วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หลังจากจีนหิ้วปีก เฉิน จื้อ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ ลูกบุญธรรม ทรราช ฮุนเซน และสปอนเซอร์รายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชาไปดำเนินคดีในปักกิ่ง และส่ง หลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคงภายใน มือปราบพระกาฬไปกำกับการปราบปรามสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา
กระทรวงต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในหลายมิติ ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินชาวจีนจำนวนมาก คนจีนหลายคนเสียชีวิตและสูญหายในกัมพูชา ระยะหลังนี้มีสถิติคนจีนสูญหายมากขึ้น ปรากฏการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์จีน-กัมพูชา ตราบใดอาชญากรรมข้ามชาติไม่ถูกกำจัดให้หมดไป
แถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศจีน ถือเป็นการเตือนรัฐบาลพนมเปญร้ายแรงที่สุด นอกจากเตือนเป็นทางการแล้วปักกิ่งยังส่ง หลิว จงอี้ มือปราบพระกาฬไปจัดตั้งสำนักงานบังคับใช้กฎหมายจีน-กัมพูชา และ ระบุว่า มือปราบพระกาฬประจำการในกัมพูชาจนกว่าขจัดอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดไป และกัมพูชาเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก
คำว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก สร้างความตื่นตระหนกให้รัฐบาลพนมเปญ ที่ตีความว่า เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกอาจหมายถึงเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงหรือ เปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลจากตระกูลฮุน ที่เปิดบ้านให้สแกมเมอร์จัดตั้งศูนย์หลอกลวงฉ้อโกง ค้ามนุษย์และฟอกเงินเต็มบ้านเต็มเมือง เป็นคณะบุคคลที่ปักกิ่งวางใจไม่ทรยศหักหลังไปคบค้ากับสหรัฐอเมริกาคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์กับปักกิ่ง
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตื่นตระหนกถึงกับสร้างภาพปลุกระดมมวลชนชุมนุมจัดตั้งพลังสามัคคีแห่งชาติ ประกาศต่อต้านสแกมเมอร์ เป็นวาระแห่งชาติ และแสดงความเด็ดขาดปลดนายพล 45 คน ในข้อครหาพัวพันขบวนการฉ้อโกงหลอกลวงทางไซเบอร์
นสพ.แคมโบเดียไทม์ของรัฐบาลกัมพูชารายงานว่ากองกำลังเฉพาะกิจบุกทลายศูนย์สแกมในโรงแรมใหญ่และคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงพนมเปญ จับผู้ต้องหา 150 คนดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่สื่อของรัฐบาลไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านั้น
เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่า รัฐบาลฮุน มาเนต อุปถัมป์เฉิน จื้อ พี่ชายบุญธรรมผู้เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของตระกูลฮุน ที่มีบรรดาศักดิ์เป็น “เนียกออกญา” รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา นายปรัก สุคน กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เฉิน จื้อ ได้สัญชาติกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย
นายปรัก สุคน ไม่ได้ชี้แจงว่า เฉิน จื้อ ติดสินบนใครถึงได้สัญชาติกัมพูชาตั้งแต่ปี 2561 และ ฮุนเซน รับ เฉิน จื้อ เป็นบุตรบุญธรรมโดยมีชื่อพระราชทานตามบัตรประชาชนกัมพูชาว่า “ฮุน ม่าจื้อ” และได้บรรดาศักดิ์เป็น “เนียกออกญา” ตั้งแต่ปี 2563
ฮุน มาเนต ประกาศสงครามกับขบวนการฉ้อโกงหลอกลวงออนไลน์ และการฟอกเงินทั่วประเทศ หลังจากจีนนำตัว เฉิน จื้อ กับสมุนสองคนไปดำเนินคดี ในเวลาเดียวกัน กับที่จีนขู่ยึดทรัพย์มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาทรวมทั้งทองคำ 54 กิโลกรัม ที่รัฐบาลกัมพูชานำไปฝากไว้ในปักกิ่ง
แรงกดดันจากจีน และปัญหาภายในรุมเร้า รวมทั้งแพ้สงครามความขัดแย้งชายแดนไทยและเพลี้ยงพล้ำทางการทูตสากล กดดันให้ ฮุนเซน จำเป็นต้องทรยศหักหลัง เฉิน จื้อ บุตรบุญธรรมผู้สร้างความมั่งคั่งให้ตระกูลฮุน มานานหลายปีแต่การจับ เฉิน จื้อ ส่งมอบให้จีน ไม่ได้ทำให้ปักกิ่งตายใจ ตราบใดที่เครือข่าย 14K ยังมีองค์กรชั่วร้ายดาษดื่นในกัมพูชา ฮุน มาเนต จึงเปิดปฏิบัติการผักชีโรยหน้าด้วยการปราบปรามแหล่งสแกมเมอร์ทั่วประเทศกัมพูชา ที่อาจสร้างปัญหาใหญ่แก่ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอันใกล้
เนื่องจากรัฐบาลพนมเปญ ไม่ได้ปราบปรามจริงจัง อุปมาเหมือนเอาก้อนหินขว้างผึ้งให้แตกรังแล้วผึ้งรวมตัวกันสร้างรังใหม่บนกิ่งไม้ไม่ไกลจากรังเก่า
นสพ.เดอะการ์เดียน อ้างเจ้าหน้าที่สถานทูตอินโดนีเซียในพนมเปญรายงานว่า คนสัญชาติอินโดนีเซีย 1,440 ราย ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมเมอร์ที่ถูกรัฐบาลปราบปรามสถานทูตอยู่ระหว่างกระบวนการส่งตัวคนงานเหล่านั้นกลับประเทศเพื่อคัดกรองว่า เป็นเหยื่อหรือเป็นผู้ร่วมงานของขบวนการหลอกลวงออนไลน์
เดอะการ์เดียน รายงานด้วยว่า ที่หน้าสถานทูตจีนมีคนเข้าแถวรอความช่วยเหลือนับพันคน ซึ่งไม่ชัดเจนว่าคนเหล่านั้นหนีออกมาหรือศูนย์สแกมปล่อยตัวเพราะถูกกดดันจากรัฐบาลจีน
ในเวลาเดียวกัน คนหลายสัญชาตินับพันนับหมื่นราย ทั้งผู้หญิงผู้ชายหิ้วกระเป๋าแบกสัมภาระเดินพล่านบนถนนหลายสายในกัมพูชา และดูเหมือนว่าพวกเขาแสวงหาความช่วยเหลือหรือหาที่อาศัยอย่างปลอดภัย ภาพวิดีโอเคลื่อนไหวเห็นคนงานหลีกเลี่ยงเผชิญหน้าหรือเข้าหาตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อ้างภาพดาวเทียมและสื่อสังคม ระบุว่า คนงานหลายหมื่นคนหลบหนีหรือถูกปล่อยตัวออกมาจาก 10 ศูนย์สแกม ใน 15 แห่งของเมืองสีหนุวิลล์ และเมืองบาเวต ประเทศกัมพูชา
แอมเนสตี้ไม่มีตัวเลขแน่นอนว่า คนงานจากศูนย์สแกมที่เร่ร่อนทั่วประเทศกัมพูชากี่หมื่นคน และกล่าวว่ามันยากจะคาดเดาได้ว่า ตำรวจจะทำอย่างไรกับคนงานที่ถูกปล่อยตัวหรือหนีออกมา
ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ฯประจำภูมิภาค มองเซ่ เฟอเรอร์ กล่าวว่าวิดีโอจากโซเชียลมีเดียแห่งหนึ่งโพสต์ให้เห็นตำรวจถือปืน ยืนดูคนงานกำลังเดิน และวิ่งหนีชัดเจน “คนงานบางรายเดินเร่รอนขอความช่วยเหลือ และหลายคนกำลังหาที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัย” เฟอเรอร์ กล่าวและเสริมว่าหากคนงานเหล่านั้นไม่ได้รับการช่วยเหลือทันการ เสี่ยงที่คนงานจะจบลงในแหล่งสแกมเมอร์อื่น
“เราเคยเห็นคนงานถูกบังคับให้กลับเข้าไปในศูนย์สแกมเมอร์แหล่งอื่น และหากคนที่หนีออกมาแล้วไม่รู้จะไปไหนส่วนใหญ่จะจบลงในศูนย์สแกมเมอร์อื่น” เธอกล่าวและเสริมว่าคนงานที่หนีเข้าป่าแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเสี่ยงที่จะใช้ความชำนาญในการหลอกลวง ไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการหรือร่วมงานกับศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์แห่งใหม่ในประเทศใกล้เคียง
เฟอเรอร์ ไม่ได้ระบุชื่อประเทศไหนแต่พูดเป็นนัยว่า คนงานจากแหล่งสแกมที่หนีจากพม่าและกัมพูชามีแนวโน้มจะทำงานในแหล่งใหม่ในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นได้สูงจากสถิติที่คนต่างชาติหนีจากการปราบปรามในพม่าข้ามแม่น้ำสาละวิน เข้ามาฝั่งประเทศไทยแล้วหายตัวไปมากขึ้น
นสพ.นิวไลท์ออฟเมียนมา รายงานวันที่ 19 มกราคม ว่าเจ้าหน้าที่พม่าส่งตัวคนต่างชาติที่ถูกจับในแหล่งสแกมเมอร์ ชเวโก๊กโก หลังจากการสอบสวนพบว่าพวกเขาผ่านด่านชายแดนไทยที่แม่สอดไปทำงานที่ชเวโก๊กโก 45 คน ประกอบด้วย ชาวยูกันดา เอธิโอเปีย ฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์
สื่อทางการพม่า ระบุว่า ตามข้อตกลงความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้ต้องหาต่างชาติที่ถูกจับตัวในดินแดนพม่า เข้าพม่าทางชายแดนประเทศไหนให้ส่งตัวกลับไปประเทศนั้น เพื่อประสานงานกับสถานทูตเกี่ยวข้องส่งตัวกลับประเทศต้นทาง
ตั้งแต่ 30 มกราคม 2568 ถึง 19 มกราคม 2569 คนต่างชาติถูกจับในชเวโก๊กโก จังหวัดในเมียวดี พม่าได้ส่งมอบทางการไทยแล้ว 14,151 คน ในจำนวนนี้ได้ส่งกลับประเทศผู้ต้องหาตามกฎหมายสากลแล้ว 12,152 คนยังตกค้างในประเทศไทย 1,999 คน
ตัวเลขเป็นทางการของพม่าระบุว่า ต่างชาติทำงานศูนย์สแกมเมอร์ในพม่ายังตกค้างอยู่ในประเทศไทยเกือบสองพันคน ซึ่งตัวเลขไม่เป็นทางการที่หลบหนีเข้าประเทศไทยแล้วหายตัวไปอีกเท่าไหร่ไม่อาจประมาณการได้แต่เชื่อว่าไม่น้อยกว่าหลักพันคน
บัดนี้จีนส่งมือปราบพระกาฬไปบังคับให้รัฐบาลกัมพูชา กำจัดสแกมเมอร์หมดไปจากประเทศ แต่โดยสันดานปลิ้นปล้อน และทรยศหักหลังทรราชตระกูลฮุนรัฐบาลพนมเปญจึงปราบปรามสแกมเมอร์แบบผักชีโรยหน้า เหมือนปล่อยเสือเข้าป่าไปล่าเหยื่อในประเทศเพื่อนบ้าน
ดังที่แอมเนสตี้ฯพูดเป็นนัยว่า สแกมเมอร์ที่ถูกปล่อยออกมาเสี่ยง จะไปเปิดปฏิบัติการแหล่งใหม่ในประเทศไทย
สุทิน วรรณบวร

แวดวงอสังหาฯ : 7 กุมภาพันธ์ 2569
'สุชาดา' อดีต เลขานุการ รมว.ดีอี ป้อง 'ศุภจี' ไม่ได้สื่อสารผิดกรณี E-Document
ณัฐพงษ์ ปลุก 8 ก.พ. กา 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้
ยศชนัน ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ทำให้ไทยยืนสง่า บนเวทีโลกในยุคเทคโนโลยี
โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี