วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรณีความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท Spectre Cกับพรรคการเมืองบางพรรค ทำให้นึกถึงคำว่า“Gaslighting” ซึ่งเดิมทีเป็นแนวคิดทางจิตวิทยาที่อธิบายการควบคุมความสัมพันธ์เชิงอำนาจโดยผู้กระทำจะค่อยๆ บิดเบือนข้อเท็จจริง ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จนเหยื่อเริ่มไม่เชื่อการรับรู้ของตนเอง
ปัจจุบัน Gaslighting กลายเป็นแนวคิดที่ช่วยอธิบายปรากฏการณ์การเมืองยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเมืองที่ขับเคลื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย คนดัง ดาราหรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด (influencers) และปฏิบัติการ IO (Information Operation) ที่ทำให้การGaslighting ถูกขยายสเกลไปได้ในทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวหลังบัญชีผีอีกต่อไป
Gaslighting มาจากชื่อบทละคร Gas Light (ปี 1938) และภาพยนตร์ (1944) ที่เล่าเรื่องของสามีที่กำลังวางแผนฮุบทรัพย์สมบัติภรรยาที่เป็นทายาทมหาเศรษฐี โดยสามีค่อยๆ สร้างเรื่องราวบิดเบือนความจริง เช่น ทำให้ไฟในบ้านหรี่ลง และภรรยาก็ถามอยู่เรื่อยว่าไฟหรี่ลงไหม แต่เขายืนยันกับภรรยาว่าไฟไม่ได้หรี่ลง เพื่อทำให้ภรรยาสงสัยในสติสัมปชัญญะของตนเอง หรือไม่สามารถเชื่อใจในความคิดของตัวเองได้ ในทางจิตวิทยา Gaslighting หมายถึงการบิดเบือนและจัดการทางจิตใจอย่างเป็นระบบเพื่อทำให้ผู้ถูกกระทำไม่เชื่อในการรับรู้ของตนเอง
ในปี 2022 Merriam-Webster Dictionaryได้เลือก คำว่า Gaslighting เป็นคำแห่งปี หมายถึง “การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดอย่างมหันต์ โดยเฉพาะเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง” เนื่องมาจากข่าวปลอมที่แพร่ระบาดอยู่ในช่องทางการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้น อันทำให้ผู้รับสารเกิดความเข้าใจผิดกันมากขึ้น ดังนั้น Gaslighting จึงไม่ใช่เป็นเพียงการโกหกธรรมดา แต่เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาที่ใช้ในการสร้างความสับสนหรือบิดเบือนความจริง เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความสงสัยในความเป็นจริงของตัวเอง และเชื่อข้อมูลที่ฝ่ายผู้ปล่อยข้อมูลต้องการให้ผู้ฟังเชื่อ
นักการเมืองจำนวนหนึ่งมักใช้ Gaslightingเป็นกลยุทธ์สื่อสารทางการเมือง หนึ่งในนั้นก็คือโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อทำให้ประชาชนสับสนจนไม่มั่นใจในความเข้าใจหรือข้อมูลตนเอง หัวใจ
ของ Gaslighting ทางการเมืองไม่ใช่การโกหกแบบโจ่งแจ้ง แต่คือการทำให้ผู้รับสารไม่มั่นใจในความคิดของตัวเอง
Gaslighting ทางการเมืองไม่ใช่การโกหกโต้งๆ แต่มันเป็นกระบวนการสะสมทีละเล็กทีละน้อย ที่ทำให้ผู้รับสารเริ่มลังเลกับสัญชาตญาณของตัวเอง เช่น กรณีของทรัมป์ เขาไม่ได้ชนะการเมืองอเมริกันเพราะโกหกเก่ง แต่เพราะเขาทำให้ความจริง “กลายเป็นเรื่องถกเถียง” กลยุทธ์ของทรัมป์ไม่ได้อยู่ที่การโกหกเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่ “การโกหกอย่างสม่ำเสมอและมั่นใจ” จนความจริงกลายเป็นเรื่องถกเถียงมากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง....
■ การปั่นข่าวว่ามีการโกงการเลือกตั้ง
■ การปฏิเสธผลการเลือกตั้ง
■ การกล่าวหาสื่อบางสำนักว่าเป็นศัตรูประชาชน
■ การโจมตีผู้ตรวจสอบหรืององค์กรตรวจสอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโกง และ
■ การเปลี่ยนความผิดพลาดของตัวเองให้กลายเป็นการล่าแม่มด
พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นรูปแบบGaslighting ที่ทำให้ฐานผู้สนับสนุนรู้สึกว่า ถ้าไม่เชื่อผู้นำ ก็ไม่มีใครให้เชื่อ และเมื่อทรัมป์ทำซ้ำบ่อยพอ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การที่คนเชื่อเขาทั้งหมด แต่คือการที่คนจำนวนมากเลิกเชื่อทุกอย่าง ยกเว้นเขา
เช่นเดียวกับประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา การเมืองเต็มไปด้วยสงครามทางข้อมูล ข่าวปลอม และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งบิดเบือนความจริง Gaslighting ไม่จำเป็นต้องมาจากนักการเมือง และ ปฏิบัติการ IO ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกองทัพบอท (กองทัพหุ่นยนต์) เพียงอย่างเดียว มันสามารถมาจากผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีตัวตนจริง มีสไตล์เฉพาะและสามารถสร้าง “ความจริงคู่ขนาน” ผ่านการเลือกเล่า เลือกตัด และเลือกตีความอารมณ์ร่วมของผู้ติดตาม และ “พูดแทนความรู้สึกของผู้ติดตามได้” เช่น ในกรณีความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท Spectre C กับพรรคการเมืองบางพรรค
Spectre C ถูกพูดถึงในฐานะผู้เล่นสำคัญของสนามสื่อการเมือง เป็นผู้มีบทบาททางความคิดและถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลไก IO ที่ทำงานสอดคล้องกับพรรคนี้
คำถามสำคัญไม่ใช่ Spectre C พูดจริงหรือไม่จริง ? แต่คือ...รูปแบบการสื่อสารของทีมงาน Spectre C กำลังทำอะไรกับการรับรู้ของผู้ติดตาม....ด้วยคอนเทนต์ที่ถูกแชร์วันละหลายหมื่นครั้ง โดยรูปแบบที่พบได้บ่อยก็คือวางตัวเป็นคนรู้ทันการเมือง เลือกหยิบข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้จริง แต่เลือกเล่าเฉพาะส่วนที่พาไปสู่ข้อสรุปเดียว ใช้ภาษาเชิงประชด เสียดสี ลดทอนฝ่ายที่ตั้งคำถามให้ดูโง่ โลกสวย หรือมีวาระซ้อนเร้น
....การพูดอย่าซ้ำๆ เช่นนั้นกำลังฝึกอะไรให้กับรูปแบบการรับรู้ของผู้ฟัง....
มีความเข้าใจผิดอยู่ข้อหนึ่งในสังคมไทย คือการคิดว่า Gaslighting เป็นอาวุธของ “ฝ่ายเผด็จการ” เท่านั้น เป็นเครื่องมือของรัฐทหาร หรือผู้นำอำนาจนิยม ไม่ใช่ของฝ่ายที่อ้างตัวว่าอยู่ข้างประชาธิปไตย ความเข้าใจผิดนี้เป็นสิ่งอันตรายเพราะมันทำให้เราไม่ทันสังเกตว่า Gaslighting สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายที่เราชอบ และยิ่งเกิดได้ง่ายในนามของความถูกต้อง เพราะการทำงานแบบ IO นั้นไม่ต้องหลบซ่อน ไม่จำเป็นต้องปกปิดตัวตน ยิ่งชัด ยิ่งแรง และถ้ายิ่งมีลายเซ็นของอินฟลูเอนเซอร์หรือคนดัง ก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น
ดังนั้น ในกรณีความสัมพันธ์ของ Spectre Cกับบทบาทการเป็น IO ให้พรรคการเมืองบางพรรคได้สะท้อน Gaslighting แบบไทยๆ ว่าการเมืองไทยยุคนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ใครคิดนโยบายเก่งกว่า แต่มันแข่งกันว่า ใครนิยามความจริงได้ก่อนและได้เนียนกว่ากัน ผ่านอินฟลูเอนเซอร์แพลตฟอร์มดิจิทัล อัลกอริทึม กองทัพบอท และปฏิบัติการ IO ผ่านเทคนิค Gaslighting เพราะ“คำโกหกที่ถูกพูดซ้ำเป็นล้านครั้ง จะกลายเป็นความจริง” (A lie that is repeated a milliontimes becomes a fact)
ดร.ธิติ สุวรรณทัต

อภิสิทธิ์นำทัพ ปชป. ถอดรหัสเลือกตั้ง69 เติมไฟผู้สมัครภาคกลาง เมฆินทร์ย้ำ แพ้ไม่ใช่การจบภารกิจ
ทัพเรือภาคที่ 1 สกัดจับเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ลักลอบนำอาหารทะเลส่งต่อให้เรือประมงไทย
โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร-เรียกคืนเครื่องราชฯ 15 ราย ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ธ.ก.ส. ยันชัด สมาคมฌาปนกิจฯ ยังแกร่ง ไม่มีการยุติการดำเนินงานตามข่าวลือ
โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี