วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อได้เห็นรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทองเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำให้นึกถึงอดีตรัฐมนตรีศึกษาฯหลายๆ คนที่ผ่านมาของประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์
นับตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ที่สิงคโปร์ได้แยกตัวออกจากสหพันธรัฐมลายู กลายมาเป็นรัฐอิสระ นายลี กวน ยู ผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ (Founding Father of Singapore) และนายกรัฐมนตรีคนแรก(๒๕๐๘-๒๕๓๓) มีขุนพลคู่ใจสองคนที่เป็นทั้งมือซ้ายและมือขวาที่ร่วมกันสร้างชาติสิงคโปร์ขึ้นมาด้วยกัน คนแรกคือ ดร.โกห์ เคง สวี (Goh Keng Swee) ส่วนอีกคนหนึ่งคือ ดร.โทนี ตัน (Tony Tan)
โกห์ เคง สวี ผ่านตำแหน่งสำคัญๆในรัฐบาลนายลี มาเกือบทุกตำแหน่ง ดร.โกห์ ถือเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยของลี กวน ยู เป็นทั้งรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีคลังคนแรกของสิงคโปร์ โดยถูกขนานนามว่าเป็น สถาปนิกผู้รังสรรค์รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ เขาเป็นผู้มีบทบาทในการจัดตั้งและวางรากฐานให้กับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ นั้นคือ TemasekHolding และบรรษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (Government of SingaporeInvestment Corporation : GIC) ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น GIC Private Limitedในช่วงที่เขาเป็นรองนายกรัฐมนตรีระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๒๗
ส่วนอีกหนึ่งขุนพลข้างกายคือ โทนี ตัน ผู้เป็นทายาทความคิดของ ดร.โกห์ และเป็นบุคคลที่ ลี กวน ยู เคยหมายตาที่จะให้เป็นทายาททางการเมืองของเขาต่อไป แต่ตอนนั้น ดร.ตันเลือกที่จะไปทำงานในภาคเอกชน โดยไปรับตำแหน่งประธานและผู้อำนวยการใหญ่ Oversea-Chinese Banking Corporation ระหว่างปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ ก่อนที่จะกลับเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลโก๊ะ จ๊ก ตงผู้นำรุ่นที่สองของสิงคโปร์ แล้วไปเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GIC (๒๕๔๘-๒๕๕๔) ปัจจุบัน โทนี ตัน ยังคงมีบทบาทสูงในทางการเมืองของสิงคโปร์จนถึงทุกวันนี้ ดร.ตัน ก็เช่นเดียวกับ ดร.โกห์ ที่ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ในรัฐบาลมาเกือบทุกตำแหน่ง โดยตำแหน่งสุดท้ายในทางการเมืองของ โทนี ตัน คือ ตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ หรือประมุขของประเทศสิงคโปร์ (Head of State หรือ Chief of State)ระหว่างปี ๒๕๕๔-๒๕๖๐
ทั้ง โกห์ เคง สวี และ โทนี ตัน ล้วนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการบริหารบรรษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (GIC) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์การดำรงตำแหน่งดังกล่าวของทั้งคู่แสดงให้เห็นว่านายลีต้องการคนที่ไว้ใจในความรู้ความสามารถและเป็นบุคคลระดับหัวกะทิมาดูแลกระทรวงหรือหน่วยงานดังกล่าว โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการใช้คนแบบโกห์ เคง สวี และโทนี ตัน เข้ามาทำหน้าที่ในการ
สร้างระบบการศึกษาของสิงคโปร์ เนื่องด้วยนายลีเป็นคนผู้ให้ความสำคัญพิเศษกับเรื่องของการพัฒนาคน อันอยู่ในชุดความคิดของเขาที่อิงอยู่กับคำสำคัญสองคำคือ Progressivism (ความเจริญก้าวหน้า) และ Elitism (การปกครองโดยชนชั้นนำ)
ในเรื่อง ความเจริญก้าวหน้า (Progressivism)ลี กวน ยู เชื่อว่าอนาคตของสิงคโปร์นั้นขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของประเทศที่จะต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ดังที่นายลีเคยประกาศก้องไว้ภายหลังที่แยกตัวออกมาจากมาเลเซียในปี 1965 (พ.ศ. ๒๕๐๘) ได้ไม่นานว่า...เมื่อร้อยกว่าปีก่อน พื้นที่แห่งนี้มีเพียงแค่บึงโคลนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยเมืองหนึ่ง และในอีกสิบกว่าปีข้างหน้า... มั่นใจได้เลยว่า.. เมืองนี้จะต้องเป็นมหานครที่สำคัญของโลก...
ปัจจุบันสิงคโปร์ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นมหานครที่เป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจการเงิน การค้า การลงทุน โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการศึกษาของโลก.......ลี กวน ยู ประกาศวิสัยทัศน์ดังกล่าวข้างต้น ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่การเมืองไทยอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการในยุคของจอมพลคนสุดท้าย......
ส่วนเรื่อง Elitism หรือ การปกครองโดยชนชั้นนำ ของนายลีนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองต้องเป็นคนที่มาจากชนชั้นสูงหรือมีต้นทุนทางชาติตระกูลที่ดี แต่หมายถึงการปกครองโดยชนชั้นหัวกะทิที่ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้างเรื่องของความเป็นมืออาชีพมีลักษณะพิเศษในตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเทือกเถาเหล่ากอมาจากชนชั้นนำ
ดร.โกห์ และ ดร.ตัน คือตัวอย่างหัวกะทิในความหมายของลี กวน ยู.....โดยครั้งหนึ่ง..นายลีเคยมีความคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนของเขาควรจะต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
ภายหลังจากประสบความสำเร็จในการวางรากฐานและสร้างระบบเศรษฐกิจให้กับประเทศแล้ว ลี กวน ยู ก็ส่งสองขุนพลคู่ใจไปลุยงานด้านการศึกษาต่อ เพื่อทำหน้าที่ในการวางรากฐานและสร้างระบบการศึกษาของสิงคโปร์ให้มีความเป็นเลิศ เพื่อสร้าง “ทุนมนุษย์” (human capital) ให้มีคุณภาพสูงที่สุด โดยระหว่างปี ๒๕๒๒-๒๕๓๕ ทั้ง ดร.โกห์ และ ดร.ตัน จะผลัดกันมาเป็นรัฐมนตรีศึกษาในช่วงสิบสามปีสุดท้ายก่อนที่ ลี กวน ยู จะส่งไม้ต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปให้นาย โก๊ะ จ๊ก ตง ผู้นำรุ่นที่สองของสิงคโปร์ต่อไป
ดังที่ทราบกัน ระบบการศึกษาของสิงคโปร์มักจะถูกกล่าวถึงในฐานะที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ดังนั้นลี กวน ยู จึงต้องสรรหาบุคลากรอย่างเช่น โกห์ เคง สวี และ โทนี ตัน เพื่อให้มาทำงานตรงนี้ แม้กระทั่งตัวนายลีเอง ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยมานั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาอยู่ช่วงสั้นๆ เพราะตอนนั้นเขายังหาคนที่เหมาะสมมานั่งในตำแหน่งนี้ไม่ได้ นายตรรมัน จัณมุกรัตนัม(Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีหรือประมุขของประเทศสิงคโปร์คนปัจจุบัน ก็เคยเป็นรัฐมนตรีศึกษาคู่ใจของนายลี เซียน ลุง ผู้นำรุ่นที่สาม หรือ ลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำรุ่นที่สี่ของสิงคโปร์คนปัจจุบัน ก็เคยผ่านงานดูแลระบบการศึกษาของชาติในตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษามาก่อนเช่นกัน ก่อนที่จะไปเป็นรัฐมนตรีคลังและนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ
ระบบการศึกษาของสิงคโปร์มักถูกยกเป็น“ต้นแบบ” สำหรับหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ยกเว้นเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา
ดร.ธิติ สุวรรณทัต

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี