วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
nn ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2567 สามารถขยายตัวได้กว่า 15% อาจทำให้หลายคนเริ่มคาดหวังว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะทำได้ดีกว่า 2.6-2.8% ด้วยเหตุที่ภาคการส่งออกนั้นคิดเป็นกว่า 60% ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึงกระนั้นก็ต้องดูตัวเลขสุดท้ายคือ ตัวเลขการส่งออกทั้งปี’67 ว่าจะขยายตัวได้มากแค่ไหน
Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย...ระบุว่าการส่งออกเดือน ก.ค. 2567 เติบโต 15.2% สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี สอดคล้องกับการขยายตัวของหลายประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การส่งออกในช่วงที่เหลือของปียังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณชะลอตัวเด่นชัดขึ้น มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยพลิกกลับมาขยายตัว ทั้งยังเติบโตได้ในอัตราสูงสอดคล้องกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มูลค่าการส่งออกต่างทำสถิติสำคัญในเดือนนี้ อาทิ มาเลเซีย (ขยายตัว 10.1% สูงสุดในรอบ 18 เดือน) สิงคโปร์ (12.4% สูงสุดในรอบ 3 เดือน) และเกาหลีใต้ (13.9% สูงสุดในรอบ 6 เดือน) ปัจจัยหลักจากเติบโตของสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเซมิคอนดักเตอร์ และผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในวัฏจักรขาขึ้นตามความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์และการลงทุน Data Center ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งบทบาทของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการขยายตัวของภาคการส่งออกของหลายประเทศไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ดี การส่งออกในระยะข้างหน้าอาจถูกกดดันด้วยปัจจัยเสี่ยง จากสัญญาณการอ่อนแรงลงของภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศหลักที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Flash Manufacturing PMI) เดือนส.ค. ของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นซึ่งหดตัวลงพร้อมกันเป็นเดือนที่สองแล้ว ขณะที่ข้อมูลของจีนล่าสุดเดือน ก.ค. ให้ภาพการลดลงเช่นกัน นอกจากนี้ ภาวะการค้าระหว่างประเทศยังคงถูกกดดันจากปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต่างเป็นอุปสรรคที่อาจส่งผลให้มูลค่าการส่งออกทั้งปี 2567 ยังฟื้นตัวได้จำกัด
ขณะเดียวกัน SCB EIC ธ.ไทยพาณิชย์ฯ...คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มทรงตัวในปีนี้และจะดีขึ้นเล็กน้อยในปี 2568 คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2567 ที่ 2.7% โดยมีมุมมองเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะชะลอ ตัวลงจากครึ่งปีแรก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซน อินเดีย และอาเซียน 5 ปรับดีขึ้นเล็กน้อย เศรษฐกิจโลกในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิมเล็กน้อยเป็น 2.8% จากเศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนที่จะขยายตัวดีขึ้นบ้างส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านนโยบายหลังการเลือกตั้งใหญ่ของหลายประเทศที่เกิดขึ้นภายในปีนี้
นโยบายการเงินโลกจะลดความตึงตัวลงในระยะข้างหน้า โดย SCB EIC ประเมินว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มลดดอกเบี้ยและลดมากกว่าที่เคยมองไว้ โดยปรับลดในทุกรอบประชุมที่เหลือ 3 ครั้งของปีนี้ รวมเป็น 75 BPS เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐ เข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ออีก 2 ครั้ง 50 BPS ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. หลังจากเริ่มลดครั้งแรกไปในไตรมาส 2 ด้านธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ออีก 10 BPS ในไตรมาส 4 ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงดอกเบี้ยไว้ก่อนที่ 0.25% ตลอดปีนี้หลังจากปรับขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพตลาดการเงินจากการปรับทิศทางนโยบายการเงินในโลก โดย BOJ จะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในช่วงไตรมาส 1 และสิ้นปีหน้า
สำหรับ SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ 2.5% และปรับลดมุมมองเศรษฐกิจปี 2568 เหลือ 2.6% หลังภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ออกมาใกล้เคียงที่ประเมินไว้ แต่แรงส่งเศรษฐกิจรายองค์ประกอบต่างไปบ้าง โดยเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังได้แรงส่งหลักจาก 1.ภาคท่องเที่ยว ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการทำตลาดของภาครัฐและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน Winter schedule และ 2.แรงสนับสนุนจากการบริโภคเอกชนตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชั่วคราว อย่างไรก็ดี มุมมองต่อการลงทุนภาคเอกชนปรับลดลงมาก โดยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 โดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการลงทุนยานพาหนะ สอดคล้องกับอุปสงค์ตลาดที่อยู่อาศัยและรถยนต์ที่หดตัว ท่ามกลางปัญหาหนี้ค้างชำระและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามมองไปข้างหน้าภาคการผลิตและการส่งออกจะยังฟื้นตัวได้ช้า ประกอบกับเริ่มเห็นสัญญาณความเชื่อมั่นการบริโภค (โดยเฉพาะสินค้าคงทน) และการลงทุนในระยะสั้นที่แผ่วลงต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยจึงยังมีทิศทางเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายรัฐบาล SCB EIC จึงปรับลดมุมมองเศรษฐกิจปี 2568 เหลือ 2.6% (เดิม 2.9%)จากการบริโภคเอกชนที่จะเติบโตชะลอลงท่ามกลางกำลังซื้อเปราะบางและหนี้สูง รวมถึงทิศทางการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลง
สำหรับเงินเฟ้อ ประเมินเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัวต่ำลงอยู่ที่ 0.6% (เดิม 0.8%) ในปีนี้ สะท้อนความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐชะลอการทยอยปรับขึ้นราคาพลังงานในประเทศตลอดปีโดยเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยกลับเข้ากรอบได้ในไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งเพราะในช่วงเดียวกันของปีก่อนภาครัฐได้ออกมาตรการลดค่าครองชีพด้านราคาพลังงานให้อยู่ในระดับต่ำหลายด้าน
SCB EIC คงมุมมอง กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้เหลือ 2.25% จากความจำเป็นในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเปราะบางเริ่มส่งผลมายังอุปสงค์ในประเทศ รวมถึงการลงทุนที่ชะลอลง นอกจากนี้ ภาคครัวเรือนอาจเผชิญภาวะการเงินตึงตัวแรงกว่าภาคส่วนอื่น เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรฐานการให้สินเชื่อครัวเรือนของสถาบันการเงินที่ปรับเข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาคครัวเรือนสามารถก่อหนี้ได้น้อยลงกว่าในอดีตมาก การเริ่มลดดอกเบี้ยในภาวะเช่นนี้จึงไม่ได้มีผลกระตุ้นการก่อหนี้มากจนน่ากังวล และไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการลดหนี้ในระบบเศรษฐกิจ (Debt deleveraging) สำหรับปี 2568 ภาวะการเงินโลกจะมีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งจากนโยบายการค้าของสหรัฐ และนโยบายเศรษฐกิจของไทยเอง SCB EICจึงยังคงมุมมองว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าเหลือ 2%
กระบองเพชร

เปิดฉากถล่มเตหะรานรับอรุณ รุนแรงจนอาคารสะเทือน กาชาดอิหร่านเจ็บหนัก 3 ราย
เช็กเลย! กระทรวงยุติธรรม เปิดข้อกฎหมาย ถูกทำร้ายร่างกายแค่ไหน ถึงเรียกว่า สาหัส
สวย AI เป็นเหตุ'ไอซ์ ปรีชญา'ตอกเกรียนคีย์บอร์ด ปมดราม่าภาพหลอกลวง
เพื่อไทย จับมือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ชู Biotech ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต
สว.นันทนา ฟาดยับ คดี ฮั้ว สว. มองจากดาวอังคารยังเห็น ปิดจบแบบนี้ คือการปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี