วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

ดูทั้งหมด

  •  

การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เพราะนอกจากจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศแล้ว ยังเกิดขึ้นพร้อมกับการลงประชามติว่าด้วยการเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนมิได้เพียงตัดสินใจเลือกตัวแทนทางการเมือง แต่ยังมีส่วนร่วมในการกำหนด “กติกาสูงสุด” ของระบบการเมืองไทย

ปรากฏการณ์หนึ่งที่กลายเป็นดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนสามารถกวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครได้ทั้งหมด แต่กลับพ่ายแพ้หลายพื้นที่ในเขตต่างจังหวัด


ความแตกต่างอย่างชัดเจนของผลคะแนนระหว่าง “กรุงเทพมหานครและปริมณฑล” กับ “พื้นที่ต่างจังหวัด” นำไปสู่การออกมาดูหมิ่นด้อยค่าของคนบางกลุ่มต่อคนต่างจังหวัดว่าเป็น “พวกโง่และจน”

“ประชาธิปไตยคือการปกครองของคนจนและคนโง่” ไม่ใช่คำพูดที่ใหม่ แต่ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณในยุคของเพลโต อริสโตเติล

การวิจารณ์ประชาธิปไตยเอเธนส์ยุคนั้นมาจากความกังวลว่าเสียงข้างมากซึ่งประกอบด้วยคนที่มี “ทรัพยากรน้อย” และ “ความรู้จำกัด” จะมีวิจารณญาณ หรือ “ความรู้ในการวินิจฉัยสิ่งถูกผิดตามเหตุผล” ที่น้อยและจำกัดตามไปด้วย ดังนั้น “ประชาธิปไตยจึงเป็นการปกครองของคนจนและคนโง่” ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนี้มักถูกย่อให้เหลือสองสมมุติฐานหลัก ได้แก่

หนึ่ง..ในสังคม “คนจน” มีจำนวนมากกว่า “คนรวย” และ

สอง..ในสังคม คนที่ “ไม่ฉลาด” มีจำนวนมากกว่า “คนฉลาด”

ถ้าเป็นเช่นนี้ ในเมื่อ “คนกรุงเทพฯ” บางคนใช้ตรรกะประชาธิปไตยเช่นนี้กับคนต่างจังหวัด ในทำนองเดียวกัน “คนต่างจังหวัด” ก็สามารถใช้ตรรกะชุดเดียวกันนี้กับผลการเลือกตั้งเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครกับคนกรุงเทพฯได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราตรวจสอบ “คำดูหมิ่นประชาธิปไตย” ดังกล่าว หรือตรรกะประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้ง เสียงข้างมาก และข้อกล่าวหาว่าเป็นการปกครองของคนจนและคนโง่อย่างจริงจัง แล้วถามกลับว่า...ปัญหาอยู่ที่ “เสียงข้างมาก”จริงหรือไม่...หรืออยู่ที่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น

ข้อถกเถียงที่ว่าประชาธิปไตยคือการปกครองของคนจนและคนโง่นั้น ตั้งอยู่บนตรรกะสามชั้นที่ทับซ้อนกันอยู่ คือ

ขั้นที่ 1 คือ ความไม่เท่าเทียมเชิงจำนวน เพราะในทุกสังคมโดยเฉพาะแบบทุนนิยม คนจนมีจำนวนมากกว่าคนรวย และคนที่ไม่ได้รับการศึกษาสูงมีจำนวนมากกว่าชนชั้นนำทางปัญญา

ขั้นที่ 2 คือ การเลือกตั้งแบบหนึ่งเสียงเท่ากัน ประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งไม่ถ่วงน้ำหนักเสียงตามทรัพย์สินหรือความรู้ แต่ให้ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง”

ขั้นที่ 3 คือ ผลลัพธ์เชิงอำนาจของเสียงข้างมาก ที่กำหนดทิศทางการเมืองและเสียงข้างมากนั้นคือคนจนและคนที่ถูกมองว่า “ไม่รู้เท่าทัน”

เมื่อรวมตรรกะชุดนี้เข้าด้วยกัน จึงสรุปว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองของคนจนและคนโง่ หรือบางครั้งก็เรียกว่า “mob rule” หรือ“การปกครองของฝูงชน” ดังนั้น เมื่อใช้หลักการ“หนึ่งคนหนึ่งเสียง” ประชาธิปไตยจึงกลายเป็นการปกครองของคนจนและคนโง่โดยตรรกะชุดนี้

แต่ประชาธิปไตยในฐานะทฤษฎีการเมือง ไม่เคยตั้งอยู่บนแนวคิดว่า “คนที่มีทรัพย์มากย่อมปกครองได้ดีกว่า” ตรงกันข้ามประชาธิปไตยเกิดขึ้นจากการปฏิเสธตรรกะนั้นโดยตรง และความจนคือไม่ใช่คุณสมบัติที่ทำให้การตัดสินใจทางการเมืองด้อยคุณค่า การมีทรัพย์น้อยไม่ได้บ่งบอกถึงการขาดเหตุผล ความไม่รู้ หรือการขาดความสามารถในการตัดสินใจทางการเมือง (ดูเพิ่มเติมใน “การไม่รู้ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” คอลัมน์ ปรีชาทัศน์ หนังสือพิมพ์ แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2569)

เพราะถ้าเรายอมรับว่าความจนหรือการมีทรัพยากรน้อยทำให้วิจารณญาณทางการเมืองน้อยตามไปด้วยนั้น ก็เท่ากับว่าเรากำลังย้อนกลับไปยังความคิดแบบ “Property qualification” ซึ่งเป็นแนวคิดทางการเมืองที่กำหนดว่า บุคคลจะมีสิทธิทางการเมืองบางอย่างได้นั้น ต้องมีทรัพย์สินตามเกณฑ์ที่รัฐหรือกฎหมายกำหนด แนวคิดนี้เชื่อว่าผู้ที่มีทรัพย์สินจะต้องมีความรับผิดชอบ มีการศึกษา และมีผลประโยชน์ผูกพันกับความมั่นคง หรือ “มีส่วนได้เสียกับรัฐ” เท่านั้นจึงควรมีเสียงทางการเมือง

แนวคิด Property qualification จะพบมากในรัฐยุคแรกๆ เช่น อังกฤษในศตวรรษที่ 18-19ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นเจ้าของที่ดินหรือรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งส่งผลให้ชาวนาไร้ที่ดิน ชนชั้นแรงงาน หรือคนยากจนถูกกีดกันจากการเมือง ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือสหรัฐยุคเริ่มก่อตั้งประเทศใหม่ๆ ในหลายรัฐกำหนดว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นชายผิวขาวที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน เช่น บ้านหรือที่ดิน

Property qualification เป็นแนวคิดที่สะท้อนการเมืองแบบชนชั้น ซึ่งขัดกับหลักความเสมอภาคในทางการเมือง ปัจจุบันถูกยกเลิกไปเกือบหมด และแทนที่ด้วยแนวคิด “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” เพราะประชาธิปไตยถือว่าผลกระทบจากอำนาจรัฐตกกับทุกคนอย่างเท่าเทียมในฐานะผู้ถูกปกครอง ดังนั้น ความชอบธรรมจึงต้องมาจากความยินยอมของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ “มี”

ประชาธิปไตยไม่ได้ต้องการ “ความฉลาดเชิงเทคนิค” ของผู้เชี่ยวชาญทุกคน แต่ต้องการความสามารถในการรับรู้ผลประโยชน์ของตนเองและแสดงความต้องการนั้นในพื้นที่สาธารณะ เพราะการตัดสินใจทางการเมืองไม่ใช่ข้อสอบวัด IQ และประชาธิปไตยก็ไม่ใช่เครื่องวัดกรองความฉลาดของผู้คน

ข้อกล่าวหาว่าประชาธิปไตยคือการปกครองของคนโง่เกิดจากการคาดหวังว่าระบบการเมืองต้องเลือก “คำตอบที่ดีที่สุด” แต่ประชาธิปไตยไม่ได้สัญญาว่าจะได้คำตอบที่ฉลาดที่สุดประชาธิปไตยสัญญาเพียงว่า..การปกครองต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐ อำนาจจะไม่ถูกผูกขาด ผู้ปกครองจะต้องถูกตรวจสอบ และกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจต้องเป็นไปโดยสันติวิธี

ในความหมายนี้ ประชาธิปไตยอาจไม่ฉลาดที่สุด แต่เป็นระบอบที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์และออกแบบอำนาจโดยไม่ไว้วางใจใครมากเกินไป และนั่นคือเหตุผลที่มันยังคงเป็นระบอบการเมืองที่มีเหตุผลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น ดังนั้น คำดูหมิ่นประชาธิปไตยของคนบางกลุ่มนั้นไม่ใช่ปัญหาของประชาธิปไตย แต่เป็นการไม่ยอมรับความเสมอภาคทางการเมือง การไม่ยอมรับว่าประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างเท่าเทียมกัน

ดร.ธิติ สุวรรณทัต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:46 น. มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ
20:24 น. เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี
20:24 น. ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
20:06 น. สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน
19:59 น. ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
'ตั๊ก มยุรา–หนุ่ย ธาดา'40 ปีชีวิตคู่ไม่สมบูรณ์แบบเลือกอยู่เพราะความดี
รุ่นใหญ่หัวใจว้าวุ่น‘สุรชัย'ควงคู่‘ไดอาน่า’หวานฉ่ำริมระเบียง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
บิ๊กโจ๊ก พาคนใต้กลับบ้าน จัด เที่ยวบิน-รถบัส ฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ชมคลิป
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน9)
จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?
การเดินเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ‘Walking is a man’s best medicine’ โดย Hippocrates
บุคคลแนวหน้า : 29 มีนาคม 2569
ภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงในสุนัขที่เกิดจากยาสลบ (ตอนที่ 2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง

งามจับใจ! ใหม่ ดาวิกา สวมชุดไทยสวยสง่าดั่งภาพวาด

เอ็ดดี้ โต้เดือด ด้อมพี อ่านให้แตก ก่อนแบกจนหลงทาง

  • Breaking News
  • มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ
  • เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี
  • ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์ ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
  • สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน
  • ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

27 มี.ค. 2569

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

20 มี.ค. 2569

เรื่องของราคาน้ำมัน

เรื่องของราคาน้ำมัน

13 มี.ค. 2569

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

6 มี.ค. 2569

เครือข่ายออนไลน์ลับ

เครือข่ายออนไลน์ลับ

27 ก.พ. 2569

การปั่นหัวทางการเมือง

การปั่นหัวทางการเมือง

20 ก.พ. 2569

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

13 ก.พ. 2569

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

6 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved