วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อได้เห็นรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทองเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำให้นึกถึงอดีตรัฐมนตรีศึกษาฯหลายๆ คนที่ผ่านมาของประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์
นับตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ที่สิงคโปร์ได้แยกตัวออกจากสหพันธรัฐมลายู กลายมาเป็นรัฐอิสระ นายลี กวน ยู ผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ (Founding Father of Singapore) และนายกรัฐมนตรีคนแรก(๒๕๐๘-๒๕๓๓) มีขุนพลคู่ใจสองคนที่เป็นทั้งมือซ้ายและมือขวาที่ร่วมกันสร้างชาติสิงคโปร์ขึ้นมาด้วยกัน คนแรกคือ ดร.โกห์ เคง สวี (Goh Keng Swee) ส่วนอีกคนหนึ่งคือ ดร.โทนี ตัน (Tony Tan)
โกห์ เคง สวี ผ่านตำแหน่งสำคัญๆในรัฐบาลนายลี มาเกือบทุกตำแหน่ง ดร.โกห์ ถือเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยของลี กวน ยู เป็นทั้งรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีคลังคนแรกของสิงคโปร์ โดยถูกขนานนามว่าเป็น สถาปนิกผู้รังสรรค์รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ เขาเป็นผู้มีบทบาทในการจัดตั้งและวางรากฐานให้กับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ นั้นคือ TemasekHolding และบรรษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (Government of SingaporeInvestment Corporation : GIC) ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น GIC Private Limitedในช่วงที่เขาเป็นรองนายกรัฐมนตรีระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๒๗
ส่วนอีกหนึ่งขุนพลข้างกายคือ โทนี ตัน ผู้เป็นทายาทความคิดของ ดร.โกห์ และเป็นบุคคลที่ ลี กวน ยู เคยหมายตาที่จะให้เป็นทายาททางการเมืองของเขาต่อไป แต่ตอนนั้น ดร.ตันเลือกที่จะไปทำงานในภาคเอกชน โดยไปรับตำแหน่งประธานและผู้อำนวยการใหญ่ Oversea-Chinese Banking Corporation ระหว่างปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ ก่อนที่จะกลับเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลโก๊ะ จ๊ก ตงผู้นำรุ่นที่สองของสิงคโปร์ แล้วไปเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GIC (๒๕๔๘-๒๕๕๔) ปัจจุบัน โทนี ตัน ยังคงมีบทบาทสูงในทางการเมืองของสิงคโปร์จนถึงทุกวันนี้ ดร.ตัน ก็เช่นเดียวกับ ดร.โกห์ ที่ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ในรัฐบาลมาเกือบทุกตำแหน่ง โดยตำแหน่งสุดท้ายในทางการเมืองของ โทนี ตัน คือ ตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ หรือประมุขของประเทศสิงคโปร์ (Head of State หรือ Chief of State)ระหว่างปี ๒๕๕๔-๒๕๖๐
ทั้ง โกห์ เคง สวี และ โทนี ตัน ล้วนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการบริหารบรรษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (GIC) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์การดำรงตำแหน่งดังกล่าวของทั้งคู่แสดงให้เห็นว่านายลีต้องการคนที่ไว้ใจในความรู้ความสามารถและเป็นบุคคลระดับหัวกะทิมาดูแลกระทรวงหรือหน่วยงานดังกล่าว โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการใช้คนแบบโกห์ เคง สวี และโทนี ตัน เข้ามาทำหน้าที่ในการ
สร้างระบบการศึกษาของสิงคโปร์ เนื่องด้วยนายลีเป็นคนผู้ให้ความสำคัญพิเศษกับเรื่องของการพัฒนาคน อันอยู่ในชุดความคิดของเขาที่อิงอยู่กับคำสำคัญสองคำคือ Progressivism (ความเจริญก้าวหน้า) และ Elitism (การปกครองโดยชนชั้นนำ)
ในเรื่อง ความเจริญก้าวหน้า (Progressivism)ลี กวน ยู เชื่อว่าอนาคตของสิงคโปร์นั้นขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของประเทศที่จะต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ดังที่นายลีเคยประกาศก้องไว้ภายหลังที่แยกตัวออกมาจากมาเลเซียในปี 1965 (พ.ศ. ๒๕๐๘) ได้ไม่นานว่า...เมื่อร้อยกว่าปีก่อน พื้นที่แห่งนี้มีเพียงแค่บึงโคลนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยเมืองหนึ่ง และในอีกสิบกว่าปีข้างหน้า... มั่นใจได้เลยว่า.. เมืองนี้จะต้องเป็นมหานครที่สำคัญของโลก...
ปัจจุบันสิงคโปร์ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นมหานครที่เป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจการเงิน การค้า การลงทุน โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการศึกษาของโลก.......ลี กวน ยู ประกาศวิสัยทัศน์ดังกล่าวข้างต้น ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่การเมืองไทยอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการในยุคของจอมพลคนสุดท้าย......
ส่วนเรื่อง Elitism หรือ การปกครองโดยชนชั้นนำ ของนายลีนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองต้องเป็นคนที่มาจากชนชั้นสูงหรือมีต้นทุนทางชาติตระกูลที่ดี แต่หมายถึงการปกครองโดยชนชั้นหัวกะทิที่ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้างเรื่องของความเป็นมืออาชีพมีลักษณะพิเศษในตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเทือกเถาเหล่ากอมาจากชนชั้นนำ
ดร.โกห์ และ ดร.ตัน คือตัวอย่างหัวกะทิในความหมายของลี กวน ยู.....โดยครั้งหนึ่ง..นายลีเคยมีความคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนของเขาควรจะต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
ภายหลังจากประสบความสำเร็จในการวางรากฐานและสร้างระบบเศรษฐกิจให้กับประเทศแล้ว ลี กวน ยู ก็ส่งสองขุนพลคู่ใจไปลุยงานด้านการศึกษาต่อ เพื่อทำหน้าที่ในการวางรากฐานและสร้างระบบการศึกษาของสิงคโปร์ให้มีความเป็นเลิศ เพื่อสร้าง “ทุนมนุษย์” (human capital) ให้มีคุณภาพสูงที่สุด โดยระหว่างปี ๒๕๒๒-๒๕๓๕ ทั้ง ดร.โกห์ และ ดร.ตัน จะผลัดกันมาเป็นรัฐมนตรีศึกษาในช่วงสิบสามปีสุดท้ายก่อนที่ ลี กวน ยู จะส่งไม้ต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปให้นาย โก๊ะ จ๊ก ตง ผู้นำรุ่นที่สองของสิงคโปร์ต่อไป
ดังที่ทราบกัน ระบบการศึกษาของสิงคโปร์มักจะถูกกล่าวถึงในฐานะที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ดังนั้นลี กวน ยู จึงต้องสรรหาบุคลากรอย่างเช่น โกห์ เคง สวี และ โทนี ตัน เพื่อให้มาทำงานตรงนี้ แม้กระทั่งตัวนายลีเอง ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยมานั่งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาอยู่ช่วงสั้นๆ เพราะตอนนั้นเขายังหาคนที่เหมาะสมมานั่งในตำแหน่งนี้ไม่ได้ นายตรรมัน จัณมุกรัตนัม(Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีหรือประมุขของประเทศสิงคโปร์คนปัจจุบัน ก็เคยเป็นรัฐมนตรีศึกษาคู่ใจของนายลี เซียน ลุง ผู้นำรุ่นที่สาม หรือ ลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำรุ่นที่สี่ของสิงคโปร์คนปัจจุบัน ก็เคยผ่านงานดูแลระบบการศึกษาของชาติในตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษามาก่อนเช่นกัน ก่อนที่จะไปเป็นรัฐมนตรีคลังและนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ
ระบบการศึกษาของสิงคโปร์มักถูกยกเป็น“ต้นแบบ” สำหรับหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ยกเว้นเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา
ดร.ธิติ สุวรรณทัต

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จในพิธีบวงสรวงพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา โรคไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่ออันตราย
สรรเพชญ ปลุกท่องเที่ยวทะเลน้อย-คลองลำปำ
อ.อัจฉราวดี โล่งใจ รับข้อมูลคลาดเคลื่อน ร่างพรบ.SEC ไม่ซุกคาสิโน
ณัฏฐ์ชนน ลั่น!หยุดบิดเบือนแลนด์บริดจ์ ขู่ใครใส่ร้ายภูมิใจไทย เจอจัดการทางกฎหมายแน่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี