วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันก่อน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผ่านเลขาธิการฯ เพื่อขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร-สำนวนคำร้องของ “ศักดิ์สยาม” กรณีซุกหุ้น หลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบมาพากลในการวินิจฉัย เพื่อนำไปประกอบในการใช้สิทธิในทางอื่นเพื่อตรวจสอบต่อไป
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 ลงวันที่ 17 ม.ค. 2567 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามสิ้นสุดลง เนื่องจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 187ประกอบ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วน และหุ้นส่วนของรัฐมนตรี 2543 มาตรา 4 อนุมาตรา 1 ทำให้ตำแหน่งรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 อนุมาตรา 5 แล้วนั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2567 องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ด้วย
กระทั่งเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 สำนักงานป.ป.ช.ได้ออกคำแถลงข้อเท็จจริง การดำเนินการต่อ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีครอบครองหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ชี้ฟังไม่ได้จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ ระบุเป็นคนละประเด็นกับศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ถือว่าขัดแย้งกัน
คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ในกรณีดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคม ซึ่งมีข้อสงสัยอยู่อีกมากมายหลายประการ จึงจำต้องขอสำเนาเอกสารข้อมูลการไต่สวนและวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวทั้งหมดมาตรวจสอบ ตามช่องทางอื่นที่เหมาะสมต่อไป ประกอบด้วย 1)รายงานแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวน 2)บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม 3)คำชี้แจงของนายศักดิ์สยามที่ยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช.4)รายงานความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ 5)รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด และ 6)ขอสำเนาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อเรื่องนี้ด้วย
“การขอข้อมูลดังกล่าว เป็นสิทธิของผู้ร้องที่ใช้สิทธิตามมาตรา 41 มาตรา 51 มาตรา 59มาตรา 63 และมาตรา 78 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ 2540 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 และพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546 ซึ่งหาก ป.ป.ช.ปฏิเสธการให้เอกสาร องค์กรฯก็จะนำความไปร้องคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว
เรื่องนี้ป.ป.ช.ก็รู้อยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร ถ้าป.ป.ช.ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ระวังจะซ้ำรอยกรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ตัดสินจำคุกคนละ 3 ปีไม่รอลงอาญากับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และน.ส.สุภา ปิยะจิตติ 2 อดีตป.ป.ช.ชื่อกระฉ่อน กรณีการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่สั่งให้ ป.ป.ช.เปิดเผยเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ก็เป็นไปได้


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี