วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
หมุนตามทุน : ระบบขนส่งทางรางคือโอกาสของอุตสาหกรรมไทย

ดูทั้งหมด

  •  

**  IMD Business School ได้จัดทำข้อมูลลำดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ (World Competitiveness Ranking) จากดัชนีความหนาแน่นของโครงข่ายทางรถไฟเพื่อสะท้อนการเข้าถึงบริการรถไฟในภาพรวมของประเทศ พบว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีความหนาแน่นของโครงข่ายทางรถไฟ 0.011 กิโลเมตรต่อตารางกิโลเมตร เป็นอันดับ 41 จาก 63 ประเทศที่ทำการสำรวจ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีความหนาแน่นของโครงข่ายทางรถไฟดีที่สุด ประมาณ 0.255 กิโลเมตรต่อตารางกิโลเมตร ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถการให้บริการขนส่งทางรางของไทยที่มีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากโครงข่ายรถไฟยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และมีช่องว่างการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งประเภทอื่นๆ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางรางที่ใช้เทคโนโลยีเก่า เป็นระบบรางเดี่ยว ทำให้การเดินทางล่าช้า และมีจำนวนตู้โดยสารสำหรับให้บริการอย่างจำกัด

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันภายใต้การส่งเสริมอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต จึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางรางให้เป็นแกนหลักด้านการคมนาคมของประเทศ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ


ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ได้ยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางรางโดยรวมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (BTS, MRT) รถไฟทางไกลระหว่างเมือง (Local Train) และรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train)  รวมทั้งตั้งเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถออกแบบและผลิตรถไฟด้วยตนเอง ประกอบด้วย หัวรถจักรที่มีระบบขับเคลื่อนในตัวเอง (Hybrid Locomotive) ตู้โดยสาร (Passenger Coach) รถที่มีระบบขับเคลื่อนในตัวเอง พร้อมตู้โดยสาร (Hybrid Multiple Unit) และตู้สินค้า (Freight Wagon) โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดหารถไฟจากการนำเข้าและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่มีมูลค่าสูงที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

ประเทศพัฒนาแล้วซึ่งมีระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ หรือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกับประเทศไทย ส่วนใหญ่จะใช้การสร้างอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟในประเทศ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถผลิตรถไฟใช้ในประเทศได้ตั้งแต่ปี 2506 แล้ว  ต่อมาในปี 2524 รัฐบาลมีนโยบายหยุดสายการผลิตแล้วเปลี่ยนไปนำเข้าหัวรถจักรและขบวนรถไฟจากต่างประเทศแทน คงเหลือไว้เฉพาะการซ่อมบำรุงเพียงเท่านั้น การเปลี่ยนนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมหาศาล จากการนำเข้าหัวรถจักรและขบวนรถไฟ (ที่มีต้นทุนสูงกว่าการผลิตในประเทศอย่างน้อย 20 % ) และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 25 ปีของอายุการใช้งานเฉลี่ย โดยการจัดหาและซ่อมบำรุงมักผูกขาดโดยผู้ขายต่างชาติ ซึ่งสามารถกำหนดเงื่อนไขและราคาชิ้นส่วนอะไหล่ได้เอง รวมทั้งไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมที่จะกลับมาผลิตหัวรถจักรและขบวนรถไฟเพื่อใช้ในประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น 1. กระทรวงคมนาคมได้ลงทุนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง (รถไฟรางคู่) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศแล้วประกอบไปด้วย 1. รถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง  2. รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 3. รถไฟรางคู่และเส้นทางสายใหม่ และ  4. การพัฒนาการขนส่งในภูมิภาค โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี ส่งผลให้มีความต้องการขบวนรถไฟโดยรวม 11,500 ตู้ ตลอดระยะเวลา 20 ปี อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถไฟและการซ่อมบำรุงขึ้นในประเทศ โดยการจัดหาหัวรถจักรและขบวนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กำหนดเงื่อนไขการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ และระยะเวลาดำเนินการ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตหัวรถจักรและขบวนรถไฟและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องขึ้นในประเทศ

ปัจจัยสนับสนุนที่ 2. คือ ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยมีวิศวกรและบุคลากรที่มีศักยภาพในด้านการซ่อมบำรุงหัวรถจักรและขบวนรถไฟอยู่แล้ว สามารถพัฒนายกระดับบุคลากรและแรงงานไปสู่การผลิตและวิจัยพัฒนา (Production and R&D) ไม่ยากนัก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ในการผลิตหัวรถจักรและขบวนรถไฟมาก่อนในช่วงปี 2506-2524  3. ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยานยนต์อันดับ 12 ของโลก โดยมีอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่แข็งแกร่ง ผู้ประกอบการชิ้นส่วนเหล่านี้มีศักยภาพและพร้อมผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบของหัวรถจักรและขบวนรถไฟได้ทันที เช่น อุปกรณ์ตกแต่งภายในและภายนอก ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ระบบผลิตและจ่ายลม ระบบไฟฟ้าและระบบจ่ายไฟ เป็นต้น โดยความต้องการหัวรถจักรและขบวนรถไฟ 11,500 ตู้ ถือเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่ยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ (Economy of Scale) นอกจากนี้ บุคลากรและแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์มีศักยภาพ พร้อมรับการยกระดับด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถไฟได้

สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรมเองได้ทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมในการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางราง และการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลขึ้นภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยให้สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตของอุตสาหกรรมระบบราง (หัวรถจักรและขบวนรถไฟ) ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจได้ จะช่วยทำให้คงสถานะธุรกิจและการจ้างงานในประเทศได้ หรือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่มีศักยภาพการผลิตทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนรถไฟไปพร้อมๆ กันได้  ทั้งนี้ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคมได้กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) เรื่อง การยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางราง และการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ ระหว่างสองกระทรวงขึ้น

** ดุสิต อนันตรักษ์**

รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:42 น. 'เพื่อไทย'ส่ง'สรวงศ์' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ
07:37 น. พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน
06:00 น. ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ
06:00 น. พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง
06:00 น. ‘เต๋า ภูศิลป์’ ควง ‘หนิงๆ คำพะนาง’ ร่วมงานคเณศจตุรถี จ.ภูเก็ต
ดูทั้งหมด
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
(คลิป) เกิดมาทำไม? 'เสรีกบในกะลา'ติดใบปลิวแซะ'แม่ทัพภาค2'
เพจดังเปิดข้อมูล! 'สมปอง'ครอบครองที่ดินเพียบ หลังมีข่าวยืมเงินอลงกต 13 ล้าน
บริษัทผู้ผลิต'กริพเพน'รับออเดอร์จากไทยเรียบร้อย 'ISP'ยันไม่จำเป็นต้องตรวจสอบซื้อขาย
(คลิป) ละครฉากใหญ่! 'ตระกูลฮุน' เมียฮุนมาเนต ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน
ดูทั้งหมด
มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่
บุคคลแนวหน้า : 31 สิงหาคม 2568
ชีวิต คือการบริหารความเสี่ยง
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก
คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ หาได้ยากในนักการเมืองไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อาจารย์ มธ.เปิด 8 ข้อสังเกต! ทางนิติศาสตร์ ต่อคดีแพทองธาร

โปรดเกล้าฯ 'อุดมพร เอกเอี่ยม' เป็น 'ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ'

'วันนอร์'ขึ้นเวทีประชาชาติ ประเมินการเมืองอยู่ 6 เดือนก่อนยุบสภาฯ-เลือกตั้งใหม่ ฝันได้ รมต. 2 เก้าอี้

'ปราชญ์ สามสี' ชี้ 'อุ๊งอิ๊งค์' พ้นนายกฯ เพราะความดันทุรัง ของ'ทักษิณ'ที่ดันสุดซอย

วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม! ลูกสาวยืนยัน'เด๋อ ดอกสะเดา'แข็งแรงดี รอหมอคอนเฟิร์มออกจากรพ.

'กรมประชาสัมพันธ์'เคลียร์ชัด! หลังเจอ'ข่าวปลอม'ว่อนโลกโซเชียล ยืนยันไม่มีเหตุตามที่ปรากฏ

  • Breaking News
  • \'เพื่อไทย\'ส่ง\'สรวงศ์\' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ 'เพื่อไทย'ส่ง'สรวงศ์' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ
  • พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน
  • ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ ศึกชิงมรดก ‘เอ๋ ไพโรจน์’ ฝั่งภรรยา ‘พลอย-พลอยรัชษ์’ เปิดใจผ่านสื่อปกป้องสิทธิ
  • พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง พลิกโฉมวงการบันเทิงไทยเปิดตัวโปรเจกต์ ‘K-SHORTS’ Micro Drama ซีรีส์แนวตั้ง
  • ‘เต๋า ภูศิลป์’ ควง ‘หนิงๆ คำพะนาง’ ร่วมงานคเณศจตุรถี จ.ภูเก็ต ‘เต๋า ภูศิลป์’ ควง ‘หนิงๆ คำพะนาง’ ร่วมงานคเณศจตุรถี จ.ภูเก็ต
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : ​ม.ค.-ก.ค.ต่างชาติเข้ามาลงทุน1.5 แสนล้านบาท 30%เข้าไปในพื้นที่EEC-ญี่ปุ่นยังคงยืนหนึ่ง

หมุนตามทุน : ​ม.ค.-ก.ค.ต่างชาติเข้ามาลงทุน1.5 แสนล้านบาท 30%เข้าไปในพื้นที่EEC-ญี่ปุ่นยังคงยืนหนึ่ง

27 ส.ค. 2568

หมุนตามทุน :  นักลงทุนสิงคโปร์ยกทัพเยือนไทย ผนึกกำลังด้านเศรษฐกิจรับมือกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

หมุนตามทุน : นักลงทุนสิงคโปร์ยกทัพเยือนไทย ผนึกกำลังด้านเศรษฐกิจรับมือกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

20 ส.ค. 2568

หมุนตามทุน : กรมโรงงานฯดึงเทคโนโลยี-นวัตกรรมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0

หมุนตามทุน : กรมโรงงานฯดึงเทคโนโลยี-นวัตกรรมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0

13 ส.ค. 2568

หมุนตามทุน :   ‘trump-effect’...เศรษฐกิจไทยรับไปเต็มๆในปี2569

หมุนตามทุน : ‘trump-effect’...เศรษฐกิจไทยรับไปเต็มๆในปี2569

6 ส.ค. 2568

หมุนตามทุน : ครึ่งปีต่างชาติลงทุนในไทย1แสนล้านบาท อยู่ในพื้นที่EECกว่า30%-ญี่ปุ่นยังครองแชมป์

หมุนตามทุน : ครึ่งปีต่างชาติลงทุนในไทย1แสนล้านบาท อยู่ในพื้นที่EECกว่า30%-ญี่ปุ่นยังครองแชมป์

30 ก.ค. 2568

หมุนตามทุน : ไทยต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็ก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวม

หมุนตามทุน : ไทยต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็ก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวม

23 ก.ค. 2568

หมุนตามทุน :  ระบบขนส่งทางรางคือโอกาสของอุตสาหกรรมไทย

หมุนตามทุน : ระบบขนส่งทางรางคือโอกาสของอุตสาหกรรมไทย

16 ก.ค. 2568

หมุนตามทุน : ถึงเวลาที่ต้องผนึกกำลัง เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ

หมุนตามทุน : ถึงเวลาที่ต้องผนึกกำลัง เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ

9 ก.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved