว่า ความคิดนักการเมืองล้าหลังกองทัพไทยไปหลายทศวรรษ ที่พูดอย่างนี้ เพราะเราได้เห็นความเป็นอัจฉริยะด้านยุทธศาสตร์กองทัพไทย ตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองกัมพูชาที่เขมรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองกว่า 2 ล้านคน จนถึงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ในสมัยนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีปี 2554 ในการปะทะ 12 วันครั้งนั้น ทหารเขมรถูกปล่อยให้เน่าเหม็นเกลื่อนสมรภูมิปราสาทตาควาย
การปะทะรอบใหม่ในปี 2568 กองทัพไทยใช้ยุทธศาสตร์ ที่สามารถทำให้ศัตรูเกือบล่มสลายในสงครามห้าวัน 24-28 กรกฎาคม กองทัพไทยจวนจะยึดปราสาทตาควายคืนมาได้ แต่น่าเจ็บใจที่มีไส้ศึกภายในสั่งให้ทหารหยุดยิงกลางคัน
เหตุการณ์ครั้งนั้น หากไส้ศึกภายใน ไม่ติดต่อ นายอันวาร์ อิบราฮิม ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียนให้สมคบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไปบอกสหรัฐให้ใช้มาตรการขึ้นภาษีข่มขู่ไทยให้หยุดยิง จึงพูดได้ว่า หากไส้ศึกในบ้านไม่วางแผนการชั่วร้าย การลงนามข้อตกลงหยุดยิงเที่ยงคืน 28 กรกฎาคม อย่างไม่มีเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยเสียเปรียบทุกด้านไม่มีวันเกิดขึ้น
ดังนั้นการปะทะรอบสองในสมัยรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่วันที่7 ถึง 27 ธันวาคม กองทัพไทยซึ่งรู้ว่าไส้ศึกภายในมีผลประโยชน์ร่วมกับศัตรูจุดไหน กองทัพไทยจึงยึดจุดยุทธศาสตร์และดินแดนไทยกลับคืนมาได้ 100% กองทัพไทยนอกจากทำลายศักยภาพในการรบของศัตรูสิ้นสภาพรุกรานไทยในเวลาหลายปีข้างหน้าได้แล้ว
กองทัพไทยยังได้ทำลายเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงศัตรู และไส้ศึกในบ้าน โดยการถล่มทำลายกาสิโน/แหล่งสแกมเมอร์ใกล้ชายแดนไทยไป 11 แห่ง ตั้งแต่ช่องอานม้า อ.น้ำยืนจ.อุบลราชธานี ช่องสะงำจังหวัดศรีสะเกษ กาสิโนโอร์เสม็ด ตรงข้ามจังหวัดสุรินทร์ กาสิโนสายตะกู ใกล้อำเภอ บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ลงไปถึง บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน จังหวัด สระแก้ว พื้นที่รับผิดชอบกองทัพภาค 1 และกาสิโน/สแกมเมอร์บ้านทมอดา ใกล้ชายแดน จังหวัดตราด
พื้นที่ทั้งหมดที่กองทัพไทยยึดคืนมาได้ล้วนอยู่ใกล้กาสิโน/แหล่งสแกมเมอร์ในกัมพูชา กองทัพไทยถึงได้แถลงสื่อต่างประเทศว่า “กองทัพไทยมิได้รบเพื่อปกป้องอธิปไตยเท่านั้น แต่เรายังรบกับกองทัพสแกม (Scam Army) เพื่อปกป้องชาวโลกจากการหลอกลวงทางไซเบอร์”
หลังจากยึดพื้นที่คืนมาได้ กองทัพไทยสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่อ่อนไหว โดยการสร้างรั้วลวดหนาม วางตู้คอนเทนเนอร์ตลอดแนวที่กองทัพไทยยึดคืนมาได้ นั่นคือความอัจฉริยะของกองทัพไทยคือทำลายศักยภาพการรบของศัตรูพร้อมกับทำลายท่อน้ำเลี้ยงศัตรู และไส้ศึกภายในให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
ถึงได้กล่าวแต่ต้นว่า เสียดายที่นายอนุทินรักษาการนายกฯและว่าที่นายกฯหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไม่ได้มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแถลงนโยบายแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชาร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีนโยบายใกล้เคียงกันประเด็นขัดแย้งไทย-กัมพูชา
นายอนุทินกับนายอภิสิทธิ์ มีนโยบายตรงกัน คือ ให้อำนาจกองทัพปฏิบัติการทางทหารตามยุทธศาสตร์/ยุทธการเต็มที่ จึงมีผลลัพธ์เป็นบวกกับประเทศไทย นอกจากนั้นทั้งสองท่านมีนโยบายเชิงรุกทางการทูตเหมือนกัน และสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ สามารถแบ่งปันกับนายอนุทินได้ คือ นักการเมืองคนไหนพัวพันกับสแกมเมอร์ และฟอกเงินจากบ่อนออนไลน์หรือไม่? และพรรคการเมืองไหนตัดไม่ได้ขายไม่ขาด กับ ฮุนเซน
อาจมีคำถามว่ามีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีร่วมดีเบตหกคน ทำไมให้ความสำคัญกับแคนดิเดตจากปชป.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้มาร่วมดีเบตคำตอบง่ายๆ คือ เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลผสมชุดต่อไป
แม้ว่าผลสำรวจโพลสำนักต่างๆ ระบุพรรคส้มกับพรรคแดงแข่งกันเป็นอันดับหนึ่งได้ สส.140 ถึง 150 คน และที่ 1 กับที่ 2 ห่างกันไม่เกิน 5 คน และ โพลสำนักต่างๆ จัดให้พรรคภูมิใจไทย มาเป็นอันดับ 3 ได้ สส.120 คน บวกลบ ส่วนปชป.โพลทุกสำนักจัดให้อยู่อันดับ 4 ได้ สส.เข้าสภา 45 ถึง 50 คน
แต่ผลคะแนนจริงจากหีบเลือกตั้งเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทย เข้าวินเป็นอันดับ 1 ได้สส.เข้าสภา 150 ถึง 160 คน ตัวเลขนี้ประเมินจากที่นักการเมืองบ้านใหญ่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ภาคเหนือจรดใต้ ตั้งแต่ภาคอีสาน ภาคกลาง ถึงภาคตะวันออก บ้านใหญ่เหล่านี้ มีฐานคะแนนที่อุปถัมภ์ค้ำชูกันมายาวนาน จึงมั่นใจจำนวน สส.เขตได้
ประกอบกระแสรักชาติจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และความนิยมในกองทัพสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นรัฐบาลได้รับความนิยมสูงขึ้นในภาคอีสานซึ่งมีสส. 136 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อีสานใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
ส่วนพรรคสีแดงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากคลิปเสียงอัปยศกับ “อังเคิล”ฮุนเซนที่นายอนุทินถึงกับพูดระหว่างการหาเสียงว่า “กูไม่ใช่หลานมึงนะโว้ย” เป็นการพูดเยาะเย้ยอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไปเรียก ฮุนเซน เป็นอังเคิล
ส่วนพรรคส้มพูดได้ว่าไม่อยู่ในฐานะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจึงไม่อยู่ในสมการรัฐบาลผสมชุดต่อไปที่พรรคภูมิใจไทยร่วมมือกับประชาธิปัตย์ขจัดสแกมเมอร์และกองทัพกัมพูชาให้สิ้นสภาพ คุกคามประเทศไทย ด้านพรรคสีแดงเจอทางตันจำใจต้องร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยเป็นแกนนำ
สุทิน วรรณบวร

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี