วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
คลิกฟัง : ประเทศไทยยกเว้นภาษีกำไรครปโต 5 ปี หนุนการลงทุน ดันประเทศ สู่ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลอาเซียน
กรุงเทพฯ --- รัฐบาลไทยเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ ยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gain Tax) สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2029 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในระดับโลก พร้อมเร่งให้เกิดการยอมรับและใช้งานเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศ
โอกาสสำหรับนักลงทุนไทยและต่างชาติ
ก่อนหน้านี้ รายได้จากการขายคริปโตในประเทศไทยอยู่ภายใต้การเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าสูงสุดถึง 35% และมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สำหรับบางกรณีมาตรการใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวน โดยไม่ต้องรับภาระภาษีในส่วนของกำไรจากการเทรด
การยกเว้นภาษีในครั้งนี้จึงคาดว่าจะเพิ่มแรงจูงใจให้กับนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงผู้ถือ Thailand Privilege Card ที่มีแผนบริหารจัดการทรัพย์สินในประเทศไทย
โดยเฉพาะในช่วงที่แนวโน้มการโยกย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเทศที่มีนโยบายเข้มงวดกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือจากกรมสรรพากร : แรงหนุนสำคัญสู่มาตรการที่เป็นรูปธรรม
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้มาตรการยกเว้นภาษีนี้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วคือ การสนับสนุนจากกรมสรรพากรซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อออกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใสกรมสรรพากรได้แสดงท่าทีเชิงบวกต่อการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยระบุว่าการยกเว้นภาษีในครั้งนี้จะไม่เพียงช่วยกระตุ้นการลงทุนแต่ยังเอื้อต่อการสร้างฐานข้อมูลผู้เสียภาษีและส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัลในกระบวนการจัดเก็บภาษีในอนาคต
นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังเตรียมปรับปรุง แบบฟอร์มการยื่นภาษีให้รองรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงจัดทำระบบ API สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลกับแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวางโครงสร้างระบบภาษีในยุค Web3 ที่ทั้งโปร่งใส ยืดหยุ่น และสามารถกำกับดูแลได้จริง
ผลเชิงบวกต่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ
ภายใต้มาตรการนี้ การยกเว้นภาษีจะ ครอบคลุมเฉพาะการทำธุรกรรมผ่านศูนย์ซื้อขายที่อยู่ภายใต้การกำกับของก.ล.ต. เท่านั้น ทำให้แพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตจะได้รับความสนใจและปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากช่วยส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการในประเทศเร่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการ
เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกับเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโตของไทยในระดับสากล
มาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลายแนวทางของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน " โดยยังมี
นโยบายและโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น :
● การทดสอบการชำระเงินด้วยคริปโตในภาคท่องเที่ยว: โครงการนำร่องในจังหวัดภูเก็ตช่วงต้นปี 2025 ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้คริปโตจ่ายค่าโรงแรม ร้านอาหาร และบริการขนส่งบางแห่ง
● การพิจารณาอนุญาต Bitcoin ETF: ก.ล.ต. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการเปิดให้มี Spot Bitcoin ETF สำหรับนักลงทุนรายย่อยซึ่งหากผ่านความเห็นชอบจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตในระดับนี้
● การปรับปรุงเกณฑ์การจดทะเบียนเหรียญคริปโต : เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเปิดโอกาสให้เหรียญคุณภาพดีสามารถจดทะเบียนในประเทศได้ง่ายขึ้นภายใต้การควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม
ส่งเสริมระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร
ด้วยนโยบายที่สอดคล้องกันในระดับมหภาค การสนับสนุนจากกรมสรรพากร และการออกแบบกรอบกฎหมายที่ชัดเจนประเทศไทยมีศักยภาพในการกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่คริปโตสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง โปร่งใสและยั่งยืน ในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ท่าทีของประเทศไทยในครั้งนี้จึงถือเป็น
จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ยังอาจ วางรากฐานสำคัญสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว
ดร.กร พูนศิริวงศ์

วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน
เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี