วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สถานะของเศรษฐกิจประเทศไทยถูกมองโดยสื่อมวลชนต่างชาติว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แน่นอนว่าการที่สื่อฯ ต่างชาติมองว่าไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ย่อมต้องมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เขาเห็นเช่นนั้น เขาจึงวิพากษ์ ถามว่าเขาวิพากษ์เพราะเขาอคติหรือ ตอบว่า ก็เป็นไปได้ แต่ก็ต้องถามต่อไปอีกว่า แล้วทำไมเขาจึงจะต้องมีอคติกับไทย แต่การถูกมองดังกล่าวย่อมทำให้รัฐบาลไทยไม่พอใจอย่างแน่นอน เพราะมันเท่ากับดูถูกรัฐบาลไทยโดยปริยาย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โต้แย้งว่าเศรษฐกิจไทยนั้นเปรียบเสมือนรถแข่งที่พ้นจากหล่มที่เคยติด และออกจากห้อง ICUได้แล้ว ต่อไปจะต้องลงสนามแข่งรถนานาชาติ จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้รถยนต์ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้
รัฐบาลไทยชุดใหม่ที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล จะยังคงมีเอกนิติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้วางนโยบาย 10 Plus ไว้เป็นนโยบายหลักและพร้อมดำเนินการโดยทันทีเมื่อรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ นโยบายดังกล่าวนี้ประกอบด้วยการลงทุนเพื่อเสริมสร้างทักษะให้ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อผลักดันให้แรงงานไทยมีความสามารถผลิตสินค้าที่โลกต้องการ โดยเฉพาะในสินค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเร่งรัดส่งเสริมความสามารถด้านดิจิทัล เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติให้มากขึ้น รวมถึงเน้นการใช้พลังงานสะอาด หรือ Green Energy และเทคโนโลยีที่ไม่สร้างมลภาวะให้โลก เพื่อผลักดันให้เกิดธุรกิจสีเขียวเพื่อโลก
เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่วางไว้คือเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว และลดความเหลื่อมล้ำในเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในนโยบาย 10 Plus ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือกลไก BOI Fast Pass เพื่อให้เงินลงทุนของเอกชนต่างชาติที่รอการอนุมัติวงเงินกว่า 4.8 แสนล้านบาท ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้รวดเร็ว และก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคงในอนาคตอันใกล้
เอกนิติยังบอกอีกว่ามียุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้เพื่อดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติในกิจการต่อไปนี้คือ เกษตรอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีเกรดสูงกว่าเดิมเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมอาหารของโลก และเพิ่มการลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และสินค้ากลุ่ม smart electronics รวมถึงยกระดับสินค้าบริการการท่องเที่ยวมูลค่าสูง เช่น Wellness Tourism
แต่นโยบายเศรษฐกิจที่จะยังคงมีอยู่ต่อไปคือโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสสอง ตั้งเป้ากระจายรายได้สู่ร้านค้าขนาดย่อม เพื่อกระจายเงินไปสู่ต่างจังหวัดให้มากกว่าเดิม
แน่นอนว่า ไม่มีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนไหนต้องการให้นานาชาติมองเศรษฐกิจของประเทศตนว่ามีสภาพเหมือนคนป่วย เพราะมันคือการดูถูกอย่างซึ่งๆ หน้า และมันคือการตีตราว่าไม่มีน้ำยา ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ก็เป็นเรื่องที่ห้ามคนอื่นมองไม่ได้ เพราะหากเขาเห็นว่าเศรษฐกิจไทยย่ำแย่จริงๆ เขาก็ต้องมองเช่นนั้นแต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังจะฟื้นเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้กลับมาดีและแข็งแรงอย่างเป็นรูปธรรม หากทำได้จริงก็เท่ากับลบล้างคำปรามาสของนานาชาติได้แต่หากทำไม่ได้ก็ต้องยอมให้นานาชาติเหยียดหยามต่อไป แต่ประเด็นมันมิได้อยู่ที่ถูกเหยียดหยาม แต่มันอยู่ที่ความเป็นความตายของคนทุกคนในประเทศ

ป.ป.ส.บุกระนอง รวบผัว-เมีย เอเย่นต์ขาใหญ่ซอย 5 ยึดยาบ้า-อาวุธปืน
กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า
ชลบุรีระอุอีก! วิโรจน์แฉเขต 3 ยกหีบหนี-ไอซ์สมทบแฉคลิปว่อน
เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ
ต้าห์อู๋ เดือดจัด ฟาดแรง ลั่น'ใครใช้ภาษีเพื่อส่วนตัว ขอให้มันฉิบXาย'

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี