วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อสัปดาห์ก่อน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จัดแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่โรงแรม Hilton Bangkok Grande Asoke โดย นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับคนอิสราเอลที่มาเมืองไทยจำนวนมากว่า “ในปี 2025 มีชาวอิสราเอลประมาณ 425,000 คนเดินทางมาเยือนประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากรอิสราเอลทั้งหมดนี่เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก”
นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ ยังระบุว่า “พวกเขามาเพราะพวกเขารู้สึกปลอดภัยที่นี่ เพราะพวกเขารู้สึกว่าได้รับการต้อนรับ ผู้คนเหล่านี้เดินทางมาเพราะกำลังมองหาสถานที่ที่สงบสุข… ไม่ใช่เพราะต้องการนำความขัดแย้งมาที่นี่”
ประเด็นยิวในไทยหรือชาวอิสราเอลในไทยนั้นมีปัญหาที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การแฝงตัวทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมายผ่านนอมินี หรือการใช้คนไทยเป็นตัวออกหน้าในการประกอบธุรกิจ การอยู่อาศัยเกินกำหนดพฤติกรรมและความขัดแย้งทางวัฒนธรรม และที่สำคัญในเวลานี้คือ การจับกลุ่มชุมชนของชาวอิสราเอลในบางพื้นที่ได้สร้างความกังวล เรื่องการกลายเป็นเป้าหมายความขัดแย้งจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน
ถ้ายังพอจำกันได้ เมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว ในวันวาเลนไทน์ปี 2555 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานครบริเวณถนนสุขุมวิท 71 เหตุการณ์ในวันนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อตำรวจ สน.คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุระเบิดหลายครั้งในซอยสุขุมวิท 71 จึงได้เร่งเดินทางไปตรวจสอบ แต่ระหว่างทางก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบชายชาวตะวันออกกลางท่าทางมีพิรุธคนหนึ่ง เดินสะพายเป้และกล้องวิดีโออยู่บนถนนสุขุมวิท 71 ระหว่างซอยปรีดี พนมยงค์ 31 กับ 33 โดยตามเสื้อผ้าและเนื้อตัวนั้นเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด
พลันที่เจ้าหน้าตำรวจกำลังจะแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวก็ใช้มือล้วงเข้าไปหยิบระเบิดในเป้เพื่อเตรียมขว้างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ลูกระเบิดกลับลื่นหลุดจากมือและระเบิดลงใกล้ตัว ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บขาขาดทั้งสองข้าง
ภายหลังเหตุการณ์ ได้มีการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านั้นระเบิดที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านที่คนร้ายเช่าในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ได้เกิดระเบิดขึ้นบ้านหลังนี้ถูกเช่าอาศัยโดยชายชาวอิหร่าน 3 คน เพื่อเป็นแหล่งกบดานเตรียมก่อการร้ายบางอย่าง และพลันที่เกิดอุบัติเหตุระเบิดขึ้นภายในบ้าน คนร้ายทั้งสามจึงได้พากันแยกย้ายหลบหนีออกมาจากบ้านดังกล่าว โดยหนึ่งในสามนั้นได้พยายามเรียกรถแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศต่อไป แต่เมื่อแท็กซี่ไม่จอด ด้วยความโกรธคนร้ายจึงได้เอาระเบิดโยนใส่ ทำให้รถพังได้รับความเสียหายและคนขับบาดเจ็บ และในเวลาไล่เลี่ยกันก็พยายามจะโยนระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีก แต่กลับพลาดตกลงมาโดนตัวเอง ดังที่กล่าวมา
ส่วนคนร้ายอีกสองคนถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดยคนหนึ่งถูกจับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะที่เตรียมจะขึ้นเครื่องบินหนีไปมาเลเซีย ส่วนอีกคนหนีรอดไปที่มาเลเซียได้ แต่ก็ถูกจับตัวได้โดยรัฐบาลมาเลเซียที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินหนีต่อไปลงที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
จากการขยายผลการสืบสวนของตำรวจ วัตถุระเบิดที่พบในบ้านหลังนั้นเป็นระเบิดซีโฟร์ที่มีการติดแม่เหล็กเอาไว้เพื่อนำไปติดกับยานพาหนะเป้าหมายสังหาร อันเป็นวิธีการเดียวกันที่พึ่งถูกใช้ในการโจมตีรถยนต์ของคณะทูตอิสราเอล ในกรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย และเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลในกรุงทบิลิซี (Tbilisi) ประเทศจอร์เจีย ที่เกิดขึ้นหนึ่งวันก่อนเหตุระเบิดในประเทศไทย
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายๆ ประเทศโดยเฉพาะสหรัฐและอิสราเอลได้ออกมาเตือนประชาชนของตนเองในประเทศไทยให้ระวังตัวไว้ เพราะว่าคนร้ายมีแผนการที่จะลอบสังหารนักการทูตอิสราเอลในไทยด้วยวิธีวางระเบิดรถ เช่นเดียวกับที่กรุงนิวเดลีและกรุงทบิลิซี รวมถึงแผนการระเบิดสถานทูตและลอบสังหารรัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอลที่กำลังจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงเวลานั้นอีกด้วย
เหตุการณ์ระเบิดช่วงวันวาเลนไทน์ ปี 2555 ใน 3 มหานครเมืองหลวงของอินเดีย จอร์เจีย และไทยนั้นเป็นหนึ่งในหลายๆ แผนก่อการร้ายที่กองกำลังคุดส์ (Quds ซึ่งหมายถึง กรุงเยรูซาเลม ในภาษาเปอร์เซีย) ภายใต้การนำของ นายพล กอเซ็มสุไลมานี (Qassem Suleimani) ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ อันเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษในต่างแดนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC (the Islamic Revolution Guard Corps) ใช้เป็นมาตรการตอบโต้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่ก่อนหน้านั้นได้พยายามทุกวิถีทางโดยเฉพาะด้วยวิธีปฏิบัติการลับเพื่อขัดขวางโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมทางไซเบอร์ (cyber-attacks) ไปจนถึงการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่านสี่คน ซึ่งทางอิหร่านเชื่อว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง
สุไลมานีได้เริ่มเตรียมแผนก่อการร้ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล ตั้งแต่ปี 2553 โดยในช่วงปี 2554-2555มีความพยายามก่อการร้ายเกิดขึ้นมากกว่า 30 ครั้ง
รวมทั้งที่ประเทศไทยด้วย ดังที่เล่ามาข้างต้น และปฏิบัติการครั้งที่เหยียบจมูกสหรัฐมากที่สุดก็คือ แผนการวางระเบิดสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐ ในปี 2554 ด้วยการใช้กลุ่มแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโกเป็นผู้ลงมือ
โดยในแผนการนี้ ตัวสุไลมานีเองจะเข้าไปนั่งกินอาหารมื้ออร่อยในภัตตาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับทำเนียบขาว ขณะที่แก๊งค้ายากำลังลงมือปฏิบัติการ แต่แผนก่อการร้ายครั้งนี้ได้เกิดล้มเหลวขึ้น เมื่อหนึ่งในสมาชิกแก๊งค้ายาที่สุไลมานีจ้างมากลับกลายเป็นสายข่าวของหน่วยงานปรามปรามยาเสพติดสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าแผนการถล่มสถานทูตซาอุฯ ในสหรัฐจะล้มเหลว แต่เหตุการณ์นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยกันถึงเรื่องการสั่งเก็บสุไลมานีจากบุคคลในรัฐบาลสหรัฐ
การเป็น The Mastermind ของสุไลมานีในปฏิบัติก่อการร้ายทั้งแบบซึ่งหน้าและลับหลังที่คร่าชีวิตทหารและพลเรือนชาวอเมริกันไปกว่าหกร้อยคนในหลายประเทศ รวมทั้งชาวยิวอีกและผู้บริสุทธิ์อีกหลายร้อยคน ทำให้ในเดือนเมษายนปี 2562 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐใส่ชื่อ IRGC ให้เป็นหนึ่งในรายชื่อองค์การก่อการร้ายสากลสำหรับรัฐบาลสหรัฐ เช่นเดียวกับกลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอนและกลุ่มฮามาส (Hamas) ในดินแดนปาเลสไตน์ อันนำไปสู่ปฏิบัติการสังหารผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษในต่างแดนของ IRGC ในเดือนธันวาคม 2562 ด้วยโดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับตอนที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก
ถึงแม้สุไลมานีจะถูกสังหารไปหกปีกว่าแล้ว แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งทำหน้าที่เป็นกองทัพพิทักษ์ความเป็นรัฐอิสลาม นิกายชีอะห์ ของอิหร่านก็ยังมี กอเซ็ม สุไลมานีคนที่สอง...สาม....สี่...The Mastermind ผู้วางแผนก่อการร้ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล
สำหรับประเทศไทย ฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ควรชะล่าใจเรื่องชาวยิวในไทย ที่อาจจะดึงความขัดแย้งจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านเข้ามาในไทยได้ โดยเฉพาะชุมชนชาวยิวที่ปายและเกาะพะงัน เพราะ ถึงแม้ว่า “พวกเขามา เพราะพวกเขารู้สึกปลอดภัยที่นี่ เพราะพวกเขารู้สึกว่าได้รับการต้อนรับผู้คนเหล่านี้เดินทางมาเพราะกำลังมองหาสถานที่ที่สงบสุข... ไม่ใช่เพราะต้องการนำความขัดแย้งมาที่นี่”ตามที่ท่านทูตกล่าวไว้ แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านก็จะยังคงดำเนินต่อไปอีกนานในรูปแบบต่างๆ
ดร.ธิติ สุวรรณทัต

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น
ในหลวง พระราชทานชื่อใหม่ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน
ด่วน! อิหร่าน ส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุฯ ล้างแค้นหลังเซาท์พาร์สโดนโจมตี
นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี