วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
โครงการยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยสำนักนายกรัฐมนตรี จ้าง “มติชน-สยามสปอร์ต” จัดโรดโชว์โครงการสร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020
เป็นโครงการประชาสัมพันธ์ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... หรือร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
1) โครงการดังกล่าว จ้างบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
แบ่งเป็น 3 สัญญา
รวมมูลค่า 240 ล้านบาท
สัญญาที่ จ.01/2557 สลน. จ้างบริษัทมติชนฯ วงเงิน 40 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 1 ต.ค. 2556)
สัญญาที่ จ.17/2557 สลน. จ้างบริษัทมติชนฯ วงเงิน 100 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 11 ต.ค. 2556)
สัญญาที่ จ.18/2557 สลน. จ้างบริษัทสยามสปอร์ตฯ วงเงิน 100 ล้านบาท (ทำสัญญาวันที่ 11 ต.ค. 2556)
ทุกสัญญา ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วย “วิธีพิเศษ”
ไม่เปิดให้มีการเสนอราคาอย่างกว้างขวาง
แต่เป็นการเชิญเฉพาะรายมาเสนอราคาโดยตรง
2) งานก็คือ จ้างให้บริษัทเอกชนจัดนิทรรศการ จัดสัมมนาและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลโครงการตามกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 12 จังหวัด
ดำเนินโครงการระหว่างเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2556
ปลายเดือนธันวาคม 2556 อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภาพอดี
น่าสงสัยว่า ทั้งสองบริษัท เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านจัดอีเว้นท์ระดับแนวหน้าของประเทศ จนถึงขนาดว่าทางการต้องเจาะจงจำเพาะจ่ายงานไปให้โดยตรงเช่นนี้เลย กระนั้นหรือ?
อนึ่ง ถ้าไปดูการนำเสนอข่าวของทั้งสองเครือ ตั้งแต่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยุคที่มีการชุมนุมของมวลมหาประชาชน กระทั่งยุคปัจจุบัน อาจจะดูว่าเข้าตารัฐบาลยิ่งลักษณ์กว่า
3) สตง.ได้เคยเข้าไปตรวจสอบโครงการจัดจ้างที่ใช้เงินแผ่นดิน จำนวน 240 ล้านบาทนี้
สตง. ถึงขนาดเคยทำหนังสือ ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 ขอให้ทบทวนการจ่ายเงินในการดำเนินโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
หนังสือแจ้งไปถึงนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
สตง.ระบุว่า การว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานนี้ โดยวิธีพิเศษ เป็นการดำเนินการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเปิดเผยโปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งอาจจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น และอาจเข้าข่ายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 อาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
“..สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการเงินกู้2.2 ล้านล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญว่า ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ.... ได้ตราขึ้นโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
และโครงการ Roadshow ดังกล่าว เป็นการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อให้ประชาชนและสาธารณชนได้รับรู้ถึงประโยชน์จากระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศอย่างกว้างขวางโดยใช้เงินงบประมาณ 240 ล้านบาท ในการจัดจ้างเอกชนดำเนินการจัดโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ทุกภาคทั่วประเทศ
โดยมีการดำเนินการจัดนิทรรศการสัมมนา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต้องกำหนดรายละเอียดแผนการดำเนินการ ขอบเขตของงาน และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ชัดเจน การดำเนินการต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจอย่างทั่วถึง และกิจกรรมบางส่วนของโครงการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ โดยดำเนินการจัดจ้างเอกชนเฉพาะงานในส่วนที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการเองได้ และการที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีใช้งบประมาณโครงการประชาสัมพันธ์ 240 ล้านบาท จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ โดยให้เอกชนดำเนินการทั้งหมด จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเปิดเผยโปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งอาจจัดจ้างในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น และอาจเข้าข่ายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 อาจทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
จึงขอให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทบทวนการดำเนินการใช้จ่ายเงินโครงการดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับและแบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัด เพื่อให้การจ่ายเงินแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ซึ่งหากมีการเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง จะต้องมีผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายเงินนั้น...”
4) สุดท้ายแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยให้ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ.... หรือ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทตกไป เนื่องจากไม่ชอบทั้งกระบวนการออกกฎหมาย และเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ย้ำ... ศาลไม่ใช่การตัดสินว่าโครงการไม่ดี แต่พิพากษาวิธีการจะกู้เงินผ่านกฎหมายเฉพาะกิจว่าไม่ถูกต้อง ทำลายวินัยการเงินการคลังของแผ่นดิน ขัดรัฐธรรมนูญ
แถมที่ไปทำการโรดโชว์นั้น บางส่วนให้ข้อมูลเกินไปกว่าโครงการในวงเงินกู้ 2 ล้านๆ ด้วยซ้ำ เพราะในวงเงินดังกล่าว รถไฟความเร็วสูงไปไม่ถึงอุดรธานี-หนองคาย ถ้าจะสร้างเพิ่ม ต้องหาเงินมาเพิ่มอีกต่างหาก แต่เอาไปโฆษณาถึงโน่นด้วย
5) น่าสงสัยว่า ปัจจุบัน การตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ ไปถึงไหนแล้ว
สื่อก็ไม่เห็นสนใจขุดคุ้ย
ต่างจากหลายๆ เรื่อง ที่มีราคากลาง มีการเสนอราคาแข่งขัน แต่สื่อบางสำนักเล่นตีไข่ใส่ข่าว ราวกับมีการโกงกันอย่างจะแจ้ง ทุจริตอย่างร้ายแรงชนิดไม่เคยมีมาก่อน ทั้งๆ ที่ ลองเทียบเคียงกับกรณีของธุรกิจสื่อเองบางสำนักเคยหากินกับโครงการของรัฐบาลในอดีตแท้ๆ
มูลค่าโครงการสูงกว่า
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่มีประมูลแข่งขัน
การตรวจสอบความเหมาะสม จริยธรรมในฐานองค์กรสื่อไปรับงานกินเงินหลวง
หรือแม้แต่ประเด็นผิด-ถูกกฎหมาย เป็นอย่างไร?
สารส้ม

ภราดร ให้โอวาทยุวชนประชาธิปไตย ขอทุกคนอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง-เก็บเกี่ยวประสบการณ์ สร้างเครือข่าย
'นาเดีย โสณกุล'โพสต์ซึ้งส่งลูกชาย 'น้องนพ'กลับไปเรียนต่อ หลังฉลองสงกรานต์
บริษัทดังในกรีซ เปิดโปงแก๊งมิจฉาชีพรีดบิทคอยน์ แลกเคลียร์ทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เปิดเส้นทาง นิติพล ผิวเหมาะ โบกมือลาพรรคส้ม ก่อนวันชี้ชะตา คดี 44 สส.
ชาวคริสต์โกรธแค้น ทหารอิสราเอลทุบรูปปั้นพระเยซู เนทันยาฮู รีบขอโทษด่วน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี