วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ประวัติการเลือกตั้งในประเทศไทยตั้งแต่มีการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2476 จนถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่าไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนท่ีปราศจากข้อครหาโกงการเลือกตั้งเพื่อให้มีที่นั่งในสภา
ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าประชาธิปไตยในประเทศไทย เริ่มต้นจากการหลอกลวงประชาชน ปล้นพระราชอำนาจและปล้นพระราชทรัพย์ในข้ออ้างเพื่อสถาปนาการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศสยาม ตามแนวทางปฏิวัติบอลเชวิค
คณะผู้ก่อการปล้นพระราชอำนาจบังอาจเรียกตัวเองว่า“คณะราษฎร” รบราฆ่าฟันแย่งชิงอำนาจและพระราชทรัพย์กันเองนานยี่สิบห้าปีจนกระทั่งมีการเลือกตั้ง จอมปลอม พ.ศ. 2500 ที่ได้ชื่อว่า โกงการเลือกตั้งร้ายแรงที่สุดตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2476 เป็นเหตุให้นักศึกษาและประชาชนลุกฮือขึ้นมาประท้วงต่อต้าน การเลือกตั้งโคตรโกงของจอมพลป. พิบูลสงคราม ผู้อยู่ในอำนาจ ที่ถูกลูกน้องมือขวา จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ ทำการปฏิวัติรัฐประหาร จอมพล.ป หนีออกนอกประเทศและโอกาสสุดท้ายของชีวิตไม่ได้ตายในประเทศไทย
ยกเรื่องนี้ขึ้นมาทบทวนความจำกับผู้อ่าน หลังจากที่นักวิชาการฝ่ายซ้ายดื่มไวน์แดง ปลุกระดมมวลชนให้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงต่อต้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ที่ถูกพรรคประชาชนกล่าวหาว่า โกงการเลือกครั้งมโหฬาร เพื่อให้พรรครัฐบาลชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์
นักวิชาการซ้ายไวน์แดง ปลุกระดมพรรคการเมือง และมวลชนผู้งมงายในอุดมการณ์ปฏิวัติ 2475 และการประท้วงโกงเลือกตั้ง พ.ศ. 2500 เป็นโมเดลมาใช้กับการกล่าวหา กกต.โกงเลือกตั้ง8 ก.พ. 2569 ที่บริบทการเมือง สังคมตลอดถึงวิธีจัดการเลือกตั้งแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
นักวิชาการซ้ายไวน์แดงรู้อยู่เต็มอกว่า การประท้วงเลือกตั้ง พ.ศ. 2500 เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงในกลุ่มผู้กุมอำนาจเผด็จการเวลานั้น นักศึกษาและประชาชนไม่มีวันชุมนุมประท้วงได้ หากเผด็จการทหารอีกฝ่ายไม่สนับสนุนและเปิดไฟเขียวให้
บริบทการเมือง สังคม การเลือกตั้ง พ.ศ. 2500 กับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการปลุกระดมมวลชนให้ใช้โมเดล พ.ศ. 2500 ถือเป็นการจงใจสร้างความวุ่นวาย โดยใช้มวลชนติ่งส้มเป็นเครื่องมือล้มการเลือกตั้ง
เลือกตั้ง 8 ก.พ. มีการโกงกันอย่างมโหฬาร เหมือนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา แต่การโกงเลือกครั้งนี้ที่ดูเหมือนร้ายแรงกว่า เพราะมีรายงานว่า เงินสีเทาจากสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และเงินที่ได้จากทุจริตคอร์รัปชันหลายหมื่นล้านบาท ถูกนำมาใช้ในการซื้อเสียง จึงพูดได้ว่าโกงการเลือกตั้งเกิดจากนักการเมืองด้วยกัน
ส่วน กกต.ก็มีส่วนผิดที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบปราบปรามการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างจริงจัง ส่วนข้อกล่าวว่า กกต.และเจ้าหน้าที่ตามหน่วยเลือกตั้งช่วยกันโกงการนับคะแนน และสงสัยว่าแอบใส่บัตรเลือกตั้งเพิ่มเติมให้ผู้สมัครจากพรรครัฐบาล ที่ยังอยู่ในอำนาจบริหาร จากประสบการณ์ตรงที่ตระเวนสังเกตการณ์นับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้ง โดยส่วนตัวคิดว่าข้อกล่าวหานี้ไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟ้อง กกต.ได้
และเชื่อว่า ที่พรรคส้มนำมวลชนประท้วง กกต.โกงเลือกตั้งเขต 1 จังหวัดชลบุรี และที่พรรคส้มกดดันให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมดนั้น เป็นการสร้างกระแสปลุกระดมสร้างความรุนแรง เพราะผู้บริหารพรรคส้มและนักวิชาการซ้ายไวน์แดงรู้ดีว่า มีกฎหมายหลายมาตราบัญญัติไว้ไม่ให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมดได้ง่ายๆ พรรคส้มจึงเลี้ยงกระแสอยู่ได้นานหลายวัน
จังหวัดชลบุรีเป็นที่รู้กันมานานหลายทศวรรษว่า เป็นพื้นที่อิทธิพลบ้านใหญ่ที่ข้าราชการและพนักงานของรัฐตลอดถึงองค์กรอิสระเกรงใจ บ้านใหญ่จึงเหิมเกริมทำอะไรได้ตามพอใจไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่การเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมาบ้านใหญ่และบ้านใหม่ชลบุรีชะล่าใจเปิดโอกาสให้พรรคส้มกวาด สส.ไปได้หลายที่นั่ง
หลังจากบ้านใหญ่และบ้านใหม่ประสานผลประโยชน์กันได้ นักการเมืองบ้านใหม่จึงชนะเลือกตั้งเหนือความคาดหมายของพรรคส้มที่หลงระเริงอยู่กับกระแสโพลจัดตั้ง เมื่อแพ้เลือกตั้งในจังหวัดชลบุรี พรรคส้มถือว่าความพ่ายแพ้เขตนี้เป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องปลุกระดมกดดันให้นับคะแนนใหม่ทุกจังหวัด ที่พรรคส้มแพ้เลือกตั้ง การปลุกระดมของพรรคส้มไปไกลถึงกับเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ แต่น่าประหลาดใจที่พรรคส้มไม่พูดถึงการนับคะแนนใหม่ในกรุงเทพมหานคร ที่พรรคส้มชนะทั้ง 33 เขต
จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า พรรคส้มไร้วุฒิภาวะ เขตไหนชนะก็โห่ร้องดีใจ เขตไหนแพ้ก็โวยโทษประชาชน จน แก่ โง่ โทษ กกต.โทษเจ้าหน้าที่ด่ากราดทุกฝ่าย ในความเป็นจริง กกต.ก็มีข้อบกพร่องผิดพลาดมากมายในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ข้อผิดพลาดของ กกต.ไม่เลวร้ายถึงกับต้องนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ
หากพรรคส้มมีวุฒิภาวะ เหมือน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พบเห็นความบกพร่องผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ก็ส่งหลักฐานให้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินคดีตามกฎหมาย ในการเลือกตั้งผ่านมา ปชป.ก็ถูกปล้นชัยชนะหลายเขตเลือกตั้ง แต่นายอภิสิทธิ์ ยังออกมาขอบคุณประชาชนที่เมตตาไว้วางใจลงคะแนนให้กว่า 3.64ล้านเสียง ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 12 คน และชนะเลือกตั้ง 10 เขต ก็พอใจที่สามารถแหวกม่านสีเทาเข้าสภาได้
หรือกรณีนายทนายอาร์ม สุวรรณรักษาผู้สมัครสส.สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งคำถามถึงจำนวนบัตรเลือกตั้งในพื้นที่ จ.สงขลา เขต 3 ที่จำนวนบัตรแบบแบ่งเขตมีไม่เท่ากับจำนวนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ โดยหายไป 13,670 ใบ
นายทนายอาร์มระบุว่าจะยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.ประเด็น เขต 3 สงขลา มีพี่น้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งพรรคการเมืองบัตรสีชมพู 112,593 ใบคิดเป็น 84.23% แต่ใช้สิทธิ์เลือกผู้สมัครเขตบัตรสีเขียว 98,923 ใบคิดเป็น 74% หายไป 13,670 คะแนน!! พี่น้องเขต 3 ใครรับบัตรสีชมพูแล้วเอาบัตรสีเขียวกลับบ้านไม่ใส่กล่องบ้าง หมื่นสามใบนี้หายไปไหน ผมจะไปยื่น กกต.เรื่องนี้ต้องมีคำอธิบาย แพ้ไม่ว่าทำให้มันถูกต้อง!” คือ ปชป.ไม่ประท้วงโวยวายแต่ส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณา
นอกจากนั้นยังมี กรณี ปชป.ถูกปล้นชัยชนะในการเลือกตั้ง ปี 2539 ขณะที่การนับคะแนนในจังหวัดปทุมธานีเกิดไฟฟ้าดับประมาณสิบห้านาที ในขณะที่ ปชป.ได้คะแนน 123 เสียงเท่ากับพรรคความหวังใหม่ พอไฟฟ้ากลับมาผลการนับคะแนน พรรคความหวังใหม่ได้ 125 คน ปชป.ได้ 123 ที่นั่ง
นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เวลานั้นไม่ได้ทักท้วงโวยวาย เปิดโอกาสให้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ฟอร์มรัฐบาลบริหารประเทศพลเอกชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศได้สิบเดือนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งต้องลอยตัว (ลดค่า)เงินบาท พลเอกชวลิตไม่มีปัญญาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯวันที่ 6 พ.ย. 2539
หลังจากพลเอกชวลิต ลาออก สภาเลือก นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาวิกฤตและฟื้นฟูเศรษฐกิจถึงปลายปี 2544 ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กรณีที่นายชวน แพ้เลือกตั้งเพียงสองที่นั่งและไม่โวยวายสุดท้ายได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่ามีวุฒิภาวะและมีความสามารถอย่างแท้จริง
ปชป.แพ้เลือกตั้งตอนไฟดับอย่างผิดปกติสองเสียง ไม่โวยวายไม่ขอให้นับคะแนนใหม่ จึงเป็นบทเรียนที่ดีแก่พรรคส้มนักการเมืองรุ่นใหม่ผู้ฝักใฝ่ทฤษฎีปฏิวัติ 2475 ที่มีคติว่าแพ้ไม่ได้และต้องให้มันจบในรุ่นเรา
พฤติกรรมที่พรรคส้มกระทำอยู่ขณะนี้จึงเป็นที่ยืนยันว่า การฝักใฝ่งมงายอยู่กับอุดมการณ์ 2475 และปฏิวัติฝรั่งเศส ต้องจบสิ้นในสมัยคนรุ่นนี้ รุ่นที่กำลังโวยวายอยู่ในจังหวัดชลบุรี ในขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคส้มกับผู้สมัครสส.อีก 43 คนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ท่ีร่วมกันลงนามแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งกฎหมายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ป.ป.ช.ต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 30 วัน ศาลฯประทับรับฟ้องวันไหนผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้สืบทอดอุดมการณ์ 2475 จะจบสิ้นในรุ่นนี้
สุทิน วรรณบวร
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี