“ทำกำไรไปก่อน!”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGCเกาหลีใต้และจีนกำลังปฏิรูปอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยรัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดให้บริษัทสิบแห่งลดกำลังการผลิตปิโตรเคมี (ที่ใช้วัตถุดิบจาก naphtha) ลง 2.7–3.7 MTA คิดเป็น 18%–25% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ ขณะที่จีนมีแผนจะปลดระวางโรงงานที่มีอายุเกิน 30 ปี ปรับปรุงโรงงานที่มีอายุเกิน 20 ปี ภายใต้นโยบาย anti-involution นอกจากนี้ PTTGC ยังคาดว่าปี 2568F โรงงาน polyethylene (PE) ที่มีอายุเกิน 20 ปีในจีนจะมีกำลังการผลิต 5 MTA หรือ 13.1% ของกำลังการผลิต PE ทั้งหมดของจีน คิดเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลักทั้งหมด
มาตรการเหล่านี้จะช่วยสร้าง sentiment เชิงบวกให้กับกลุ่มปิโตรเคมี แต่ปัจจัยพื้นฐานด้านของอุปสงค์และอุปทานยังคงอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาด เราคาดในปี 2568F ว่า PE ในตลาดโลกจะมีอุปทานล้นตลาดอยู่ประมาณ 33 MTA และ polypropylene (PP) ในตลาดโลกจะมีอุปทานล้นตลาดประมาณ 29 MTA คาดว่าอุปทานที่ล้นตลาดของทั้งสองผลิตภัณฑ์จะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในปี 2571F ดังนั้นถึงแม้รัฐบาลเกาหลีจะลดกำลังการผลิตปิโตรเคมี (ที่ใช้วัตถุดิบจาก naphtha) ในปีหน้าได้ตามแผน และจีนประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบาย anti-involution ในช่วงปี 2569F-2572F แต่ polyolefins (PE+PP) ในตลาดโลกยังคงล้นตลาด เราจึงยังคงประมาณการ spread ของ HDPE ที่ระดับต่ำในปี 2568F เอาไว้ที่ US$380/ton และในปี 2569F ไว้ที่ US$400/ton ขณะที่คาดว่า spread ของ PP ทั้งในปีนี้และปีหน้าจะยังคงต่ำอยู่ที่ US$380/ton
เราคาดว่าผลขาดทุนจากธุรกิจหลักจะดีขึ้น QoQ ใน 3Q68F จาก i) ปริมาณ ethane มากขึ้น ซึ่งใช้เป็น feedstock ในการผลิต olefins, ii) spread ของน้ำมันดีเซลกว้างขึ้น, iii) ไม่มีการปิดโรงงาน OLE2/1 ตามแผนเหมือนกับใน 2Q68 และ iv) ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก Vencorex France เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกหลังเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี (liquidation process) เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม โดยเราคาดว่าปริมาณ ethane ที่ PTTGC ใช้เป็น feedstock จะเพิ่มขึ้น 5% HoH เป็น 923 ล้านตันใน 2H68F เนื่องจากแหล่งเอราวัณและบงกชในไทยไม่มีกำหนดปิดซ่อมบำรุง เรายังคาดว่า market GRM จะเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจาก i) spread ของน้ำมันดีเซล QTD เพิ่มขึ้น 18% QoQ เป็น US$18.6/bbl และ ii) premium ของ Dated Brent-over-Dubai ลดลงจาก US$0.92/bbl ใน 2Q68 เป็น US$0.12/bbl ในเดือนกรกฎาคม และเป็น -US$0.83/bbl ในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ใน 2Q68 สัดส่วนผลผลิตน้ำมันดีเซลของ PTTGC อยู่ที่ 57% สูงที่สุดในบรรดาโรงกลั่นของไทย ขณะที่ 60%-65% ของน้ำมันดิบที่บริษัทใช้ในการผลิตเป็นเกรดที่ผูกอยู่กับ Brent
ท่ามกลาง sentiment เชิงบวกของกลุ่มปิโตรเคมีจากการที่เกาหลีใต้และจีนขับเคลื่อนการปฏิรูปอุตสาหกรรมปิโตรเคมีด้วยการปรับลดกำลังการผลิตและยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 1H69F ของ PTTGC เป็น 27.00 บาท จาก 25.00 บาท แต่ เราปรับลดคำแนะนำ PTTGC จากซื้อเป็นถือ เนื่องจากเหลือ upside จำกัดถึงราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำกำไรไปก่อน
ปัจจัยเสี่ยงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี