วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
สถานะของเศรษฐกิจประเทศไทยถูกมองโดยสื่อมวลชนต่างชาติว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แน่นอนว่าการที่สื่อฯ ต่างชาติมองว่าไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ย่อมต้องมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เขาเห็นเช่นนั้น เขาจึงวิพากษ์ ถามว่าเขาวิพากษ์เพราะเขาอคติหรือ ตอบว่า ก็เป็นไปได้ แต่ก็ต้องถามต่อไปอีกว่า แล้วทำไมเขาจึงจะต้องมีอคติกับไทย แต่การถูกมองดังกล่าวย่อมทำให้รัฐบาลไทยไม่พอใจอย่างแน่นอน เพราะมันเท่ากับดูถูกรัฐบาลไทยโดยปริยาย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โต้แย้งว่าเศรษฐกิจไทยนั้นเปรียบเสมือนรถแข่งที่พ้นจากหล่มที่เคยติด และออกจากห้อง ICUได้แล้ว ต่อไปจะต้องลงสนามแข่งรถนานาชาติ จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้รถยนต์ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้
รัฐบาลไทยชุดใหม่ที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล จะยังคงมีเอกนิติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้วางนโยบาย 10 Plus ไว้เป็นนโยบายหลักและพร้อมดำเนินการโดยทันทีเมื่อรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ นโยบายดังกล่าวนี้ประกอบด้วยการลงทุนเพื่อเสริมสร้างทักษะให้ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อผลักดันให้แรงงานไทยมีความสามารถผลิตสินค้าที่โลกต้องการ โดยเฉพาะในสินค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเร่งรัดส่งเสริมความสามารถด้านดิจิทัล เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติให้มากขึ้น รวมถึงเน้นการใช้พลังงานสะอาด หรือ Green Energy และเทคโนโลยีที่ไม่สร้างมลภาวะให้โลก เพื่อผลักดันให้เกิดธุรกิจสีเขียวเพื่อโลก
เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่วางไว้คือเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว และลดความเหลื่อมล้ำในเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในนโยบาย 10 Plus ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือกลไก BOI Fast Pass เพื่อให้เงินลงทุนของเอกชนต่างชาติที่รอการอนุมัติวงเงินกว่า 4.8 แสนล้านบาท ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้รวดเร็ว และก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคงในอนาคตอันใกล้
เอกนิติยังบอกอีกว่ามียุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้เพื่อดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติในกิจการต่อไปนี้คือ เกษตรอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีเกรดสูงกว่าเดิมเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมอาหารของโลก และเพิ่มการลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และสินค้ากลุ่ม smart electronics รวมถึงยกระดับสินค้าบริการการท่องเที่ยวมูลค่าสูง เช่น Wellness Tourism
แต่นโยบายเศรษฐกิจที่จะยังคงมีอยู่ต่อไปคือโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสสอง ตั้งเป้ากระจายรายได้สู่ร้านค้าขนาดย่อม เพื่อกระจายเงินไปสู่ต่างจังหวัดให้มากกว่าเดิม
แน่นอนว่า ไม่มีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนไหนต้องการให้นานาชาติมองเศรษฐกิจของประเทศตนว่ามีสภาพเหมือนคนป่วย เพราะมันคือการดูถูกอย่างซึ่งๆ หน้า และมันคือการตีตราว่าไม่มีน้ำยา ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นเรื่องที่ห้ามคนอื่นมองไม่ได้ เพราะหากเขาเห็นว่าเศรษฐกิจไทยย่ำแย่จริงๆ เขาก็ต้องมองเช่นนั้นแต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังจะฟื้นเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้กลับมาดีและแข็งแรงอย่างเป็นรูปธรรม หากทำได้จริงก็เท่ากับลบล้างคำปรามาสของนานาชาติได้แต่หากทำไม่ได้ก็ต้องยอมให้นานาชาติเหยียดหยามต่อไป แต่ประเด็นมันมิได้อยู่ที่ถูกเหยียดหยาม แต่มันอยู่ที่ความเป็นความตายของคนทุกคนในประเทศ

เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี