วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“ฮั้ว” กับ “จัดตั้ง” และ “ฟ้องปิดปาก” กับ“ฟ้องปกป้องสิทธิ” กำลังเป็นประเด็นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อันเนื่องมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส. รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 9 คน ถูกนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หรือ“ไอลอว์”กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ“ขบวนการฮั้วเลือก สว.” และผู้ถูกกล่าวหากำลังดำเนินการฟ้องคดีหมิ่นประมาทกับนายยิ่งชีพเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง
ปัญหาเกิดขึ้น เพราะนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นำพยานหลักฐานจากสำนวนไต่สวนที่อยู่ในมือ กกต.มายื่นให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ สส.และรัฐมนตรี 8 คนของพรรคภูมิใจไทย ว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 จึงทำให้นายอนุทิน และ สส. รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกระบุชื่อทั้ง 9 คนต้องฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับนายยิ่งชีพ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เหตุผลในการฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ว่า ตามกฎหมายนั้น การที่ใครจะพูดกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานชัดเจน พร้อมกันนี้นายอนุทินยังระบุด้วยว่า “เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษา แล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนที่ถูกเอ่ยชื่อได้รับความเสียหาย เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้น
พูดอย่างนี้ และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกันทุกคน มีสิทธิที่จะพูดแต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ”
เรื่องราวก็แค่นี้ และถึงแม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูลซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นบุคคลสาธารณะ รวมทั้ง สส.และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย 8 คน แต่เมื่อถูกกล่าวหาลอยๆ เหมือนกับการใส่ร้ายป้ายสี อันทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติยศ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 9 คนก็ย่อมมีสิทธิและมีความชอบธรรมที่จะฟ้องร้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนได้
หาใช่เป็นการฟ้องปิดปาก ดังที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตลอดจน สส.พรรคฝ่ายค้าน พยายามจะบิดเบือนต่อสังคมว่า“เป็นการฟ้องปิดปาก” และรวมไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ยกหลักการบังหน้าเพื่อส่งเสียงขานรับนายยิ่งชีพ และสส.พรรคประชาชน ว่านักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะต้องตรวจสอบได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งในอดีตสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นบุคคลสาธารณะเช่นกัน ก็เคยฟ้องนายจตุพรพรมหมพันธุ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท กรณีที่นายจตุพรในฐานะแกนนำ นปช. ได้ปราศรัยบนเวที“ชุมนุมเสื้อแดง”เมื่อปี 2552 พาดพิงนายอภิสิทธิ์ ว่าประวิงเวลาในการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ“ทักษิณ ชินวัตร” และสั่งฆ่าประชาชนระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ช่วงต้นปี 2552 ทำให้นายจตุพรต้องติดคุกมาแล้วตามคำพิพากษาของศาลฎีกาในปี 2560
แต่ในกรณีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ สส.และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย 8 คน เจ้าหลักการอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะลืมหรือคิดว่าประชาชนคนไทยกินผักกินหญ้าจึงได้อ้างเรื่อง“บุคคลสาธารณะ” และสังคมส่วนใหญ่ก็จับทางของนายอภิสิทธิ์ออกว่า ยืนถือหางพรรคประชาชนและนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่เป็นหลานชายของตน
และอันที่จริงแล้ว ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว.ในปี 2565 ด้วยระบบ“เลือกกันเอง” 200 คน จาก 20 กลุ่มอาชีพนั้น ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะ“สีไหน” ต่างก็ใช้“วิชามาร”เพื่อจะให้ได้มาซึ่ง สว.ที่พรรคของตนเองสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เพียงแต่เมื่อตนเองพ่ายแพ้ จึงใช้ทุกกระบวนท่าเพื่อต้องการทำให้การ“เลือก สว.”ชุดนี้เป็นโมฆะ เท่ากับเป็นการ“ล้างไพ่”แล้วเลือกตั้ง สว.กันใหม่ และนี้ก็คือที่มาของคดี“ขบวนการฮั้วเลือก สว.” ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการร่วม“กกต.-ดีเอสไอ” โดยจะมีการสรุปผลในเดือนสิงหาคมนี้
เมื่อตามไปดูต่อก็จะพบอีกว่า พรรคประชาชนกับ“ไอลอว์” ซึ่งเป็น“พวกเดียวกัน”นั้น ต้องการจุดประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อกดดัน กกต. โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เป็นตัว“เขี่ยลูก”นำข้อมูลจากสำนวนการสอบสวนของ“กกต.”และ“ดีเอสไอ”ไปมอบให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อให้พรรคฝ่ายค้านตรวจสอบเนื่องจากพรรคประชาชนและ “ไอลอว์” ประเมินโดยความเชื่อของตนว่า กกต.จะ “เป่าคดี” ด้วยการสรุปสำนวนว่า การเลือก สว.เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นการ“ตัดตอน”ไม่ให้คดีไปถึงศาลฎีกาในที่สุด
มีเหตุผลประกอบให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกว่า พรรคประชาชนกับ“ไอลอร์”ร่วมกัน“ฮั้ว”เปิดประเด็นคดี“ขบวนการฮั้วเลือก สว.”ขึ้นมาในช่วงนี้ เพื่อกดดัน กกต.ที่เปรียบเสมือนถูกพรรคประชาชนกับไอลอว์ จับ“เป็นตัวประกัน”ในวงล้อมของประชาชนคนไทยที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร หลังจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยื่นเรื่องให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ไม่เพียงแต่ต้องการทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส. รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยจะฟ้องหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพเท่านั้น พรรคประชาชนก็ยังมีแผนต่อเนื่องจัดกิจกรรม“ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมวานนี้ ที่รัฐสภา
บุคคลและองค์กรที่เข้าร่วมเสวนาในกิจกรรมดังกล่าวเมื่อวานนี้ นอกจากจะเป็นพวกเดียวกันแล้ว ก็ยังเป็นพยานสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหา“ขบวนการฮั้วเลือก สว.”ซึ่งนอกจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในฐานะประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมแล้ว ผู้ร่วมอภิปรายและเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็มีอาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์, นางสาวสิริพรรณนกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผู้สมัคร สว.จังหวัดภูเก็ต นายสมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว.สุโขทัย เป็นต้น
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวเปิดเวทีว่า คดีโกง สว.แม้จะถูกพูดถึงและมีการขับเคลื่อนมา 2 ปี แต่ที่กังวลใจคือ เรื่องไปไม่ถึงศาล เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 4 ใน 7 กกต.ถูกเห็นชอบโดย สว.ชุดปัจจุบัน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกียร์ว่างและยังมีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม การจัดกิจกรรมก็เพื่อ“ทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง สังคมไม่กะพริบตา”
สำคัญที่สุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ“ไอติม”หลานชาย“มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ภาษาชาวบ้านบอกว่ายัง“แกว่งปากหาเสี้ยน”ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาฟ้องหมิ่นประมาทเพิ่มขึ้นได้อีกว่า “มาถึงวันนี้เราก็เห็นแล้วว่า 1 ในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต.ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็น นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่าก่อนที่จะมาเป็นโพยในการเลือก สว.วันนั้น มีขบวนการที่มีการเตรียมการกันมาก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ขบวนการของการจัดทำโพยแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่เป็นขบวนการจ้างคนมาสมัคร จ้างคนมาโหวตกระจายตัวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ”
บรรทัดนี้ คงต้องถาม“ไอติม”กลับเหมือนกับที่คนในสังคมเขาตั้งคำถามกันว่า พรรคประชาชนกับไอลอว์ ร่วมกัน“จัดตั้ง”เพื่อให้ได้มาซึ่ง“สว.สีส้ม”แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันนั้น ถือว่าพยายามจะ“โกง”เลือกตั้ง แต่ไม่สำเร็จได้หรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อิตาลีรับไม้ต่อไทย โซเชียลแฉเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ ใช้งบประกันสังคมเที่ยว
ถนอม สวนกลับ อภิสิทธิ์ หลังติงปมลดค่าการกลั่นน้อย เหน็บ ถ้าทำได้อย่าง เอกนัฏ จะยอมกลับไปเลือกอีกครั้ง
พบศพอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย เสียชีวิตปริศนาคาห้องนอน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด
สธ. แจงแอปฯ หมอพร้อม ทำงานปกติ ปมข้อมูลการรักษาไม่ตรง
มาแล้ว!! ผลเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด อย่างไม่เป็นทางการ เศกสิทธิ์ นายกเก่าชนะขาด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี