วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว “ตลาดพยากรณ์” (Prediction Market) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินโอกาสความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในอนาคต ตั้งแต่ผลการแข่งขันกีฬา สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ไปจนถึงผลการเลือกตั้งทางการเมือง โดยอาศัยพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมที่ลงเงินเดิมพันเป็นตัวบ่งชี้ความเชื่อของนักลงทุนหรือประชาชนทั่วไป
ตลาดพยากรณ์ หรือบางครั้งเรียกว่า “Decision Market” เป็นระบบตลาดที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมซื้อขายหุ้นหรือสัญญาซึ่งมีผลตอบแทนที่ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในอนาคต โดยหุ้นในเหตุการณ์จะมีราคาอยู่ระหว่าง 0-1 ดอลลาร์ (หรือ 0-100 เซนต์) ซึ่งสะท้อน “โอกาส” ที่ตลาดคาดว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดจริง
ตัวอย่างเช่น ในตลาดพยากรณ์ “พรรคใดจะชนะเลือกตั้งใน เขต 1 จังหวัด ก.?”
หากราคาอยู่ที่ 0.65 ดอลลาร์ หรือ 65 เซนต์ก็หมายความว่า ผู้เข้าร่วมโดยรวมประเมินโอกาสชนะของตัวเลือกนั้นอยู่ที่ประมาณ 65% เป็นต้น
หนึ่งในแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในตลาดพยากรณ์ คือ “Polymarket” ซึ่งเป็นตลาดพยากรณ์ที่ผู้ใช้สามารถซื้อขาย “หุ้น” ในเงื่อนไขผลลัพธ์ของเหตุการณ์จริงได้ โดยราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวจะสะท้อนความน่าจะเป็นโดยรวมที่ตลาดมองว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น
และล่าสุดก็มี “ตลาด” หนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากใน Polymarket คือ ตลาด “Thailand Legislative Election Winner” (https://polymarket.com/event/thai-legislative-election-winner) ที่กำลังเปิดการซื้อขายหุ้นการพยากรณ์ว่า....พรรคใดจะได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรไทยปี 2569...
ความน่าสนใจของตลาดพยากรณ์อยู่ที่ราคาซื้อขายซึ่งสะท้อน “การส่งข้อมูลเชิงสัญญาณ” จากกลุ่มผู้เข้าร่วมที่ใช้เงินทุนจริงเป็นเดิมพัน ทำให้ราคามักสะท้อน “สัญญาณความเชื่อรวม”ที่คำนวณจากปัจจัยต่างๆ มากกว่าแค่ตัวเลขโพลแบบเดิม
หลักการทำงานของตลาดพยากรณ์สามารถอธิบายได้ผ่านแนวคิดหลายประการ เช่น
1) เป็นการรวมข้อมูลแบบกระจายความรู้ เพราะผู้เข้าร่วมแต่ละคนถือข้อมูล ความเชื่อ ค่านิยม หรือการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน ตลาดพยากรณ์จะ “รวม” ข้อมูลเหล่านี้ผ่านราคาซึ่งจะสะท้อน “ความเห็นที่สอดคล้องกัน” ที่คำนวณจากการเสี่ยงเงินของผู้เล่นซึ่งต่างจากการสำรวจโพล หรือโมเดลสถิติที่มักใช้ตัวอย่างประชากรเท่านั้น
2) การลงเงินและแรงจูงใจของผู้เข้าร่วมนั้น เป็นการลงเงินจริงเพื่อเดิมพันผลลัพธ์ ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้าร่วมคาดการณ์อย่างรอบคอบ
3) ข้อมูลเชิงประจักษ์หลายชิ้นระบุว่า ความถูกต้องของการคาดการณ์ หรือผลลัพธ์จากตลาดพยากรณ์มักเทียบเคียงหรือแม้กระทั่งถูกต้องมากกว่าการสำรวจของโพลแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสภาพคล่องและผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะราคาของการซื้อขายจะสะท้อนการคาดการณ์ที่ถูกปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา
Polymarket เป็นตลาดพยากรณ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ที่เปิดตลาดสำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งผลลัพธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กีฬาบันเทิง หรือเหตุการณ์อะไรก็ได้ ถ้ามีการตั้งหัวข้อหรือประเด็นที่ต้องการจะเปิดการเดิมพันกับเหตุการณ์นั้น ผู้เข้าร่วมสามารถซื้อขายหุ้นในเหตุการณ์เหล่านี้ได้โดยตรง ซึ่งราคาจะขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานในหุ้นแต่ละตัวหรือแต่ละเหตุการณ์
สิ่งที่ทำให้ Polymarket เด่นคือ เป็นระบบกระจายศูนย์ ข้อมูลมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยใช้เงินดิจิทัล เช่น USDC (US Digital Currency) ในการเดิมพัน และไม่มีการกำกับดูแลในหลายประเทศ ทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงตลาดนี้ได้อย่างเสรี
นอกจากนี้ การซื้อขายใน Polymarket ยังเป็นการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ราคาของหุ้นจะสะท้อนการประเมินใหม่ทันที เมื่อมีข้อมูลหรือการซื้อขายเกิดขึ้น รวมทั้งเป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั่วโลก ผู้เข้าร่วมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศเดียว ทำให้มุมมองข่าวสารจากหลายแหล่งที่มาถูกบูรณาการและสะท้อนอยู่ในราคา
ใน Polymarket ผู้เข้าร่วมจะซื้อขายหุ้นในตลาดที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำหนด ตัวอย่างเช่น “พรรค ก. จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่?” หากใครเชื่อว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้น เขาก็จะซื้อหุ้น “Yes” และขาย “No”
ราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงในตลาดจะสะท้อนโอกาสโดยรวมของเหตุการณ์ตามมุมมองของผู้เข้าร่วม หากราคาหุ้นสูงแสดงว่าตลาดให้ความน่าจะเป็นสูงสำหรับเหตุการณ์นั้นในทางกลับกัน ถ้าราคาหุ้นต่ำก็แสดงว่าตลาดให้ความน่าจะเป็นที่ต่ำในการเกิดเหตุการณ์นั้น
นับตั้งแต่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หนึ่งในตลาดพยากรณ์บน Polymarket ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ตลาด “Thailand Legislative Election Winner” ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานเดิมพันว่าพรรคการเมืองใดจะชนะหรือได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรไทยครั้งนี้
จากข้อมูลการซื้อขายหุ้นล่าสุดในตลาดพยากรณ์ Polymarket เพื่อทำนายผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์(ขณะเขียนบทความนี้ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 12.00 น.)
พรรคประชาชน อยู่ในตำแหน่งตัวเต็งสูงสุดอยู่ราวๆ69% ในตลาด Polymarket ว่าจะได้ที่นั่งมากที่สุด รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ที่ประมาณ 31% พรรคเพื่อไทย 2%ส่วนพรรคอื่นๆ มีโอกาสไม่ถึง 1% ขณะที่ปริมาณเงินเดิมพันรวมในตลาดก็สูงกว่า ประมาณ 4.97 ล้านดอลลาร์ (ขณะเขียนบทความตอนนี้) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีสภาพคล่องและผู้เข้าร่วมจำนวนมากให้ความสนใจตลาดนี้
ราคาหุ้นที่ Polymarket สะท้อน “โอกาส” ที่ผู้เข้าร่วมประเมินว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้น ราคาที่สูงกว่าสำหรับพรรคประชาชน หมายความว่าผู้เล่น มองว่าโอกาสที่พรรคนี้จะได้ที่นั่งสูงที่สุดมีมากกว่า
โดยราคาหุ้น “Yes” พรรคประชาชน ซื้อขายกันที่ 0.69 ดอลลาร์ และหุ้น “No” ที่ 0.32 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่า ผู้ซื้อขายหุ้นในตลาดพยากรณ์ “Thailand Legislative Election Winner” ทำนายว่าโอกาสที่พรรคประชาชนจะได้ที่นั่งสูงสุดมี 69% และไม่ได้มี 32%
ขณะที่ ราคาหุ้น “Yes” พรรคภูมิใจไทย ซื้อขายกันที่ 0.31 ดอลลาร์ และหุ้น “No” ที่ 0.70 ดอลลาร์ ส่วนหุ้น “Yes” พรรคเพื่อไทย ซื้อขายที่ 0.01 ดอลลาร์ และหุ้น “No” ที่ 0.98 ดอลลาร์
หรืออย่างราคาซื้อหุ้น “Yes” พรรคพลังประชารัฐซื้อขายกันที่ 0.001 ดอลลาร์ หรือไม่ถึงหนึ่งเซนต์ ซึ่งหมายความว่า ตลาดพยากรณ์ Polymarket ทำนายว่าโอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งสูงสุดมีเพียงแค่หนึ่งในพัน...เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมตลาดไม่ได้หมายความถึงประชาชนคนไทยทั้งหมด อาจจะเป็นชนชาติใดในโลกใบนี้ก็ได้ และกลุ่มคนที่เลือกเข้าร่วมตลาดก็อาจมีมุมมองเฉพาะทาง ที่อาจะไม่ได้มีความรู้เรื่องการเมืองไทยมากนัก แต่ใช้วิธีประมวลผลและบูรณาการข้อมูลต่างๆ จากผลโพลของแต่ละสำนักในเมืองไทย
ดังนั้น ราคาตลาดจึงสะท้อนเงินเดิมพันและแรงจูงใจทางผลตอบแทนมากกว่าเสียงประชาชนคนไทยทั่วไปโดยตรง นั่นคือ การตีความตลาดพยากรณ์ต้องระวังว่าเป็น “สัญญาณเชิงข้อมูล” ไม่ใช่ “เสียงประชามติ” ของคนไทยโดยตรง
กระนั้นก็ดี การใช้ตลาดพยากรณ์อย่าง Polymarketเพื่อคาดการณ์ผลเลือกตั้งมีข้อดีหลายประการ :
1) เป็นการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ตลาดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลทันทีที่เงินทุนใหม่เข้ามา ซึ่งก้าวหน้าและรวดเร็วกว่าการสำรวจแบบดั้งเดิมที่อาจมีช่วงเวลาหน่วง
2) การรวมข้อมูลเชิงพฤติกรรมราคา เกิดจากการรวมข้อมูลของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ทำให้สามารถบูรณาการมุมมองข่าวสาร การคาดการณ์ และความเสี่ยงทางการเมืองลงในราคาที่ซื้อขายกัน
3) แรงจูงใจจากการที่ใช้เงินจริง เพราะเมื่อเงินทุนจริงถูกเสี่ยง ผู้เข้าร่วมจะต้องพยายามพิจารณาผลลัพธ์อย่างรอบคอบ ความคิดที่อยู่เบื้องหลังราคาจึงมีน้ำหนักกว่าเสียงโหวตในโพลที่ไม่ต้องลงเงิน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดพยากรณ์จะมีประโยชน์ในการให้สัญญาณเชิงข้อมูลก่อนวันเลือกตั้ง แต่ก็มีข้อจำกัดที่สำคัญ เช่น ข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลที่สามารถมีผลต่อราคาหุ้นเนื่องจากผู้เล่นอาจตีความหรือใช้ข้อมูลที่ผิดพลาดได้ รวมถึงปัจจัยเรื่องความลำเอียงของผู้เข้าร่วมซึ่งอาจทำให้ความเชื่อของตลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ง่าย
นอกจากนั้น กลุ่มคนผู้เข้าร่วมการพนันขันต่อในตลาดพยากรณ์นั้น จะเป็นการรวมข้อมูลจากกลุ่มคนจำนวนจำกัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนใน Gen Y (เกิดระหว่างปี 1981-1996 หรือ อายุ 30-45 ปี) และอาจมี Gen Z ผสมเข้ามาบ้าง (เกิดระหว่างปี 1997-2012 หรือ อายุ 14-29 ปี) ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต สนใจเรื่องการเก็งกำไรและเงินคริปโต เพราะในตลาดพยากรณ์ส่วนใหญ่จะใช้เงินดิจิทัลในการซื้อขายกัน การตีความราคาจึงต้องระวังเรื่องความลำเอียงของกลุ่มตัวอย่าง ไม่สามารถแทนความเห็นของประชาชนทั่วไปได้ทั้งหมด
ดังนั้น ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมพรรคประชาชนจึงอยู่ในตำแหน่งตัวเต็งสูงสุดในตลาด Polymarket
ฉะนั้น อีกเพียงสองวัน เราก็จะทราบว่าการคาดการณ์ผลทางการเมืองของไทยบนตลาดพยากรณ์ระดับโลกอย่าง Polymarket ในเหตุการณ์ Thailand Legislative Election Winner จะมีความแม่นยำเพียงใด
ดร.ธิติ สุวรรณทัต
หมายเหตุ : ดูเพิ่มเติมได้ใน “ตลาดพยากรณ์” คอลัมน์ ปรีชาทัศน์ หนังสือพิมพ์ แนวหน้า ฉบับวันที่ 14 มีนาคม 2568
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี