วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สังคมไทยคาดหวังไว้สูงมากว่า ปัญหาการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมอยู่เวลานี้ จะได้รับการสอบสวนขยายผลเอาผิดขบวนการทุจริตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ สาวไปถึงตัวบงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังหรือถ้าถึงขั้นขุดรากถอนโคนได้ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีอย่างน้อยๆ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกอบกู้ศักดิ์ศรีของข้าราชการท้องถิ่นกลับคืนมาได้บ้าง
เหตุที่สังคมคาดหวังไว้สูง เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ที่กัดกร่อนประเทศชาติร้ายแรง จึงต้องการเห็นการจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะโดยฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการปราบปราบการทุจริตก็ตาม ควรใช้โอกาสนี้เข้าไปสะสางความเน่าเฟะที่ซุกซ่อนอยู่อย่างจริงจัง เพราะไม่รู้ว่าวงจรปีศาจพวกนี้แฝงตัวชอนไชหากินกันมานานเท่าไหร่แล้ว
การทำคดีหลักๆ ส่วนหนึ่งเป็นคดีอาญาอยู่ในมือกองปราบปราม หลังจากกระทรวงมหาดไทยได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด อยู่ระหว่างประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) เพื่อขอข้อมูลพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
คดีอีกส่วนหนึ่ง อันนี้สำคัญมากคือในส่วนของ ป.ป.ช. คาดว่าอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์จากนี้ไป น่าจะสรุปสำนวนการสอบสวนได้แล้ว หลังจากตรวจเช็คหลักฐานเบื้องต้นที่ยึดมาได้มากมายก่ายกอง กับสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช. หรือบอร์ดชุดใหญ่ เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีนี้
ที่น่าสนใจก็เพราะว่า ตามขั้นตอนของ ป.ป.ช.นั้น หากถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนแสดงให้เห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอ รวมถึงพยานวัตถุและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง นั่นก็เท่ากับมีการชี้ประเด็นความผิดเบื้องต้นแล้ว ส่วนจะสาวไปถึงใครบ้างนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน จากนั้นก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา และรับการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
กระบวนการทั้งหมดนี้ ทาง ป.ป.ช.คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ก่อนพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่ ซึ่งก็ไม่มากไป หรือน้อยไป เนื่องจากคดีนี้อย่างที่บอกคือ เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ เกี่ยวพันยึดโยงกับอีกหลายหน่วยงานรวมทั้งมีผู้เกี่ยวข้องนับพันๆ คน พยานหลักฐานที่เก็บยึดมาได้ก็ไม่ใช่น้อยๆ
อีกเรื่องที่น่าจับตาไปด้วยคือ กรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เปิดรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการโกงสอบท้องถิ่นครั้งนี้ควบคู่ไปด้วย ซึ่งน่าสนใจ และมองข้ามไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นช่องทางพิเศษที่จะได้ข้อมูลจากประชาชนโดยตรง คำถามจึงอยู่ที่ว่าเมื่อได้ข้อมูลไปแล้ว รัฐบาลจะเอาไปทำอย่างไร และกล้าทำโดยไม่ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่
เรื่องระยะเวลาการสอบสวนไม่ว่าของตำรวจ หรือ ป.ป.ช. รวมทั้งการเปิดรับแจ้งเบาะแสก็ตามที ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับผลลัพธ์ที่จะออกมาว่าจะตอบกระแสความหวังของสังคมได้ในระดับไหน โดยเฉพาะรัฐบาลที่กำลังต่อสู้กับความน่าเชื่อถือ ถึงเวลาที่ต้องพิสูจน์ฝีมือทำให้ประชาชนมั่นใจด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่มาขอความมั่นใจจากประชาชนด้วยปากเปล่า

'สุรเดช' ขอ กมธ.งบฯ70 ฟังข้อกังวลทุกฝ่าย ปรับ-ลด นึกถึงประชาชนในช่วงวิกฤติเป็นหลัก
เค้นสอบผัวเมีย รับจ้างส่งพัสดุจากลาว ป.ป.ส.ยังไม่ชัวร์โยงคดีมีนา ตามสืบนาน 2 ปี
อย่าเพิ่งเติม!! น้ำมันลดราคา ปรับลดสูงสุด 1.20 บาท ต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้
ในหลวง-พระราชินี เสด็จศูนย์ส่งมอบอากาศยานบริษัทแอร์บัส ทอดพระเนตรอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ทอดพระเนตรโรงงานประกอบเครื่องบิน และทรงทำการบินจำลองเสมือน
แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กมธ.การศาสนาฯ รุดติดตามเหตุ พระธุดงค์ถูกรถชนที่มุกดาหาร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี