ในโลกของการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ระดับแสนล้าน “ความเจริญ” และ “การอนุรักษ์” มักถูกทำให้กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ
โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) เองก็หนีไม่พ้นวงจรนี้ ที่ผ่านมาสังคมไทยตกอยู่ในกับดักของวาทกรรมที่สาดใส่กันระหว่าง “ผู้ขัดขวางความเจริญ” กับ “ผู้ขายชาติ” จนบางครั้งข้อเท็จจริงถูกกลบด้วยอารมณ์ความรู้สึก
การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตัดสินใจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเพิ่มเติม โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมดึงตัวแทนจากทุกภาคส่วนทั้งราชการ เอกชน และที่สำคัญที่สุดคือ “ภาคประชาชนในพื้นที่” เข้ามาร่วมโต๊ะถกเถียงในช่วงเวลา 90 วันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การยื้อเวลา หรือลดกระแสการต่อต้านจาก NGO หรือชุมชนในพื้นที่ ที่เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการ แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อหาทางออกที่ดียิ่งกว่าให้กับประเทศ
บทเรียนจากการพัฒนาในอดีตสอนเราว่าการ “ด่วนสรุป” ภายใต้ข้อมูลที่จำกัด หรือการ “ตั้งธง” ไว้ล่วงหน้า ไม่เคยส่งผลดีต่อฝ่ายใดนักอนุรักษ์และชุมชนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะกังวลถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศอันละเอียดอ่อนของฝั่งอันดามัน และความมั่นคงในอาชีพประมงหรือการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ในมิติทางเศรษฐกิจไทยก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เราต้องการเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะพาเศรษฐกิจภาคใต้ข้ามผ่านข้อจำกัดเดิมๆ เพื่อยกระดับรายได้และโอกาสของคนในพื้นที่
การใช้เวลา 90 วันนี้เพื่อ “ทำการบ้าน” ในจุดที่ยังไม่ละเอียดครบถ้วน จึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาด ข้อมูลด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ต้องถูกกางออกอย่างโปร่งใส ข้อมูลความคุ้มทุนทางการเงินต้องถูกวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา หากจุดไหนยังพร่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปทำข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้การตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่การคาดเดา
เราต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์โลกในปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความผันผวน สงครามและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในหลายจุดทั่วโลก ทำให้ไทยต้องกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์การรับมือกับอนาคตที่ไม่มีความแน่นอน การมีเส้นทางโลจิสติกส์ที่เป็นทางเลือกใหม่ และการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะตามมา อาจเป็น“ตัวเปลี่ยนเกม” สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ไพ่ใบนี้จะมีค่าก็ต่อเมื่อมันถูกสร้างขึ้นบนความยินยอมพร้อมใจและความยั่งยืนของฐานทรัพยากรในประเทศ
ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องยกระดับกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จากการใช้โวหารเอาชนะกัน มาเป็นการใช้ข้อมูลความโปร่งใสเป็นเครื่องนำทาง การพัฒนากับสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ศัตรูกัน แต่เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกันที่ต้องเติบโตไปด้วยกันอย่างมีสมดุล
บทบรรณาธิการฉบับนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการชุดที่นายกฯตั้งให้นายเอกนิติเป็นประธาน จะทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมความจริง” มากกว่าแค่สะพานขนส่งสินค้า เพื่อให้บทสรุปของแลนด์บริดจ์ในอีก 90 วันข้างหน้า เป็นคำตอบที่ประเทศไทยสามารถตอบตัวเองและชาวโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า นี่คือการตัดสินใจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของคนไทย อย่างแท้จริง

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี