วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
nn ในยามนี้ต้องบอกว่าต้องหวังพึ่ง “ภาคการท่องเที่ยว” เพื่อพยุงภาวะเศรษฐกิจไทย...แต่ด้วยผลจากเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น...ทำให้ตัวเลขการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวลดลงประกอบกับประเทศทั่วเอเชียรวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน...ก็พยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อดึงรายได้เข้าประเทศเหมือนกัน...และต้องบอกว่าล้วนเป็นคู่แข่งที่สำคัญ...ดังนั้นภาคการท่องเที่ยวไทยจะย่ำอยู่กับที่ ทำแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว...จะขายแค่...ทะเล ภูเขา ท่องราตรี ช็อปปิ้ง...บอกได้เลยไปไม่รอดเพราะไม่มีอะไรใหม่ดึงดูดใจอีกแล้ว...ยุคนี้ต้องขาย...สตอรี่ขายความเป็นมา ขายเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจ ผ่านประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน...ซึ่งประเทศไทยก็มีไม่น้อย เพราะเป็นแหล่งอารยธรรมมากว่า 1-2 พันปี....ซึ่งการดำเนินแนวทางนี้เป็นหนทางสำเร็จที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ฉาบฉวยวูบวาบไปตามกระแสชั่วครั้งชั่วคราว...และเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนรัฐบาลจึงได้จัดตั้งองค์การมหาชน ที่ชื่อ ...องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ...ขึ้นมาทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ...และขณะนี้กำลังหยิบเอา...เมืองโบราณอู่ทอง...มานำเสนอต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ....
ถ้าพูดถึง “อู่ทอง” ต้องบอกว่านี่คือพื้นที่ที่ทางประวัติศาสตร์ที่สามารถสืบค้นย้อนไปถึง 2,000 ปี ตั้งแต่ยุคสมัยอาณาจักรทวารวดี และก่อร่างสร้างเมืองขึ้นมาตามยุคสมัยจากอดีตจนถึงปัจจุบันและยังทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ทั้งโบราณสถานโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ โดยเฉพาะกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่ยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ของชุมชนต่างๆ อันได้แก่ไทยทรงดำ ลาวครั่ง ลาวพวน ลาวเวียง คนจีนและคนไทยพื้นถิ่น ชุมชนเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สร้างความเจริญรุ่งเรืองทั้งการค้า ที่สะท้อนได้จากศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นอยู่
จากหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นพบในแหล่งโบราณคดีต่างๆ หรือที่เรียกในอดีตว่า “อารยธรรมสุวรรณภูมิ” ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี มีหลักฐานทางโบราณคดีที่สันนิษฐานได้ว่า เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงยุคอาณาจักรทวารวดีและเป็นศูนย์กลางของดินแดนสุวรรณภูมิ ที่ปัจจุบันยังมีการขุดค้นพบในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของรากฐานความเป็นชาติไทยเพื่อจะถ่ายทอดไปยังชนรุ่นต่อๆ ไป
แต่ด้วยความโลกที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิทัล แม้จะเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิธีการนำเสนอก็ต้องทำให้เข้ายุคสมัยและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ด้วย...ดังนั้นองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จึงได้นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการสื่อสาร พัฒนาเป็นเกม MOBA แฟนตาซี 3 มิติ ที่นำความโดดเด่นของวัตถุโบราณ สถานที่ เครื่องแต่งกายของชนชาติพันธุ์ต่างๆ ในพื้นที่อู่ทอง โดยนำข้อมูลที่มีกับสถานที่จริงมาหลอมรวมเข้าสู่ เป็นเกมในชื่อ Wars of Scramble U-Thong Kingdom :WOS
การพัฒนาเกมได้ออกแบบพื้นที่ตามเส้นทางการท่องเที่ยวที่ อพท. เข้าไปส่งเสริมและพัฒนา มาเป็นฉากการต่อสู้และนำศิลปะลวดลาย ที่ปรากฏตามโบราณสถานที่ได้ขุดค้นพบ เช่น เสาพระธรรมจักร รวมถึงเครื่องนุ่งห่มประจำชาติพันธุ์ต่างๆที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่อู่ทอง เช่น ลาวครั่ง ไทยพวน ไทยทรงดำคนจีนและคนไทยพื้นถิ่น นำมาออกแบบเป็นอาวุธและเครื่องแต่งกายของตัวละครต่างๆ ซึ่งขณะนี้พัฒนาตัวละครไปแล้ว 20 ตัว แบ่งเป็นชนเผ่าที่อิงตามประวัติศาสตร์ โดยเกมทั้งหมด มี 4 ฉากเดินเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับอาณาจักรอู่ทอง ซึ่งในอดีตมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง และอยู่รวมกันอย่างมีความสุข แต่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้มีการแยกดินแดนออกเป็น 4 ส่วน มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบ่งแยกเป็นชนเผ่าต่างๆ เพื่อแย่งชิงและครอบครองพื้นที่ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์
ดังนั้นฉากในเกม WOS ที่เกิดจากแหล่งเช็คอินเมืองโบราณอู่ทอง จะประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ อพท.7 เข้าไปพัฒนา เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตามรอยเส้นทางเกมสัมผัสวิถีชุมชนผ่านกิจกรรม ONE DAY TRIP ภายใต้แนวคิด “อู่ทองเรียนรู้อู่ทองลองสัมผัส” โดยเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง, ฉากอุทยาน พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ,สวนหินพุหางนาค และวัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม แต่ละแห่งนั้นมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ…ถึงตรงนี้ต้องปรบมือให้กับวิธีคิดของ อพท.ที่อยากจะดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้าถึงประวัตศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจผ่าน WOS ...
นอกจากเรื่องราวในเกมแล้ว..ยังมีเส้นทางนำนักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชน “วนเกษตรชุมชนดงเย็น” เป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านหลายครัวเรือนเพื่อทำเกษตรอินทรีย์ โดยกำหนดเป็นฐานกิจกรรมที่ใช้เป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา การปลูกผักปลอดสารพิษ เรียนรู้อาหารพื้นถิ่นมีเมนูอาหารแนะนำไว้รองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นผัดไฟแดงดอกชมจันทร์ ผัดผักคะน้าเม็กซิกันยำวอเตอร์เครส เป็นต้น
และอีกฐานกิจกรรมหนึ่งน่าสนใจไม่น้อยคือ “ยาดมหัวโตป้าต้อย” เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวของวิสาหกิจชุมชน นักท่องเที่ยวจะได้ทำกิจกรรมเพ้นท์สีฝาขวดที่เป็นตุ๊กตาหัวโต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการนำเอาวัตถุโบราณที่เป็นรูปปั้นคนแคระ และรูปปั้นคนในสมัยทวารวดี มาออกแบบเป็นฝาขวดยาดม โดยการนำสูตรสมุนไพรโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย มาผลิตเป็นยาดมสมุนไพร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่หาได้เพียงที่เดียว และจะส่งเสริมให้เป็นสินค้าที่ระลึกประจำจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย
ยังมีแหล่งอารยธรรมเก่าแก่อื่นๆ อีกในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ที่ อพท.เตรียมจะนำเสนอนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในโอกาสต่อจากนี้ไป เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังทุกชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของคำว่า “การพัฒนาท่องเที่ยวแบบยั่งยืน”
กระบองเพชร

'แจนรี่ BNK48' ถ่ายทอดความรู้สึกในใจสุดซึ้ง! ผ่านเพลง 'ฉันต้องนอนร้องไห้ (Cry)'
จ่อคลอด ครม.ใหม่! สลค.ส่งชื่อ รมต.เช็กประวัติ ตั้งเป้าจบก่อนสงกรานต์
'เอิร์ธ กัษมนณัฏฐ์'เตรียมเสิร์ฟความใกล้ชิด! จัดแฟนไซน์เดี่ยวครั้งแรก
ดาวเด่นสายเอ็นฯ โฟร์เอส ปักหมุดเพลงมันส์ 4ดาวรุ่งคัดเพลงเอกประชันไมค์รอบลึกสุดหิน
คนขับรถเจ้าอาวาสยืดอกรับ เซ็กซ์ทอยในกุฏิเป็นของตัวเอง ลืมไว้นานแล้ว วอนขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี