Logo วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิบังควร

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ผ่านมา เมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มชน เติบโตขึ้นในดินแดนแห่งใดแห่งหนึ่ง จนในที่สุดกลายเป็นกลุ่มชนชาติ และเมื่อมีชนชาติเกิดขึ้น ก็จะมีผู้นำของกลุ่มชนชาตินั้นๆ โดยผู้นำสูงสุดคือผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้ การรบ มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง สามารถปกครอง และดูแล ผู้อยู่ภายใต้ปกครองได้ รวมทั้งดินแดนที่ตัวเองปกครองอยู่ บุคคลผู้นี้จะถูกเรียกว่ากษัตริย์ หรือ KING

ประวัติศาสตร์ของชาติไทย หากนับย้อนหลังไปจนถึงสมัยอาณาจักรสุโขทัย ที่ถือเป็นราชธานีแรกของชาติ ก็กล่าวได้ว่าพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกคือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์พระนามเดิมคือพ่อขุนบางกลางหาว เป็นเจ้าเมืองบางยาง โดยพระองค์ได้ร่วมมือกับ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดทำการขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพงที่มีอำนาจครอบครองสุโขทัยอยู่ในขณะนั้นได้สำเร็จ และพ่อขุนผาเมืองได้มอบเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางหาวปกครอง


อาณาจักรสุโขทัยจึงเริ่มต้นขึ้นในปีพ.ศ.๑๗๘๐ โดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง พระองค์ได้ต่อสู้เพื่อขยายอาณาเขตอย่างมาก โดยอาณาจักรสุโขทัยมีกษัตริย์ปกครองรวมทั้งสิ้น ๙ พระองค์

ในปี พ.ศ.๑๘๙๓ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง ได้สถาปนาอาณาจักรอยุธยาขึ้น การเติบโตของอาณาจักรนี้ทำให้เริ่มเกิดความขัดแย้งกับอาณาจักรสุโขทัยที่เริ่มมีความถดถอย และในที่สุดเมื่อปี พ.ศ.๑๙๘๑ ในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ เจ้าสามพระยา อาณาจักรสุโขทัยก็ถูกผนวกเข้ามาอยู่กับอาณาจักรอยุธยาหลังการสิ้นพระชนม์ของพระมหาธรรมราชาที่ ๔ บรมปาล กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์พระร่วง

ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอู่ทองนี่เอง พระองค์ได้ทรงรวบรวมและปรับปรุงกฎหมายจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ของอินเดียมาใช้เป็นหลักในการปกครอง มีกฎหมายเกิดขึ้นหลายฉบับ อาทิ พระอัยการลักษณะพยาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับพยานบุคคลในการพิจารณาคดี พระอัยการลักษณะอาญาหลวง ว่าด้วยบทลงโทษผู้กระทำความผิดต่อพระมหากษัตริย์และบ้านเมือง

ในรัชกาลต่อๆ มา ได้มีการปรับปรุงและตรากฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่น พระอัยการลักษณะโจร อัยการลักษณะผัวเมีย ซึ่งกฎหมายต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของกฎหมายไทยที่ใช้สืบต่อกันมา จนถึงการชำระประมวลกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์คือสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงมีการตรากฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายตราสามดวง

ในส่วนของกฎหมายตราสามดวงนี้ มีการกำหนดความผิดที่กระทำต่อพระมหากษัตริย์ไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะในพระอัยการอาญาหลวง มาตรา ๗ ได้บัญญัติความผิดฐานเจรจาหยาบช้าต่อพระเจ้าอยู่หัว และประมาทหมิ่นพระราชบัญญัติและพระบัณฑูรโองการ ซึ่งใช้ต่อกันมาจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ กฎหมายตราสามดวงจึงถูกยกเลิก ซึ่งถึงอย่างไรก็ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกฎหมายต่าง ๆ ที่มีวิวัฒนาการมาจนเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

สำหรับกฎหมายพระอัยการลักษณะอาญาหลวงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทลงโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น กฎหมายเหล่านี้สะท้อนถึงแนวคิด “เทวราชา” ในสมัยอยุธยา ที่ยกย่องพระมหากษัตริย์ดังสมมุติเทพ โดยมีบทบัญญัติความผิดที่เกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือความผิดฐานล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์ หลายมาตรา

สาระสำคัญและบทลงโทษมีดังนี้

ความผิดฐานเจรจาหยาบช้าและประมาทหมิ่น บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทะนงองอาจ ไม่เกรงกลัว เจรจาหยาบช้าต่อพระเจ้าอยู่หัว หรือประมาทหมิ่นพระราชบัญญัติ และพระบัณฑูรโองการถือเป็นความผิดฐานละเมิดพระราชอาญา

บทลงโทษมี ๘ สถาน จากหนักสุดไปเบาสุดได้แก่โทษประหารชีวิต(ให้ฟันคอ) ริบทรัพย์สินและครอบครัวมาเป็นทาสหลวง(ริบเรือน) การทรมานและตัดอวัยวะ เช่นตัดปาก ตัดหู ตัดมือ ตีน การเฆี่ยนตีด้วยลวดหนัง ๒๕ ที ๕๐ ที ให้จำไว้เดือนหนึ่งแล้วเอาตัวลงหญ้าช้าง ให้ไหมจตุรคูณแล้วเอาตัวลงเป็นไพร่ ให้ไหมทวน ให้ไหมลาหนึ่ง ให้ภาคทัณฑ์

บันทึกเหตุการณ์หมิ่นประมาทที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยามีอยู่หลายกรณี โดยผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่กระทำการอันขัดต่อราชประเพณี ดังเช่น

วิกฤตปิกนิคกฮอลันดา ซึ่งเกิดใน พ.ศ.๒๑๗๙ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กลุ่มลูกจ้างชาวฮอลันตั้งวงดื่มสุราใกล้กับวัดวรเชษฐ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จเสมอ แล้วเกิดเมาสุราอาละวาดชกต่อย และข้าหลวงของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลซึ่งถือเป็นการลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และผู้แทนของพระมหากษัตริย์ คดีนี้ได้มีการกราบขออภัยโทษต่อพระมหากษัตริย์

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงมีการออกพระราชกำหนดลักษณะหมิ่นประมาทด้วยการพูดหรือเขียนถ้อยคำเท็จออกโฆษณาการ ร.ศ.๑๑๘ โดยระบุความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ไว้ดังนี้

ผู้ใดหมิ่นประมาทพระผู้เป็นเจ้าซึ่งดำรงสยามรัฐมนตรีหรือสมเด็จพระอัครมเหสีหรือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชก็ดี โดยกล่าวเจรจาด้วยปากหรือเขียนด้วยลายลักษณ์ลักษณะอักษรหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในที่เปิดเผยท่ามกลางประชาชนทั้งหลายด้วยกายวาจาอันมิบังควร ซึ่งเป็นที่แลเห็นได้ชัดว่าเป็นการหมิ่นประมาทแท้ ให้จำคุกไว้ไม่เกินกว่า ๓ ปี หรือให้ปรับเป็นเงินไม่เกินกว่า ๑,๕๐๐ บาทหรือทั้งจำคุกและปรับด้วย

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นพรรคหนึ่ง มีแนวคิดที่คนทั่วไปน่าจะเข้าใจได้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน พรรคนี้ต่อมาได้ถูก ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบไป และเมื่อจัดตั้งเป็นพรรคใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังถูกยุบพรรคอีก โดยศาลฯ วินิจฉัยว่านโยบายหาเสียงเข้าข่ายการลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ พรรคนี้มีการกระทำการหรือสนับสนุนผู้คนจำนวนหนึ่งให้เห็นตามแนวทางพรรค โดยยกมาตรา ๑๑๒ ของกฎหมายอาญาที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปีถึง ๑๕ ปี มาเป็นตัวชี้นำการสร้างกระแส

มีประชาชนรวมทั้งเยาวชนจำนวนหนึ่งที่หลงผิดไปตามกระแส ทำให้ต้องถูกลงโทษจากมาตราดังกล่าว ซึ่งพรรคนั้นก็จะนำมาอ้างว่าเป็นการใช้กฎหมายของรัฐเพื่อคุกคามสิทธิพื้นฐานของประชาชนในเรื่องการแสดงออก

เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ หัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคหนึ่งได้แสดงวาทกรรมทางการเมืองต่อสาธารณะ โดยกล่าวว่า.... ผมมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย และจริงๆ แล้วพรรคภูมิใจไทย อาจจะเป็นด่านหน้าเป็นเอเย่นต์คนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินตรงนี้ ...

ซึ่งเชื่อว่าสำหรับผู้ที่ติดตามปัญหาของบ้านเมืองและมีการศึกษาพอสมควรย่อมจะเข้าใจความหมายของคำพูดได้ไม่ต่างกันนักว่า คำพูดดังกล่าวนั้นเป็นการพาดพิงไปถึงสถาบัน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าสีน้ำเงินที่พรรคภูมิใจไทยนำมาใช้เป็นสีของพรรคนั้นเป็นสีหนึ่งในธงชาติไทย และสีนี้มีความหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

การที่บอกว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นการยากที่จะแปลไปเป็นอย่างอื่น ถึงแม้ว่าในภายหลังเมื่อมีกระแสความไม่พอใจของประชาชน จำนวนไม่น้อยเกิดขึ้น หัวหน้าพรรคนั้นก็ได้ออกมาขยายความอย่างไม่ชัดเจนนักว่าตนเอง หมายถึงกลุ่มขั้วอำนาจทางการเมืองที่ขยายอิทธิพลเข้าครอบงำโครงสร้างรัฐ ทั้งในระดับวุฒิสภาและองค์กรอิสระ ซึ่งจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และกรรมการการเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวทั้งหมดจึง เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสถาบัน อันเป็นเรื่องมิบังควร

และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อดีตแกนนำพรรคผู้หนึ่ง ก็ได้กล่าวถึงการที่ควรจะมีการยกเลิกองคมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ในการดูแลความเป็นอยู่และทุกข์สุขของประชาชน ซึ่งก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่รบกวนเบื้องพระยุคลบาทเช่นเดียวกัน

สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับชาติไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานร่วม ๘๐๐ ปี ทำให้ชาติไทยสามารถดำรงคงอยู่มาได้ ถึงแม้จะถูกรุกรานและโจมตีจากศัตรูมาโดยตลอด แต่ด้วยการนำของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ชาติยังคงมีอิสระและเสรีภาพมาจนถึงปัจจุบันนี้ พระมหากษัตริย์จึงต้องได้รับการปกป้องและคุ้มครองตามกฎหมาย และประชาชนคนไทยทุกคน ควรจะต้องให้ความเคารพยกย่อง และเทิดทูนสถาบันนี้ ให้อยู่คู่ชาติตลอดไป

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

10 ส.ค. 2569

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

3 ส.ค. 2569

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

27 ก.ค. 2569

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved