วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
.jpg)
nn เมื่อเร็วๆ นี้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้จัดสัมมนาใหญ่ Enhance the Dots โดยมีบุคคลสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม และหนึ่งในผู้นำที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ คือคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีผู้บริหารองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริหารจากสภาหอการค้าฯ ประมาณ 500 คนเข้าร่วมรับฟัง
ทั้งนี้ซีอีโอเครือซีพีได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ Digital Transformation หรือการเปลี่ยนด้วยเทคโนโลยี โดยได้นำเสนอให้เห็นโลกปัจจุบันของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่เปลี่ยนไปจากเดิม มุมมองความมั่งคั่งของในแต่ละยุคสมัยเปลี่ยนไปจากยุคที่ทองคำมีค่ามากที่สุดขับเคลื่อนเปลี่ยนมาสู่ยุคของพลังงานที่น้ำมันมีค่ามากที่สุด จนถึงปัจจุบันอยู่ในยุคแห่งเทคโนโลยีซึ่งเทคโนโลยีและทรัพย์สินดิจิทัล /AIมีค่ามากที่สุด
ซีอีโอ เครือซีพี กล่าวว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายยิ่งใหญ่ 6 ประการ 1.สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้จะเข้าสู่ New Normal แต่ยังต้องปรับตัวอีกพอสมควร 2. อัตราเงินเฟ้อขั้นรุนแรง หรือHyper Inflation ที่เกิดจากนโยบายการอัดฉีดเศรษฐกิจของทั่วโลกส่งผลให้เกิดอุปสงค์ด้านการบริโภคสูงขึ้นด้วยขณะที่ภาวะตึงเครียดของ Geopolitical นำมาสู่ความท้าทายข้อที่ 3 คือเศรษฐกิจโลกที่แบ่งเป็น 2 ขั้วมากขึ้น 4.ภาวะโลกร้อน หรือ Climate Change ซึ่งส่งผลต่อทั้งโลกต้องหันกลับมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ 5.การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Transformations ซึ่งถูกตั้งเป็นความหวังว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะเข้ามาช่วยบรรเทาและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้นได้ และความท้าทายข้อสุดท้าย คือ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ โดยใช้Inclusive Capital สร้างผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วย
“ยุคของความมั่นคงใหม่ หรือ ยุค 5.0 คือ เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้นเทคโลยีจึงเป็นจุดของการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ (New Growth) และการแข่งขันใหม่ ดังนั้นยุคจากนี้ไปการต่อสู้และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีจะเป็นตัวชี้วัดว่าประเทศใดจะได้ขึ้นเป็นผู้นำโลก”
ทั้งนี้การนำหรือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค 5.0 สิ่งสำคัญคือเรื่องการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystemซึ่งเป็นประเด็นเชิงนโยบายเพื่อจะต้องเสริมศักยภาพทางด้านการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่งคั่ง เพราะไม่สามารถหนีการแข่งขันด้านนี้ไปได้ โดยซีอีโอเครือซีพีได้เสนอให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค 5.0 ด้วย 8 การขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
Big Move ที่ 1 คือ การวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยี หรือ Tech Hub ในระดับภูมิภาค โดยหนึ่งในนโยบายที่จะสนับสนุนไทยในด้านนี้คือ การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมรถยนต์ไปสู่ EV เป็นต้น เพราะไม่ได้มาแค่เรื่องของรถยนต์ แต่มาพร้อมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ เทคโนโลยีพลังทดแทน รวมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานหรือคลาวด์เทคโนโลยี เพื่อต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีอื่นๆ ทั้ง AI และ IoT มีความจำเป็นต่อระบบการดำเนินธุรกิจหรือแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยในอนาคต ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เทคโนโลยีนี้ได้เร็วที่สุด
Big Move ที่ 2 คือ การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและการเงินของภูมิภาค หรือ Logistic & Financial Hubs กุญแจสำคัญคือ รถไฟไทย-จีน ถ้าสำเร็จจะเชื่อมโยงให้ EEC สำเร็จตามไปด้วย ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ซึ่งสิ่งที่จะตามมาคือการเป็น Trade Hub ที่เชื่อมตลาดไทย จีน และอาเซียน เข้าด้วยกันและอาจเชื่อมต่อไปถึงอินเดีย เกิดเป็นThailand Link ที่จะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการเงินและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ Big Move ที่ 3คือการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food Security Hub โดยการส่งเสริมและพัฒนาภาคเกษตรดั้งเดิมให้ก้าวสู่การเป็นAgro Smart Industry ก็จะสามารถยกระดับภาคเกษตรในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีความสำเร็จเฉพาะปศุสัตว์ ภาคพืชผลที่สำเร็จยังมีน้อย มีเพียงอ้อยที่พัฒนาเป็นเกษตรอุตสาหกรรมได้สำเร็จ จุดนี้ต้องแก้ไขปรับปรุง รวมถึงการทำชลประทาน เพื่อไม่ให้ไทยสูญเสียโอกาสการเป็นฮับในด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก
Big Move ที่ 4 คือ การเตรียมพร้อมเรื่องคนหรือ People Readiness ในการก้าวสู่ยุค 5.0 ที่เป็นยุคแห่งเทคโนโลยี คนคือหัวใจสำคัญ การเตรียมความพร้อมแรกของเรื่องนี้คือการสร้างแรงงานในอนาคต (Future Workforce) ให้มีทักษะด้านดิจิทัลในระดับ4 จำนวน 3.5 ล้านคน (ทักษะด้านดิจิทัลมี 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ 0 ไม่มีทักษะด้านดิจิทัล คือ แรงงานที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ระดับที่ 1 ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชีวิตประจำวัน ระดับที่ 2 ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการทำงานได้ สามารถใช้ดิจิทัลเพื่อการทำงานได้ อาทิ การใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ (เช่น Microsoft Offices) การใช้อินเตอร์เนตเป็นตัวกลางในการทำงาน เช่น การส่งอีเมลหรือการประชุมออนไลน์ หรือการทำธุรกิจหรือร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น) ระดับที่ 3 ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทักษะระดับสูงสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงได้ อาทิ การเขียน โปรแกรม และการบริหารจัดการระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต) ขณะที่คนไทยมีทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลยังมีอยู่ในจำนวนน้อย โดยประเทศไทยเรามีต่ำกว่า 1% ของแรงงานทั้งหมด ขณะที่เกาหลีใต้หรือสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 7-8% ของแรงงานทั้งหมด ส่วนมาเลเซียมีเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะต้องมีแรงงานที่มี digital skill ระดับ 4 เป็นจำนวนถึง 10%
“เรื่องการเตรียมพร้อมเรื่องคน คือการปฏิรูปการศึกษา ทั้งนี้เพราะโจทย์ที่สำคัญคือการสร้างคนที่มีทักษะดิจิทัล 3.5 ล้านคน การปฏิรูปการศึกษาจึงสำคัญ แนวทางหนึ่งที่น่าสนใจคือการสร้างเด็กไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัลตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งจะผลักดันให้ครูเปลี่ยนบทบาทจาก Instructor หรือ Center Knowledge มาสู่ participatorนำไปสู่การปฏิรูปได้”
Big Move ที่ 5 คือ การพัฒนา Smart City, Smart Town และ Smart Village เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่สร้างให้เกิด “เศรษฐกิจใหม่” หรือการสร้างเศรษฐกิจให้มีมูลค่าสูงขึ้น และ Productivity ที่สูงขึ้น คือการสร้างตลาดที่สามารถสร้างอีก 10-20 อุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
“ทำไมเราได้ยินข่าวว่าประเทศนั้นจะย้ายเมืองใหม่จะสร้างเมืองใหม่ ล่าสุดได้ยินว่า ซาอุดีอาระเบียจะสร้างเมืองใหม่แข่งกับดูไบ ในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเมืองใหม่ แต่คือการลงทุนในเศรษฐกิจใหม่ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ smart town, smart village ที่สามารถจะสร้างสรรค์ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความปลอดภัย สุขภาพที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดี การเข้าถึงงาน การท่องเที่ยว ถ้ามีนโยบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน และมีการลงทุนก็เท่ากับเราได้เปลี่ยนแปลง หรือ transform ประเทศของเราให้ก้าวหน้า” นายศุภชัย กล่าว
Big Move ที่ 6 คือ World Political Neutralityภาวะการเมืองที่เศรษฐกิจพยายามแบ่งเป็น 2 ขั้วไทยต้องยืนอยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่ประสานประโยชน์ให้ทุกฝ่ายได้ ไทยและภูมิภาคก็จะได้ประโยชน์ ซึ่งขณะนี้ไทยดำเนินการได้ดีแล้ว Big Move ที่ 7 คือ เรื่องของState Transformation ข้าราชการระดับบริหารต้องมีรายได้สูงกว่าเอกชน เพื่อดึงดูดคนเก่งเข้าสู่ระบบราชการ นอกจากนี้ข้าราชการจะต้องมีทักษะทางด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วย Empower ให้แก่เอกชนและประชาชน และสร้างความโปร่งใส่ ดังนั้นเมื่อ 2 เรื่องนี้เกิดขึ้นควบคู่กันจะเห็นเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลโดยธรรมชาติ Big Move ที่ 8 คือ Thailand SustainableDream หรือ ความยั่งยืน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยสู่ยุค 5.0 สิ่งสำคัญคือต้องผสมผสานกับความยั่งยืน โดยจะต้องก้าวให้ถึงเป้าหมายในการเป็นNet-Zero, Zero-Waste, Zero- poverty, Zero-Crimeและ Zero Unemployment พูดง่ายๆ คือ 100% Security
“สิ่งเหล่านี้ถ้าเราตั้งเป้าหมายร่วมกัน ก็จะสร้างความฝันร่วมกันที่มองว่าประเทศไทยเราจะไปในจุดไหน”
กระบองเพชร

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4-10 ก.พ.69
ไอติม ตกใจ! แสวง บอกหากไม่มั่นใจ อย่าไปใช้สิทธิ์ สวนกลับ ควรรู้ตัวและปรับปรุงการทำงาน
เอ็ดดี้ มั่นใจ เนเน่ รัดเกล้า ต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมปกป้องสถาบัน
สะพัดหาดใหญ่ เพจดังปูดชาวบ้านโวย รายชื่อโผล่ แต่เงินไม่ถึงมือ
อนุทิน ปัดวัดพลัง เพื่อไทย ย้ำศรีสะเกษพื้นที่เน้นเป้าหมาย มั่นใจโค้งสุดท้ายกระแสดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี