วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เชื่อว่าคนไทยครึ่งค่อนประเทศคงรู้สึกแปลกๆ หลังจากเห็นภาพที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย จับมือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน เป็นกาวใจเชื่อมประสานในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ศูนย์การประชุมมักตัน ประเทศฟิลิปปินส์
ที่บอกว่ารู้สึกแปลกๆ เพราะภาพจำความเสียหายความสูญเสีย และความเจ็บปวดจากการกระทำของอีกฝ่ายนั้น ยังเด่นชัดอยู่ในความรู้สึกของคนไทยที่ยังไม่อาจลืมเลือนได้เลย และคิดว่าไม่สามารถจะกลับมาคืนดีกันได้ในเร็ววันนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา แม้จะหยุดยิง แต่พฤติกรรมของผู้นำหรือทหารกัมพูชายังไว้ใจไม่ได้
คนไทยยังรู้สึกว่าเจ็บแล้วต้องจำ และฝ่ายนั้นก็ยังไม่สำนึกใดๆ ดังนั้น การหารือ 3 ฝ่ายครั้งนี้จึงถูกจับจ้องจากคนในประเทศว่า จะส่งผลต่อสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปในทิศทางใด ซึ่งถ้าฟังจากถ้อยแถลงของรัฐบาลไทย ดูเหมือนว่ามีสัญญาณเป็นบวกมากขึ้น โดยเฉพาะชั้นเชิงทางการทูตในระดับเวทีนานาชาติ ถูกพูดถึงว่าทำได้ดีทีเดียว
คือ เราสามารถรักษาท่าทีของประเทศที่ใหญ่กว่า แต่ต้องการสันติภาพมากกว่าความขัดแย้งบนพื้นฐานใช้การเจรจา และการสร้างความไว้วางใจ มากกว่าใช้กำลังทางทหาร ส่วนการฟื้นความสัมพันธ์นั้นฝ่ายไทยได้จัดวางจุดยืนคือ ไม่ได้รีบเร่ง แต่รอจังหวะโดยยึดหน้างานเป็นหลักเพื่อบทพิสูจน์ความจริงใจว่า ฝ่ายกัมพูชานั้นสามารถทำได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จบ
การที่เราชิงจังหวะบอกกัมพูชาต่อหน้าและบอกต่อเวทีอาเซียนว่า ขอยกเลิก MOU 44อย่างเป็นทางการ โดยหันมายึดถือหลักการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบแนวทางสำคัญในการดำเนินการในอนาคต รวมทั้งยังไม่มีการเจรจาเรื่องเปิดด่าน สะท้อนว่าเราเป็นฝ่ายยึดกุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง
ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังแสดงท่าทีไม่ยอมรับเส้นเขตแดนที่อ้างว่าสร้างขึ้นจากการใช้กำลังก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วนายฮุนมาเนต ก็ได้ยินเต็มสองหูจากปากของฝ่ายผู้นำไทยว่า ยกเลิก MOU44 และจะยังไม่มีการเปิดด่าน ส่วนที่เหลือหลังจากนี้คือความจริงใจของผู้นำเขมรที่ต้องทำให้เห็นมากกว่าพูด เพราะแค่น้ำลายไม่สามารถฟื้นความสัมพันธ์ได้แน่นอน
หันมาดูทางฝ่ายรัฐบาลไทยบ้าง การไปประกาศจุดยืนบนเวทีภูมิภาคครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะนั่นคือชั้นเชิงทางการทูต แต่ขั้นตอนปฏิบัติหลังจากนี้ทางด้านการเปิดความสัมพันธ์ใหม่นั้น ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และควรยึดถือเรื่องความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศเป็นหลัก ก่อนจะไปตกลงอะไรกันใหม่ และสิ่งที่รัฐบาลต้องรับฟังอย่างยิ่งก็คือ เสียงจากคนชายแดน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการฟื้นสัมพันธ์ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว สัญญาณบวกจากการหารือ 3 ฝ่ายที่ฟิลิปปินส์ ยังไม่อาจพูดอะไรได้เต็มปากมากนัก เพราะผู้กำหนดสถานการณ์ตัวจริงฝ่ายกัมพูชาคือ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีผู้พ่อ ฉะนั้นแล้ว สัมพันธ์บทใหม่ไทย-เขมรจึงต้องประเมินกันเป็นระยะๆ โดยขีดเส้นใต้คำว่าไว้ใจไม่ได้เป็นเครื่องหมายสำคัญ

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี